วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ลุ้นตลาดรถปี 58

ได้ข้อมูลประจำปี 2557 ไปเรียบร้อยแล้วสำหรับอุตสาหกรรมใหญ่ของไทย ที่แต่ละปีมีผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจ

หรือว่าจีดีพีไม่น้อย นั่นคืออุตสาหกรรมรถยนต์ ซึ่งปีที่ผ่านมาเป็นปีที่ไม่ดีนักเนื่องจากได้รับผลกระทบจากหลายเหตุการณ์ ทั้งเศรษฐกิจ ปัญหาหนี้ครัวเรือน รวมถึงความผันผวนของตลาดที่เกิดจากโครงการรถคันแรก ซึ่งแม้จะจบไปนานแล้ว แต่ยังมีผลกระทบต่อเนื่องถึงปัจจุบัน และอนาคต

โตโยต้า รวบรวมตัวเลขมาให้ โดยพบว่ามียอดขาย 8.81 แสนคัน ลดลง 33% และในจำนวนนี้หากแยกดูแต่ละกลุ่มจะเห็นว่า รถเก๋งนอกจากจะมียอดขายที่น้อยกว่าปิกอัพแล้ว ยังมีอัตราการถดถอยที่สูงกว่าอีกด้วย โดยมียอดขาย 3.69 แสนคัน ลดลง 41% ขณะที่ปิกอัพมียอด 3.72 แสนคัน ลดลง 29% และหากรวมปิกอัพดัดแปลงเข้าไปด้วยจะมียอดเพิ่มขึ้นเป็น 4.20 แสนคัน ลดลง 28%

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการที่รถยนต์นั่งถดถอยมากกว่า ทั้งที่มีรถที่หลากหลายมากกว่า และปีที่ผ่านมา ค่ายรถก็ยังเปิดตัวรถรุ่นใหม่เข้ามาเสริมตลาดหลายรุ่น เป็นเพราะกำลังซื้อที่ถูกดึงไปใช้ล่วงหน้าในโครงการรถคันแรกนั้น ส่วนใหญ่คือรถยนต์นั่ง

ไม่เพียงแต่กำลังซื้อถูกดึงไปเท่านั้น แต่ว่าโครงสร้างตลาดก็ถูกดึงจนบิดเบี้ยวไปด้วย การคืนภาษีสูงสุด 1 แสนบาท ส่งผลต่อตลาดรถมือสองอย่างรุนแรง เพราะรถใหม่ไปแย่งตลาด ทำให้ที่ผ่านมามียอดขายลดลงอย่างมาก และโครงสร้างราคาก็ลดลงเช่นกัน และถึงปัจจุบัน ตลาดมือสองก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะฟื้นตัวกลับมาอยู่ในสภาพปกติ

2 ตลาดนี้มีความเกี่ยวพันกันอย่างแยกไม่ออก เพราะเมื่อมือสองมีราคาต่ำลง 30-40% ทำให้ผู้ที่ต้องการเปลี่ยนรถใหม่ ชะลอการซื้อออกไป เนื่องจากทำใจไม่ได้กับการตีราคารถคันเดิมที่ต้องการขายให้เต็นท์ จึงต้องทนใช้ต่อไป นั่นก็ทำให้ตลาดรถใหม่ไม่เดินตามไปด้วย

อย่างไรก็ตาม วงการมือสองมองโลกแง่บวกว่า ปีนี้ตลาดน่าจะปรับฐานดีขึ้น หลังจากโครงสร้างราคาเริ่มนิ่ง และมีผู้ค้ารายใหม่เข้าสู่ตลาดมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี และสายสัมพันธ์ระหว่างผู้ค้าด้วยกัน ทำให้โครงสร้างราคามีมาตรฐานมากขึ้น และลดการแข่งขันตัดราคากัน ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริง ก็คงจะมีส่วนช่วยให้ตลาดรถใหม่ปีนี้ขยับขยายได้บ้าง และอาจทำให้เป้าหมายการขายปีนี้ที่โตโยต้าคาดการณ์ว่าจะอยู่ในระดับ 9.2 แสนคัน เป็นจริง

พูดถึงเป้าหมายการขายปีนี้ ก็เห็นได้ชัดว่า เป็นการตั้งเป้าแบบค่อนข้างระมัดระวังตัว เพราะขอตัวเลขเติบโตแค่ประมาณ 4.5% เท่านั้น ซึ่งคงเป็นเพราะค่ายรถต่างก็ได้รับบทเรียนครั้งใหญ่ช่วงก่อนหน้านี้ ช่วงที่ตลาดวูบวาบจากโครงการรถคันแรกที่มียอดจองเพิ่มเข้ามามหาศาล ทำให้ผลิตไม่ทัน ต้องเร่งเพิ่มการผลิตกันยกใหญ่ ก่อนที่ท้ายที่สุด จะกลับกลายมาเป็นปัญหาใหญ่ คือ สต็อกล้น ซึ่งยังมีผลถึงปัจจุบัน และนำไปสู่การจัดแคมเปญที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ตลาดรถยนต์ไทย

แต่อย่างไรก็ตามปีนี้ค่ายรถต่างๆ ก็เอาจริงเอาจังกันเต็มที่ เพราะแม้จะตั้งเป้าเติบโตไม่มาก แต่หากพลาดเป้าอีก ก็คงจะไม่เป็นที่ชื่นชอบของบริษัทแม่มากนัก ดังนั้นช่วงนี้จึงได้เห็นการจัดระเบียบทีมงานกันใหม่หลายค่าย ตั้งแต่ระดับแม่ทัพจนถึงทหารแนวหน้า

ผลจะออกมาอย่างไร อาจจะไม่ต้องรอดูถึงสิ้นปี