ถ้าการเมืองไทยหนีไม่พ้นเรื่อง “ทักษิณ” ก็อย่าหวังว่าจะปฏิรูปให้พ้นจากวิกฤตได้
ผมไม่เข้าใจว่าทำไมพอพูดถึงเรื่อง “ปรองดอง” คนส่วนหนึ่งคิดว่าประเทศนี้จะบรรลุเป้าหมายนี้ได้ ต้องมีการเจรจากับคุณทักษิณเท่านั้น
คนไทยเองไม่สามารถหาทาง “ปรองดอง” เพื่อสร้างสังคมใหม่ที่มีเหตุมีผล มีเป้าหมายสร้างประเทศชาติบนพื้นฐานความต้องการของคนไทยในทุกภาคส่วน โดยไม่ต้องพึ่งพาตัวบุคคลคนใดคนหนึ่งกระนั้นหรือ?
ข้อเสนอของสมาชิกปฏิรูปแห่งชาติบางคนที่เสนอให้ นายกฯประยุทธ์ จันทร์โอชา ไปเจรจากับคุณทักษิณ เพื่อสร้างความปรองดองแห่งชาติ จึงเป็นเรื่องประหลาดอย่างยิ่ง
แนวคิดอย่างนี้เป็นการเมืองแบบเก่า ๆ ที่วนเวียนอยู่กับความขัดแย้งเก่า ซึ่งป้วนเปี้ยนอยู่กับประเด็นว่าคุณทักษิณ กับกลุ่มคนต่อต้านคุณทักษิณเป็นผู้ตัดสินว่าบ้านเมืองจะสงบหรือไม่
บ้านเมืองจะ “ปฏิรูป” สู่ “ประชาธิปไตย” ได้อย่างไร หากทุกอย่างยังตัดสินว่าจะต้องตกลงกันระหว่างคุณทักษิณ กับกลุ่มคนที่ไม่เอาคุณทักษิณ
ผมนึกว่าเราได้ก้าวพ้นประเด็นนี้เพื่อจะได้เริ่มต้นสร้างสังคมใหม่ไปแล้ว แต่ก็ยังมีบางส่วนของสังคมที่เลี้ยวกลับมาที่เดิมอีกจนได้
นายกฯประยุทธ์ประกาศแล้วว่า จะไม่ทำตามข้อเสนอให้ไปเจรจากับคุณทักษิณ เพราะอดีตนายกฯ คนนี้มีคดีติดตัวอยู่
แต่แม้ว่านายกฯจะยอมไปพูดคุยกับคุณทักษิณ ตามที่สมาชิก สปช. บางท่านเสนอ ก็ไม่ได้แปลว่าจะเกิดความปรองดองกันได้ เพราะเท่ากับยอมรับว่า ประเทศไทยจะยังต้องติดกับดักการเมืองแบบเก่า ๆ ที่มีกลุ่มผลประโยชน์ทางการเมืองกำหนดชะตากรรมของบ้านเมืองของคุณและของผมตลอดไป
สมมติว่ามีการเจรจา และคุณทักษิณ มีเงื่อนไขอะไรบางอย่างเพื่อ “ความปรองดอง” นายกฯประยุทธ์ จะอยู่ในฐานะที่จะต่อรองยินยอมหรือบอกปัดได้หรือไม่? และหากยอมหรือไม่ยอม จะอธิบายกับประชาชนคนไทยทั้งประเทศได้อย่างไร?
และสมมติว่ามีข้อตกลงกันได้ในการเจรจา ใครจะรับรองว่านี่คือ “ความปรองดอง” ของคนในชาติ?
ความปรองดองเกิดขึ้นไม่ได้หากใครคนหนึ่งที่เป็นปัญหา และเป็นสาเหตุของความแตกแยกในสังคม ยังเป็นคนที่มีความสามารถจะวางเงื่อนไขที่ตนได้ประโยชน์โดยอ้างว่า นี่คือความปรองดองของคนในสังคม
ความปรองดองที่แท้จริงต้องเกิดจากการยึดเอาผลประโยชน์ของคนไทยส่วนใหญ่เป็นพื้นฐาน และต้องปฏิเสธเงื่อนไขของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่จะต่อรองเพื่อให้ตนหรือกลุ่มตน
ถ้าความปรองดองจะเกิดขึ้นได้ก็ด้วยการเจรจากับคุณทักษิณ เราจะมีสภาปฏิรูปหรือสภาปรองดองแห่งชาติเพื่ออะไร? เราจะเสียเวลามานั่งถกเถียงเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ ร่างกติกาใหม่เพื่อการปฏิรูปประเทศใน 10 หัวข้อใหญ่ ๆ และเรียกร้องให้คนในชาติร่วมกันระดมความเห็นเพื่อร่วมกันผลักดันให้ประเทศชาติออกจาก “หลุมดำแห่งความขัดแย้ง” ทำไม?
ก็รอไปเจรจากับคุณทักษิณเท่านั้นก็หมดเรื่อง
ถ้าคิดได้แค่นั้น เราก็สิ้นหวังกับบ้านเมือง เพราะเท่ากับว่าเราก้าวไม่พ้นวงจรเก่า ๆ และมองปัญหาเพียงแค่ผิวเผิน เช่นเรื่อง “โลกล้อมไทย” เพราะเชื่อว่าคุณทักษิณ สามารถไปวิ่งเต้น หรือผลักดันให้ประเทศอเมริกา ยุโรป และองค์กรระหว่างประเทศ มากดดันรัฐบาลไทยให้ยอมเจรจากับเขา
ทั้ง ๆ ที่การแสดงจุดยืนของประเทศ หรือองค์กรที่ทักท้วงรัฐบาลไทยนั้นหากมองย้อนในอดีตเขาก็ทำเป็นเรื่องที่ทำอยู่แล้วเป็นปกติ โดยไม่จำเป็นต้องเกี่ยวกับคุณทักษิณ
รัฐบาลไทยวันนี้มีหลายเรื่องที่ต้องชี้แจงอธิบายต่อประชาคมโลก และความเห็นพ้องและเห็นแย้งกับแนวทางของรัฐบาลไทย ก็เป็นเรื่องปกติของเวทีสากลเช่นกัน
ไม่ได้เกี่ยวกับว่ารัฐบาลจะเจรจากับคุณทักษิณหรือไม่แต่อย่างใดเลยแม้แต่น้อย







