วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ลุกแล้วล้ม

ผมเพิ่งไปเยี่ยมผู้ประกอบการโรงสีข้าวรายหนึ่งในอีสาน เป็นคนหนุ่มที่อดีตไฟแรง แต่ปัจจุบันกำลังหันหน้าเข้าหาธรรม

ผู้ประกอบการรายนี้ สูญเสียเงินลงทุนไปกับนวัตกรรมแล้วมากกว่า 15 ล้านบาท และเพิ่งขายรถยนต์ SUV ของตัวเองไปเพื่อนำมาเป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ ประทังธุรกิจไปชั่วคราวก่อน

สิ่งที่เป็นนวัตกรรมของเขามีสองส่วน ส่วนแรกคือ กรรมวิธีในการผลิต หรือจะว่าง่ายๆ ก็เหมือนกับมีสูตรในการผลิตข้าวแบบหนึ่ง ส่วนอีกส่วนคือ เครื่องจักรที่ใช้ในกระบวนการผลิต ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่มีขายปกติในตลาด ต้องทำขึ้นมาใหม่

เงินที่เขาหมดไปก็คือ การลงทุนลองผิดลองถูกกับเครื่องจักรที่ว่ามานี้แหละครับ

เพราะต้นแบบนั้น ทำไว้ที่ปริมาณการผลิต 80 กิโลกรัมต่อชั่วโมงเท่านั้น มันไม่ใช่สเกลอุตสาหกรรมเลย ดังนั้น เมื่อนำนวัตกรรมมาขยายผล ทำให้ต้องสร้างเครื่องจักรใหม่ขึ้นมา และคราวนี้การขยายเสกลการผลิตจริง มันไม่เหมือนการเทียบบัญญัติไตรยางค์ ที่ถ่ายทอดออกมาในรูปแบบ 1:10 ได้ เพราะเงื่อนไขในสภาพการทำงานจริง ต้องการการวิเคราะห์ คำนวณ และออกแบบใหม่ให้สอดคล้องกับสภาวะการผลิตในอีกขนาด

ปรากฏว่า เมื่อทำการผลิตจริงเครื่องจักรตัวหนึ่ง ถูกแรงดันไอน้ำอัดจนฝาปิดระเบิดออกมา ดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ส่วนอีกครั้ง แรงดันไอน้ำสูงมากจนไหลรั่วออกมาถูกพนักงานที่คุมเครื่องอยู่ในเวลานั้น ผลคือ ต้องนอนพักรักษาตัวร่วมเดือน

หลังจากลงทุนไปมากมายกับการจ้างประกอบเครื่องใหม่ ผลลัพธ์ก็คือ นวัตกรรมที่วาดฝันเอาไว้ล้มเหลวไม่เป็นท่า อันที่จริง คอนเซ็ปต์ของมันถ้าฟังดูแล้วจะไม่ยากเลย เอาข้าวไปนึ่งด้วยไอน้ำ เสร็จแล้วทำให้มันแห้ง แต่ปัญหาคือ เดิมนักวิจัยออกแบบเครื่องนี้ไว้แบบทูอินวัน ทั้งนึ่งทั้งทำแห้ง ซึ่งนั่นหมายถึง เครื่องตัวเล็กขนาด 80 กิโลกรัมการผลิตต่อรอบ

เมื่อต้องการ 1 ตัน มันก็ไม่มีทางใช้ตัวเดิมได้ ต้องสร้างเครื่องใหม่ ซึ่งความจริงควรจะหมายถึง การออกแบบระบบใหม่ให้สอดคล้องกับปริมาณการผลิตที่ต้องการมากกว่า

เมื่อย้อนเวลากลับไปไม่ได้ ผู้ประกอบการท่านนั้น จึงใช้วิธีเอาเครื่องตัวดังกล่าวทำหน้าที่อย่างเดียวพอ แล้วไปลงทุนซื้อเครื่องจักรสำเร็จรูปตัวใหม่มาอีก เพื่อทำงานในอีกฟังก์ชั่นหนึ่งแทน ผลคือ เป็นการลงทุนซ้ำลงทุนซ้อน ทุนยิ่งจม แม้จะแก้ปัญหาการผลิตได้ในระดับหนึ่ง แต่ว่าช้าเกินกว่าตลาดไปแล้ว

ผู้บริโภคหันไปนิยมข้าวไรซ์เบอร์รี่แทนข้าวงอกที่มีสารกาบ้า (GABA) สูง

เมื่อกระแสความนิยมเปลี่ยน ในขณะที่ลงทุนไปแล้วมากมาย ผลก็คาดเดาได้ไม่ยากว่า ใกล้เคียงกับสภาวะเจ๊งเต็มที

เทคโนโลยีที่ดี จึงหมายถึง การใช้งานเพื่อการผลิตในช่วงเวลาที่เหมาะสมด้วย

ถ้าใช้งานได้จริงแล้ว แต่มาสายเกินไป ก็เป็นการลงทุนทางเทคโนโลยีที่เปล่าประโยชน์

ผู้ประกอบการท่านนี้จึงน่าเห็นใจที่เมื่อล้มแล้วพยายามลุก แต่เมื่อลุกขึ้นมาแล้ว ก็ปรากฏว่ายังล้มลงไปอีก ดูท่าทางแล้ว เขายังอยากจะลุกขึ้นมาใหม่

ในฐานะผู้ดูข้างเวที ผมอยากจะบอกเขาว่า เลิกชก ยอมแพ้เถอะ แต่ผมก็พูดไม่ได้ มิหนำซ้ำด้วยหน้าที่ ยังต้องยุส่งให้สู้ต่อด้วยซ้ำ

ผมคิดว่า นี่เป็นบทเรียนสำคัญของคนที่เชื่อมั่นในวิถี “จากหิ้งสู่ห้าง” หรือ “จากงานวิจัยสู่การพาณิชย์”

ชีวิตจริงเต็มไปด้วยเส้นทางคดเคี้ยว บางครั้งคิดว่าทางตรงกลับเจอเหวลึกอยู่บ่อยครั้งก็มี

ดังนั้น ผมเห็นใจคนที่เอางานวิจัยไปใช้แล้วล้มเหลวอย่างยิ่ง เวลาซื้อรถ ซื้อบ้าน ซื้อสินค้าทั่วไป เมื่อเกิดปัญหา ยังพอจะร้องเรียนใครได้บ้าง แต่กับงานวิจัยนั้น การลงทุนกลับกลายเป็นความเสี่ยงของผู้ลงทุนเองร้อยเปอร์เซ็นต์ ลงไปแล้วขาดทุนก็ต้องรับสภาพเอง

แต่ผมก็เชื่อมั่นอีกเช่นกันว่า ปราศจากการวิจัยเป็นพื้นฐานเสียแล้ว ชาติจะเจริญก้าวหน้าไปไม่ได้

งานวิจัยและพัฒนานั้นดี แต่เมื่อต้องการพัฒนามาสู่นวัตกรรม ต้องการมุมคิดใหม่ และการจัดการที่เป็นเลิศของคนทำงาน

การทำนวัตกรรม มีหลักการสำคัญอยู่อย่างหนึ่งว่า ต้องอ้าแขนรับเอาความล้มเหลวมาเป็นเพื่อน (embrace failure) ด้วยการเรียนรู้อย่างรวดเร็ว แล้วลุกขึ้นยืนใหม่

การเรียนรู้แล้วลงมือไปพร้อมกันจึงเป็นหัวใจของการจัดการนวัตกรรมที่จำเป็น แต่ก็นั่นแหละครับ จะมีสักกี่คนที่สามารถล้มกันได้บ่อยๆ

เวลาเราหัดขี่จักรยาน เราไม่อยากล้มหรอกครับ เราต่างกลัวที่จะล้มกันทั้งนั้น

แต่เมื่อล้มแล้วก็ต้องลุก แม้ว่าจะล้มอีกก็ต้องลุกอีก จนกว่าเราจะขี่จักรยานได้ในที่สุด

ดังนั้น การลุกแล้วล้ม จึงเป็นส่วนหนึ่งของวงจรชีวิตนวัตกรรมที่ต้องผ่านไป ทุกคนที่ทำนวัตกรรมต่างมีประสบการณ์ตรงนี้ไม่มากก็น้อย

สำคัญตรงที่ “กำลังใจ” ด้วยครับ

ผมเองยังนึกอยู่ว่า ถ้าผมเป็นผู้ประกอบการท่านนี้ ผมอาจจะถอดใจไปนานแล้ว เอาเงินไปทำอย่างอื่นมิดีกว่าหรือ แต่ก็นั่นแหละครับ ต่างคนก็ต่างวิถีทาง ผมเชื่อว่า ท่านเป็นนักสู้ที่น่ายกย่องคนหนึ่ง และผมก็อยากเห็นท่านประสบความสำเร็จธุรกิจของท่านจริงๆ ถ้าท่านไม่เข้าหาทางธรรมไปเต็มตัวเสียก่อน

และผมก็คิดเหมือนกันว่า บางทีการทำนวัตกรรมนั่นแหละเป็นตัวฉุดรั้งท่านเอาไว้จากการแสวงหาความสุขในพระธรรม เพราะมันเป็นงานที่ค้างคา เมื่อยังไม่จบก็ต้องทำต่อ ซึ่งก็แสดงว่า ท่านยังมีกำลังใจอยู่พอสมควร

ที่เหลือก็คือ กำลังทรัพย์ และกำลังสติปัญญา ที่อย่างแรกไม่รู้จะช่วยอย่างไร แต่อย่างหลังพอจะหาคนมาช่วยกันได้ ซึ่งจะว่าไป ก็ต้องพึ่งการมีอย่างแรกด้วย

กำลังใจอย่างเดียวจึงไม่พอครับ แต่การมีกำลังใจที่ดี จะเป็นยาวิเศษที่ทำให้เราไปหาทรัพยากรสำคัญมาเพิ่มเติมได้

แม้ว่าในที่สุดแล้ว นวัตกรรมของท่านอาจจะล้มพับลงไปถาวรจริงๆ นั่นก็ไม่อาจเป็นข้อสรุปว่า ทำนวัตกรรมแล้วไม่ดี ทำอย่างเดิมดีกว่า เพราะไม่ต้องเสี่ยงโดยไม่จำเป็น

เพราะการทำนวัตกรรมคือการเปลี่ยนแปลง เมื่อต้องเปลี่ยนมันก็เสี่ยง ถ้าหากเราคิดให้รอบคอบ และมีบทเรียนในการทำนวัตกรรมมาพอสมควร เชื่อได้ว่า จะจัดการกับความเสี่ยงนั้นได้ดีขึ้น

การลุกแล้วล้ม จึงจะสามารถต่อด้วยการลุกขึ้นอีกครั้งแล้วไม่ล้มก็ได้ เส้นทางนี้เป็นของท่าน ท่านต้องเลือกเองครับ