วันที่ 13 ม.ค. พระสุเทพ ปภากโร พร้อมพระแกนนำ กปปส. ได้เดินทางมาที่วัดโป่งโก หมู่ 2 ต.ทองมงคล
อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อร่วมพิธีหล่อรูปเหมือนหลวงพ่อทวด โดยมี อดีต ส.ส.ประจวบคีรีขันธ์ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และสมาชิกสภาองค์กรปกครองท้องถิ่น(อปท.)รวมทั้งประชาชนร่วมงานจำนวนมากมาร่วมต้อนรับคณะพระสุเทพ
ในวันเดียวกันพระอิสสระ สมชัยได้กล่าวปาฐกถาเรื่องปัญหาราคายางตกต่ำ โดยอดีตแกนนำ กปปส.อีสาน ได้เล่าถึงราคายางในอดีตสะท้อนปัญหาราคาในปัจจุบัน
พระอิสสระ ปลุกปลอบใจให้ชาวบ้านยอมรับกับราคายางพาราที่ตกต่ำ อันมีเหตุปัจจัยมาจากราคายางในตลาดโลก
วันที่14ม.ค.2558ในตำบลเดียวกันกับที่พระสุเทพมาโปรดชาวสวนยางประจวบฯ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ และอาสาสมัครรักษาดินแดน รวมทั้งทหารสนธิกำลังเข้าโค่นต้นยางพารา ในเขตป่าสงวน และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุทยานเสด็จในกรม กรมหลวงชุมพร ต.ทองมงคล อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์
จริงๆแล้ว พื้นที่ อ.บางสะพาน และ อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ ริมถนนเพชรเกษม4เลน ยาวนับสิบกิโลเมตร เป็นพื้นที่พิพาทระหว่างรัฐกับประชาชน
ชาวบ้านมาสร้างหลักปักฐาน ก่อนที่อุทยานฯ จะประกาศเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฯ ทับที่ชาวบ้าน บางแห่งเป็นเขตนิคมสหกรณ์ ที่มีข้อพิพาทมา70ปี แต่เจ้าหน้าที่ป่าไม้ใช้ช่องว่างทางกฎหมายแสวงหาผลประโยชน์กับชาวบ้านมาโดยตลอด
ภาคีเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางพาราและปาล์มน้ำมัน จ.ประจวบคีรีขันธ์ซึ่งเป็นพันธมิตรกับแนวร่วมกู้ชีพชาวสวนยาง จึงจัดประชุมใหญ่ที่บ้านธรรมรัตน์ เพื่อให้รัฐบาลประยุทธ์ ชะลอการตัดโค่นยาง พร้อมเตือนการใช้อำนาจ ตามคำสั่ง คสช.ที่66 (4)นั้น ควรใช้อย่างระมัดระวัง
กล่าวคือ"การยึดคืนพื้นที่ป่า ต้องไม่มีผลกระทบกับคนจน"เนื่องจากชาวสวนยางเดือดร้อนจากวิกฤติราคายางพาราตกต่ำอยู่แล้ว ก็อย่าซ้ำเติมเขาด้วยเรื่องที่ดินอีกเลย
หากยังจำกันได้ สองปีก่อน ภาคีเครือข่ายชาวสวนยางพาราและปาล์มน้ำมัน16จังหวัดภาคใต้ ได้ชุมนุมปิดถนนบริเวณบ้านธรรมรัตน์ อ.บางสะพาน เรียกร้องให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์แก้ปัญหาราคายางตกต่ำ
ปลายปี2556ภาคีเครือข่ายชาวสวนยางพาราและปาล์มน้ำมัน16จังหวัดภาคใต้ ได้ยกระดับการต่อสู้โดยเข้าร่วมการชุมนุมต่อต้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม และขับไล่ระบอบทักษิณ โดยมีการจัดตั้ง"นักรบตะนาวศรี"และเคลื่อนพลเข้าร่วมชุมนุมที่เวทีกองทัพธรรม และเวที คปท.
เชื้อไฟของการตัดโค่นป่ายางโดยคำสั่ง คสช.อาจทำให้"นักรบตะนาวศรี"ฟื้นคืนชีพอีกครั้ง
ขณะเดียวกัน เครือข่ายชาวสวนยางทั่วไป ได้รวมตัวกันจัดตั้ง"สมัชชาเกษตรกรชาวสวนยาง
แห่งประเทศไทย"โดยภารกิจแรกคือ การยื่นหนังสือต่อประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อขอให้พิจารณาทบทวนถอนไม้ยางพารา ออกจากบัญชีต้นไม้ท้าย พ.ร.บ.สวนป่า พ.ศ.2535
โครงสร้างสมัชชาเกษตรกรชาวสวนยางแห่งประเทศไทย ประกอบด้วยรศ.ดร.ณรงค์ เพ็ชรประเสริฐ
,รศ.ดร.ประเสริฐ ชิตพงศ์,พงศา ชูแนม,อุทัย สอนหลักทรัพย์นายกสมาคมสมาคมสหพันธ์สมาคมชาวสวนยางแห่งประเทศไทย,เพิก เลิศวังพงอดีตประธานชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนยางฯ,กรีรัตน์ ทองใสที่ปรึกษาแนวร่วมกู้ชีพชาวสวนยาง,สุนทร รักษ์รงค์แนวร่วมกู้ชีพชาวสวนยาง และที่ปรึกษาภาคีเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางพาราและปาล์มน้ำมันฯ,มนัส บุญพัฒน์ว่าที่นายกสมาคมคนกรีดยางและชาวสวนยางรายย่อย ฯลฯ
สรุปว่าแนวรบชาวสวนยาง ยังเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบกฎอัยการศึกของ คสช. และมีพื้นที่ได้แสดงความคิดเห็น จึงไม่น่าจะเปิดแนวรบท้องถนนในเร็ววันนี้
ว่ากันตามจริง การโค่นป่ายางชาวบ้านในพื้นที่ป่าสงวนหรือเขตอุทยานฯ ของหน่วยงานรัฐนั้น เรียกว่าเป็นสถานการณ์ "ไฟสุมขอน" พร้อมจะลุกโชน หากมีแรงลมโหมกระหน่ำ






