ไม่มีใคร แม้ผู้ได้ชื่อว่าเป็น กูรู กล้าจะทำนายว่าราคาน้ำมันดิบ จะขึ้นหรือลงอย่างไร ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
เพราะปัจจัยแห่งความไม่แน่นอนมีสูงเหลือเกิน
แต่คนกล้าในวงการนี้ก็มี เช่นซีอีโอของ BP (British Petroleum) แห่งอังกฤษชื่อ บ๊อบ ดั๊ดเลย์ พยากรณ์ว่าราคาน้ำมันจะอยู่ในระดับต่ำอย่างนี้ไปอีกถึง 3 ปี!
ถือเป็นการคาดการณ์ที่เสี่ยงไม่น้อย แต่วงการน้ำมันวันนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อน เพราะความผันผวนทำให้หลายฝ่ายต้องออกมานำเสนอภาพที่วิเคราะห์จากมุมมองของตนเอง
เมื่อไม่มีใครรู้จริง ใครจะพูดอะไรก็ได้ทั้งนั้น
อีกซีกหนึ่งคือกลุ่มบริษัทน้ำมันอิตาลีที่ชื่อ Eni ทำนายไปอีกทางหนึ่งว่าถ้าราคาน้ำมันดิบโลกฟื้นขึ้นได้ อาจจะพุ่งสวนทางขึ้นไปสูงสุดได้ถึง 200 เหรียญต่อบาเรล!
เป็นการพยากรณ์ไปคนละทาง สุดขั้วกันคนละแบบ
แต่ซีอีโอของ Eni คือนาย Claudio Descalzi ยอมรับว่าเมื่อราคาน้ำมันร่วงลงมาอย่างรุนแรงเช่นนี้ อุตสาหกรรมน้ำมันก็ได้ตัดงบประมาณการลงทุนแล้วประมาณ 10-13% สำหรับปีนี้เพราะรายได้ตกหนักหน่วงเช่นกัน
เขามองว่าเมื่ออุตสาหกรรมขุดน้ำมันลดกิจกรรม ก็จะเกิดการขาดแคลนขึ้น และราคาน้ำมันก็จะพุ่งกลับในอีก 4-5 ปีข้างหน้า...ถ้ากลุ่มประเทศผลิตน้ำมัน Opec ไม่ยอมลดการผลิตของตนตามที่มีเสียงเรียกร้องจากสมาชิกบางประเทศ
เมื่อเจอสถานการณ์เช่นนี้ ปัญหาใหญ่ของบริษัทน้ำมันคือ การปรับตัวค่อนข้างรุนแรง เพราะเมื่อรายได้ตกฮวบฮาบและไม่มีใครรู้ว่าแนวโน้มจะปรับขึ้นได้เมื่อใด ผู้บริหารก็จะต้องตัดค่าใช้จ่ายและปรับทิศทางธุรกิจอย่างเร่งด่วน
ใครเป็นผู้บริหารธุรกิจน้ำมันก็จะต้องปรับแผนบนพื้นฐานที่ว่า ไม่อาจจะทำนายได้ว่าราคาน้ำมันจะเด้งกลับมาได้เมื่อใด
แม้ว่าราคาน้ำมันดิบโลกจะฟื้นขึ้น 2% ทันทีที่มีข่าวการสิ้นพระชนม์ของกษัตริย์อับดุลล่าห์ บิน อับดุลลาซิส อัล ซาอุดแห่งซาอุดีอาระเบียเมื่อวันพฤหัสฯ แต่นั่นก็เป็นเพียงปฏิกิริยาระยะสั้น ที่ไม่อาจจะถือเป็นปัจจัยที่จะนำมาพิจารณาวางแผนธุรกิจของปีนี้ทั้งปีได้
อะไร ๆ ที่เคยคาดการณ์ได้ อะไร ๆ ที่เคยประเมินล่วงหน้าได้ค่อนข้างแม่นยำก็กลายเป็นเรื่องที่มีความไม่แน่นอนสูงอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
ราคาน้ำมันดิบในช่วงปี 2010 ถึงกลางปี 2014 ที่ผ่านมาค่อนข้างจะมีเสถียรภาพที่ 100-110 เหรียญต่อบาเรล และธุรกิจทั่วโลกก็วางแผนบนพื้นฐานของ “ความนิ่ง” ของราคานั้น แต่วันนี้และอีกหลายปีข้างหน้า ไม่มีใครกล้าบอกว่า “ฉันรู้จริง” หรือ “ฉันรู้มากกว่าเธอ” ได้อีกต่อไป
ตั้งแต่เดือนมิถุนายน ปีที่แล้วเป็นต้นมา ราคาน้ำมันก็ร่วงหล่นลงมาอย่างน่ากลัว ลดไปกว่าครึ่งในหกเดือน และวันนี้ซื้อขายกันที่ 46-48 เหรียญต่อบาเรล
ผู้บริโภคและผู้ผลิตสินค้าจำนวนมากจะได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันที่ลดลง แต่ประเทศที่พึ่งพารายได้หลักจากน้ำมันจะต้องเผชิญปัญหาเศรษฐกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เช่น รัสเซีย, เวเนซูเอล่า, ไนจีเรีย, สวีเดน, แองโกล่า, และสก๊อตแลนด์เป็นต้น
และหากราคาน้ำมันดิบต่ำอย่างนี้ ก็จะกระทบโครงการผลิตพลังงานทดแทนเพราะการลงทุนจะไม่คุ้ม
รวมไปถึงการผลิตน้ำมันจากดินและหินของสหรัฐฯที่เรียกว่า shale oil ซึ่งมีต้นทุนการผลิตที่สูงกว่า 50 เหรียญต่อบาเรล
ราคาน้ำมันผันผวนอย่างนี้ไม่มีใครไม่ได้รับผลกระทบ ไม่ว่าจะเป็นด้านบวกหรือด้านลบ
ติดตามการวิเคราะห์และสัมภาษณ์ในรายการ “ไทม์ไลน์ สุทธิชัย หยุ่น” 1 ทุ่มวันอาทิตย์ทาง Nation TV ครับ... อย่าพลาดถ้าจะรู้ทันความเป็นไประดับโลกที่กระทบคนไทยทุกคน!






