วันนี้ (21 ม.ค.) คงจะรู้กันแล้วว่า ใครได้มานั่งเก้าอี้กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (กอญ.) บริษัทท่าอากาศยานไทย
จำกัด หรือ ทอท.หลังยืดเยื้อมานานเกือบปี หลังจากนายเมฆินทร์ เพ็ชรพลาย อดีต กอญ. คนเก่าพ้นตำแหน่งไป โดยมอบหมายให้ นายนิรันดร์ ธีรนาทสิน กรรมการทอท.เป็นรักษาการกอญ. มาระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งทอท.ได้เปิดรับสมัครและบุคคลมีคุณสมบัติเข้ามาเป็นกอญ.จำนวน 5 คน และคณะกรรมการสรรหา ที่มีนายราฆพ ศรีศุภอรรถ รองปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน ได้ประกาศรายชื่อผู้ผ่านคุณสมบัติมาแล้ว 4 คน
ประกอบด้วย นายกฤต ธนิศราพงศ์ ผู้จัดการ บริษัทซีวิลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด นายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร รองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) นายมนูญ รัตน์เลิศโกมลสุข อดีตกรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอีแบงก์) และนายนิตินัย ศิริสมรรถการ อดีตผู้อำนวยการสถาบันอนาคตไทยศึกษา
หากพิจารณารายชื่อผู้สมัครชิงตำแหน่งกอญ. ทอท.แล้ว ก็คงพอจะมองออกว่าแต่ละคนล้วนมีคุณสมบัติ ตามประกาศใกล้เคียงกัน แต่เชื่อเกือบทุกคนก็ต้องมีสายสัมพันธ์สนับสนุนอยู่เบื้องหลังอยู่บ้าง หรือเรียกง่ายๆว่า ใครส่งเข้าประกวดบ้าง และเอาเข้าจริงๆ แล้ว ถ้าไม่มีคนผู้สนับสนุนก็คงไม่มีใครกล้าหาญมาสมัครแบบข้ามาคนเดียวหรอก เพราะการเข้ามาบริหารรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ที่ดูแลบริหารสนามบินของประเทศ และเกี่ยวข้องกับทั้งการบริหารคน และโครงการลงทุนจำนวนมาก จะใช้เฉพาะฝีมือล้วนๆ ก็คงไม่ใช่เรื่องง่ายนัก แต่คงต้องคนช่วยแบล็กอัพอยู่ด้วยไม่ว่าจะเป็นคนในรัฐบาลหรือภาคเอกชนก็ตาม
เพียงแต่ว่าคนสนับสนุนหรือที่เรียกกันว่า เป็นเด็กใคร นั้น เมื่อมีโอกาสได้เข้ามานั่งเก้าอี้สำคัญอย่างนี้แล้ว ก็ควรจะต้องมีความรู้ความสามารถเหมาะสมกับตำแหน่งที่ได้รับ และสามารถที่จะทำประโยชน์ให้กับองค์กรที่เข้าไปได้ หรืออย่างน้อยต้องไม่สร้างความเสียหายหรือทำให้องค์กรเสียประโยชน์ รวมทั้งไม่เปิดช่องให้ใครเข้าไปหาประโยชน์จากองค์กรอย่างง่ายดาย และกระทำในสิ่งที่ผิดกฎหมาย
แม้ว่าจะถูกผู้สนับสนุนร้องขอให้ช่วยเหลือหรือเอื้อประโยชน์ก็ตาม แต่ก็ต้องชั่งน้ำหนักของผลที่จะเกิดตามจากปฏิบัติคำร้องขอของผู้สนับสนุน เพราะทอท.ถือเป็นรัฐวิสาหกิจที่มีความสำคัญของประเทศ เนื่องจากธุรกิจการบินมีความเกี่ยวพันกับความมั่นคงชาติด้วย รวมทั้งยังเป็นแหล่งสร้างรายได้เข้าประเทศอีกจำนวนมหาศาล ทั้งจากการท่องเที่ยวและการขนส่งคมนาคม
ที่ผ่านมา ทอท.ถูกมองว่าเป็นแหล่งหาประโยชน์กลุ่มธุรกิจและกลุ่มการเมืองมาตลอด ไม่ว่าใครจะขึ้นมาเป็นรัฐบาล องค์กรนี้จะถือเป็นแหล่งหารายได้ ทำให้ถูกกลุ่มที่จะหาผลประโยชน์พยายามเข้ามาบริหารหรือส่งตัวแทนเข้ามากุมอำนาจ เพื่อหวังสร้างประโยชน์ให้ตัวเอง จนองค์กรแทบไม่ได้มีการพัฒนาให้เจริญก้าวหน้าไปได้มากนัก เพราะมีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารบ่อยครั้งหรือตามวาระทางการเมือง
ไม่ว่าใครจะได้รับเลือกให้มาเป็นกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. คนใหม่ สิ่งที่ต้องคำนึงและยึดเป็นแนวทางปฏิบัติ นั่นคือผลประโยชน์ขององค์กรและชาติมาเป็นอันดับแรก แม้ว่าจะบุคคลที่มีฝ่ายใดสนับสนุนอยู่ก็ตาม !!!!









