วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กฎหมายเอื้อเศรษฐกิจดิจิทัล อย่าละเมิด-ลิดรอนสิทธิประชาชน

จากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างกฎหมาย 8 ฉบับ ที่เอื้อต่อการเดินหน้าเศรษฐกิจดิจิทัล

และกำลังจะเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ประกอบด้วย 1. ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ในการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ 2. ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... แก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับลักษณะการทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ อำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ 3. ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. .... กำหนดหลักเกณฑ์การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ 4. ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. .... 5. ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล พ.ศ. .... 6. ร่าง พ.ร.บ.กองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พ.ศ. .... 7. ร่าง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และ 8. ร่าง พ.ร.ฎ.จัดตั้งสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....

ล่าสุด เครือข่ายภาคประชาชน 6 องค์กร คือ สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย, มูลนิธิโลกสีเขียว, เอฟทีเอ วอทช์ กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน, มูลนิธิเพื่อการศึกษาของชุมชน, สถาบันพัฒนาสื่อภาคประชาชน และเครือข่ายพลเมืองเน็ต ได้รวมตัวคัดค้าน นอกเหนือจากนักกฎหมายที่แสดงความกังวลต่อร่างกฎหมายที่ให้อำนาจแก่พนักงานเจ้าหน้าที่มากเกินไป ดำเนินการร่างโดยไม่ได้รับฟังความเห็นของภาคเอกชน หรือภาคประชาชนแต่อย่างใด ผู้ร่วมร่างกฎหมายส่วนใหญ่เป็นตัวแทนฝ่ายความมั่นคง หากร่างกฎหมายนี้ประกาศใช้เมื่อไร กระทรวงดิจิทัลจะเป็นกระทรวงเกรด เอ ทันที เพราะทุกอย่างรวมศูนย์ที่กระทรวงนี้ มีอำนาจเหนือกระทรวงมหาดไทย มากกว่ากระทรวงการคลัง ตัวรัฐมนตรีมีอำนาจมากกว่านายกรัฐมนตรี

ภาคประชาชนแสดงความกังวลถึงประเด็นด้านสิทธิเสรีภาพ ของประชาชนที่ถูกลิดรอนไป การคุ้มครองสิทธิข้อมูลส่วนบุคคลที่ในร่างกฎหมายใหม่นั้น เจ้าหน้าที่รัฐสามารถขอข้อมูลบุคคลได้โดยไม่ต้องมีคำสั่งศาล ซึ่งเป็นจุดที่อาจกระทบอย่างมากต่อธุรกิจเนื่องจากจะทำให้ความเชื่อมั่นในการลงทุนลดลง เพราะไม่มั่นใจเรื่องความลับทางการค้า ซึ่งการดักฟังข้อมูล หรือการเก็บข้อมูลคอมพิวเตอร์เป็นเรื่องสำคัญมาก และเป็นสิ่งที่รัฐทำเพื่อความมั่นคงมากกว่าจะเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจ ก่อนหน้านี้เคยมีกรณีเกิดขึ้นในเกาหลีใต้ที่รัฐใช้วิธีการเก็บข้อมูลไอดีของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อใช้ยืนยันตัวตนของผู้ใช้งาน แต่ผลลัพธ์คือ ทำให้เกิดตลาดมืดที่ซื้อขายไอดี เพื่อนำไปใช้อินเทอร์เน็ตแทน กลายเป็นการสร้างปัญหาใหม่แทนแก้ปัญหาเดิม หรือส่งเสริมให้ดีขึ้น เกรงประเทศไทยจะซ้ำรอย

ร่างกฎหมายหลายฉบับที่ออกมา ไม่ส่งเสริมความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์อย่างแท้จริง คุกคามเสรีภาพในการแสดงออก และสิทธิในความเป็นส่วนตัวขั้นพื้นฐาน และกระทบต่อการประกอบธุรกิจด้านข้อมูลข่าวสาร ขาดกลไกคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ และสิทธิผู้บริโภคที่ชัดเจน สัดส่วนของคณะกรรมการชุดต่างๆ ไม่ได้รับประกันสัดส่วนจากผู้แทนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ตัดคณะกรรมการด้านสิทธิและผู้บริโภคออกไป 3 ตำแหน่ง แต่เพิ่มกรรมการด้านความมั่นคงเข้ามาแทน 2 ตำแหน่ง อีกทั้งขาดความชัดเจนของสถานะทางกฎหมายของหน่วยงานที่ตั้งขึ้นเป็นหน่วยงานของรัฐที่มีฐานะเป็นนิติบุคคล และไม่เป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ ที่ไม่มีกลไกร้องเรียนตรวจสอบที่ชัดเจน ซึ่งเราเห็นว่า การออกกฎหมายที่เอื้อต่อเศรษฐกิจดิจิทัลที่แท้จริงต้องไม่ละเมิด และไม่ลิดรอนสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนด้วยประการทั้งปวง