บรรยากาศใช้จ่ายปี 2558 รอบเดือนมกราคม ต่อเนื่องสัปดาห์ที่สองของเดือนกุมภาพันธ์ ยังไม่คึกคักเท่าที่ควร
เป็นเสียงจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่ โดยเฉพาะบรรดาห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า ค้าขายกับผู้บริโภคโดยตรง ยอมรับตรงกันว่า "กำลังซื้อซึมลึก" ลูกค้าระมัดระวังการใช้จ่ายค่อนข้างมาก แม้จะระดมกิจกรรมการตลาด แคมเปญส่งเสริมการขาย เรียกได้ว่า "ลดกระหน่ำ" ตั้งแต่ต้นปี มีมหกรรมลดราคาจัดขึ้นทุกมุมเมือง ทุกสินค้าทั้งอุปโภคบริโภค สินค้าจำเป็นและไม่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต แต่ยอดขายไม่หวือหวา!! หากเป็น "ช่วงปกติ" เดือนแรก หรือไตรมาสแรกของปี ตลาดคึกคัก เพราะมีปัจจัยหลักจาก "เทศกาลใหญ่" กระตุ้นการขายในตัวเอง ตั้งแต่การเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ เทศกาลวันเด็ก เทศกาลวาเลนไทน์ เทศกาลตรุษจีน ทำให้มีการจับจ่ายต่อเนื่อง ไม่จำเป็นต้องอัดแคมเปญแรง!!
แม้กำลังซื้อประชาชนดูเหมือนจะผ่าน "จุดต่ำสุด" มาแล้ว แต่อาการ "ซึมลึก" น่าเป็นห่วงไม่น้อย โดยเฉพาะแนวโน้มค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้นทั้งปัจจุบันและอนาคตอันใกล้ ค่าโดยสารรถบริการสาธารณะ ทั้งรถเมล์ รถแท็กซี่ ปรับราคาขึ้น การยกเลิกรถเมล์ฟรี การปรับราคาแก๊สหุงต้ม ฯลฯ ล้วนเป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของประชาชนส่วนใหญ่ กำลังซื้อในต่างจังหวัดยังมีปัญหาจากราคาสินค้าเกษตรทั้งยางพารา ข้าวตกต่ำ กระทบโดยตรงต่อกลุ่มผู้บริโภคระดับกลาง-ล่าง ฐานใหญ่ของประเทศ ขณะที่ปัจจัยบวกที่พอมีอย่าง "ราคาน้ำมัน" ปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลเชิงจิตวิทยาผู้บริโภครู้สึกว่ามีเงินในกระเป๋ามากขึ้น แต่จำกัดเฉพาะกลุ่ม "ผู้มีรถยนต์" และไม่ได้ออกมาสะพัดในระบบอย่างที่คาดหมาย
ทางด้านภาคอุตสาหกรรมการผลิตได้รับผลกระทบจาก "ต้นทุนธุรกิจ" ที่ปรับสูงขึ้นรอบด้าน และต้องเผชิญภาวะการแข่งขันรุนแรงจากการรุกตลาดของเพื่อนบ้านและยักษ์ใหญ่ "จีน" ที่มีฐานการผลิตครอบคลุมสินค้าทุกแขนง นาทีนี้ เรียกว่า ทุนไม่หนา สายป่านไม่ยาว ขีดความสามารถทางการแข่งขันไม่มี เห็นทีได้ม้วนเสื่อกลับบ้าน โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก หรือกลุ่มเอสเอ็มอี
ความหวังทั้งมวลจึงตกอยู่ที่รัฐบาล กับนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่ผู้ประกอบการรวมทั้งประชาชนต่างเฝ้ารอการเดินหน้าเมกะโปรเจกต์อย่างเต็มรูปแบบที่คาดหวังว่าจะทำให้เกิดการว่าจ้างแรงงาน การใช้สินค้าและบริการเกี่ยวเนื่องเป็นลูกโซ่ รวมทั้งการกระตุ้นการใช้จ่ายในรูปแบบต่างๆ ซึ่ง เจ้ากระทรวงหลักดูแลปากท้องประชาชน กระทรวงพาณิชย์ รับนโยบายจาก พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ร่วมมือกับภาคเอกชนเตรียมจัดแคมเปญกระตุ้นการขาย "เทใจ คืนสุข...สู่ประชาชน" อีกครั้งช่วงเดือน พ.ค. นี้ จะเป็นอีกหนึ่งกลไกกระตุ้นเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ซบเซา
หากย้อนถามความสำเร็จของ "เทใจคืนสุขภาคแรก" แม้ไม่สะท้อนออกมาให้เห็นเป็นยอดขายกลมๆ ต่อเนื่องถึง "ภาคสอง" แต่เสียงตอบรับจากผู้ประกอบการเห็นว่า "มี" ดีกว่า "ไม่มี" เพราะการที่ "รัฐ" ออกหน้าเป็นเจ้าภาพ ย่อมเป็นการโหมโรงระดับประเทศ เรียกความเชื่อมั่น ดึงดูดทั้งผู้ประกอบการ คู่ค้า ผู้บริโภค ร่วมเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกันในการพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทยสู่ขาขึ้นอย่างเต็มตัว









