วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ตั้งศาลคอร์รัปชัน ไม่ใช่คำตอบแก้โกง

กรณีพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ปาฐกถาพิเศษเมื่อวันที่ 3 ก.พ.ที่ผ่านมา

โดยกล่าวถึงปัญหาใหญ่ของสังคมไทยคือ "คนโกง" ซึ่งไม่ได้ถือว่าเป็นครั้งแรกที่พล.อ.เปรมกล่าวถึงเรื่องนี้ แต่พูดทุกครั้งที่มีโอกาส แต่ในครั้งนี้ได้เสนอให้ตั้งศาลศาลฉ้อราษฎร์บังหลวง เพื่อนำคดีโกงมาลดขั้นตอนให้เร็วขึ้น ซึ่งหลายคนเห็นด้วยว่าควรจะมีการตั้งศาลดังกล่าวขึ้นมาเพื่อดำเนินคดีโดยเฉพาะ แต่คำถามก็คือจะเป็นกระบวนการที่ถูกต้องหรือไม่ และอาจจะเป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ถูกวิธี

แน่นอนว่าสาเหตุของการเรียกร้องดังกล่าว นอกจากปัญหานี้เป็นเรื่องใหญ่ของสังคมไทยในปัจจุบันแล้ว กระบวนการดำเนินคดีก็ถือว่ามีปัญหาอย่างมาก อย่างน้อยก็ในความรู้สึกนึกคิดของประชาชนทั่วไปว่าคดีที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชันนั้น มักจะมีความล่าช้าและกินเวลานานมากจนลืมกันไปแล้ว โดยเฉพาะยิ่งเกิดกับคนที่มีอำนาจในสังคมด้วยแล้วก็ยิ่งรู้สึกว่าดำเนินคดีไม่ทันใจกับข้อหาความผิด และความล่าช้าของการดำเนินการนี้เอง ทำให้บางคนอาจเห็นว่าเป็นปัจจัยหนึ่งทำให้ปัญหารุนแรงขึ้น

อันที่จริง ประเด็นการทุจริตคอร์รัปชันที่รุนแรงขึ้น หรือเกิดขึ้นอย่างกว้างขวางในสังคมไทยนั้น ไม่ได้เป็นปัญหาว่าไม่มีกฎหมายบังคับใช้ หรือ ไม่มีกระบวนการยุติธรรมเพิ่มเอาคนผิดมาลงโทษ กล่าวคือองค์ประกอบทุกอย่างในการดำเนินคดีหรือเอาผิดของการกระทำทุจริตนั้นมีครบถ้วน บางครั้งอาจจะเห็นว่ามีมากไปด้วยซ้ำ รวมทั้งการตั้งองค์กรอิสระต่างๆ ขึ้นมาตรวจสอบการใช้อำนาจ การพิจารณาคดีโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

หากจำกันได้ ในครั้งที่มีการตั้งองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ก็ด้วยวัตถุประสงค์เดียวกัน กล่าวคือ ต้องการดำเนินคดีให้รวดเร็วและมีการดำเนินคดีเฉพาะความผิดขึ้นมา แต่ในที่สุดแล้ว องค์กรอิสระเหล่านี้ก็ทำงานไม่ต่างกับองค์กรยุติธรรมที่มีอยู่ กล่าวคือ การดำเนินคดีเป็นไปอย่างล่าช้าเช่นกัน ที่เป็นปัญหายิ่งกว่านั้น หน่วยงานอิสระเหล่านี้ก็เกิดปัญหาในตัวเองด้วย โดยเฉพาะการดำเนินคดีกับผู้มีอำนาจทางการเมือง เพราะจะถูกตั้งคำถามอีกฝ่ายหนึ่งว่าเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง ซึ่งทำให้ความน่าเชื่อถือได้รับการสงสัย

ยิ่งกว่านั้นปัญหาการโกงหรือการทุจริตคอร์รัปชัน เป็นเรื่องที่เกี่ยวโยงกับเรื่องอื่นอีกมาก ไม่เพียงแต่เรื่องนิสัยใจคอของคนๆ นั้น แต่เป็นเรื่องของระบบสังคมและค่านิยมต่างๆ อีกมาก ดังนั้นการตั้งศาลขึ้นมาดำเนินคดีเป็นการเฉพาะนั้นอาจไม่เป็นวิธีที่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างแท้จริง และไม่ว่าจะตั้งมากี่ศาล ปัญหาคอร์รัปชันก็ยังดำรงอยู่ หากไม่สามารถแก้ปัญหาในเรื่องที่เกี่ยวข้องได้ เหมือนกับที่พล.อ.เปรมเคยพูดในอดีตว่า "ไม่มีความยากจนในหมู่คนขยัน" ซึ่งในครั้งนี้ก็โดนโจมตีอย่างมากว่าไม่เข้าเรื่องความยากจน

เราเห็นว่าการตั้งศาลในลักษณะดังกล่าว แทบไม่มีประโยชน์อะไรเลยต่อการแก้ปัญหาคอร์รัปชัน และเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณโดยเปล่าประโยชน์ ซึ่งอาจซ้ำรอยองค์กรต่างๆ ที่ตั้งขึ้นมาในลักษณะเดียวกัน และเมื่อเวลาผ่านไป สังคมไทยอาจจะเต็มไปด้วยองค์กรปราบโกง แต่ปัญหายังอยู่ ดังนั้นสิ่งที่ควรทำคือการปรับปรุงกระบวนการยุติธรรมต่างหากว่าสามารถดำเนินการอย่างตรงไปตรงมาและด้วยความรวดเร็วอย่างไร หากเราสามารถแก้ปัญหาการทำงานที่กระบวนทำงานได้ เราเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ต่อกระบวนการยุติธรรมทั้งหมดไปด้วย