วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

อนาคตไทย : เราจะแข่งขันกับใครได้?

คุณสุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียน วันนี้เป็นประธานสถาบันออกแบบอนาคตประเทศไทย

หรือ Future Innovative Thailand Institute (FIT) บอกว่า “ไม่อยากเห็นประเทศไทยติดหล่มนานกว่านี้”

ท่านให้สัมภาษณ์สำนักข่าวอิศรา เมื่อเร็วๆ นี้ พร้อมด้วยข้อเสนอว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องมีการคิด, วิเคราะห์, วิพากษ์, ตั้งคำถาม และหาคำตอบสำหรับอนาคตว่า เราจะอยู่กันอย่างไรต่อไป

วันก่อน พบ ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ถามท่านว่า สถานภาพบ้านเมืองวันนี้เป็นอย่างไร ท่านบอกว่า “วันนี้ไม่น่าห่วง แต่ระยะกลางกับระยะยาว บ้านเมืองเราน่าห่วง”

ผมเห็นตรงกับทั้งสองท่านว่าคนไทยเราคิดถึง “พรุ่งนี้” น้อยเกินไป ยิ่งเห็นว่า เราทำการวิเคราะห์วิจัยด้านต่าง ๆ ของประเทศน้อยจนน่าตกใจ ก็ยิ่งมีความกังวลว่า “อนาคต” เราจะอยู่กันอย่างไร

คุณสุรินทร์บอกว่า ประเทศอื่น ๆ ที่ร่วมกันตั้งอาเซียน คือประเทศที่เป็นเมืองขึ้นคนอื่นมาทั้งนั้น ตอนที่จัดตั้งอาเซียน ทุกคนหันมาดูประเทศไทยในฐานะที่เป็นพี่ในภูมิภาค อย่างน้อย ๆ ในแง่ของประสบการณ์ การรักษาอิสรภาพ อธิปไตยของตนเองเอาไว้ เครือข่ายทางการทูตที่มีอยู่ทั่วโลก ฉะนั้นคุณภาพของการทูตไทยอยู่ในระดับดีกว่า เราเป็นสมาชิกองค์การสหประชาชาติก่อนหลายประเทศได้อิสรภาพ

แต่ความแตกต่างคือ เพื่อนบ้านต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อจะได้อิสรภาพคืนมา เขามีโมเมนตัม ต้องดึงเอาอาวุธที่เขามีหรือที่เขาเพิ่งมีมาเหลาให้คมอยู่ตลอดเวลา เมื่อเขาได้อิสรภาพ เขาวิ่งบนเวทีโลกเพื่อพิสูจน์ตัวเองว่าเขาไม่ควรจะเป็นเมืองขึ้นคนอื่นมาก่อน เขาได้มาแล้ว เขาคู่ควรแล้ว และจะมีบทบาทต่อไปในอนาคต

“แต่ประเทศไทยไม่ต้องพิสูจน์อะไร ประเทศอื่นมีแรงผลักดัน เรามีแรงเฉื่อย…กอรปกับความระส่ำระสายภายในประเทศ ความไม่ต่อเนื่องทางการเมือง ความขัดแย้ง ความรุนแรง การเผชิญหน้าภายใน ทำให้บทบาทของเราถูกบดบังไปอย่างน่าเสียดาย”

คุณสุรินทร์กับคุณประสารพูดตรงกันประเด็นเรื่อง “พรุ่งนี้ เราจะแข่งขันกับคนอื่นเขาได้อย่างไร?”

อดีตเลขาฯอาเซียนบอกว่า ไทยเราคิดจะปฏิรูปการศึกษาตั้งแต่ปี 2542 จนกระทั่งบัดนี้ ก็ยังเตาะแตะ คุณภาพการศึกษายังลดลง วัดโดยองค์กรไหน หน่วยงานใด คุณภาพการศึกษาของเราก็ลดลงอย่างน่าเป็นห่วง ในขณะที่โลกต้องการคนสมัยใหม่ ทรัพยากรมนุษย์ยุคใหม่ที่ต้องเต็มไปด้วยความรู้ความสามารถในการแข่งขัน

“แต่ของเราเปล่า เราถอยหลัง” คุณสุรินทร์บอก

คุณประสารบอกผมว่าในระยะกลางและระยะยาวปัญหาของไทยคือความสามารถในการแข่งขันในเวทีระหว่างประเทศของเรา

เพราะเราติดหล่มการเมือง เราไม่วิเคราะห์วิจัย เราไม่สร้างคนที่โลกยุคนี้ต้องการ และเราเคารพเงินมากกว่าความสามารถ

วันก่อน ผู้ใหญ่คนหนึ่งของบ้านเมืองบอกผมว่า “ผมอายเขามากเลย เรายังต้องไปขอให้จีนซื้อข้าวซื้อยางเราอยู่ ขณะที่ประเทศอื่นเขาสามารถสร้างสินค้ายุคใหม่ขาย สินค้าที่มีราคาและคุณค่าของยุค แต่เรายังขายข้าวขายยางอยู่เลย...”

เราขาดนักวิทยาศาสตร์ นักคณิตศาสตร์ นักคิดนักวิเคราะห์ นักวิจัยที่มีความสำคัญต่อการสร้างความสามารถในการแข่งขัน เพราะระบบการศึกษาเราไม่มีแผนการผลิตคนตามความเปลี่ยนแปลงของโลก

เรามีนักการเมืองคุณภาพต่ำ เรามีระบบอุปถัมภ์และระบบ “รุ่น” ที่ส่งเสริมคอร์รัปชันมากกว่าการสร้างคุณภาพใหม่ ๆ ให้กับประเทศเพื่อสามารถแข่งกับคนอื่นเขาได้

ได้เวลาที่ทุกฝ่ายจะตื่นขึ้นมาวางแผนเพื่อ “อนาคต” ของบ้านเมืองอย่างจริงจังแล้ว