วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เกิดอะไรขึ้นในชั้นเรียน?

การปฏิรูปการศึกษาเป็นเรื่องใหญ่ ถ้าทำไม่สำเร็จ ก็อย่าหวังว่าเราจะสร้างระบอบประชาธิปไตยที่ยั่งยืนได้

การยกเครื่องระบบการศึกษาจะต้องเริ่มที่ตัว “คุณครู” และการประสานระหว่างบ้านกับโรงเรียน ซึ่งหมายความว่าผู้ปกครองกับครูและนักเรียน จะต้องเชื่อมโยงกันอย่างต่อเนื่อง และเสริมส่งซึ่งกันและกันอย่างเป็นระบบ

ผมได้รับข้อความนี้ทางไลน์ ว่าด้วยวิธีการสอนของครูที่เวียดนามที่น่าสนใจ

คุณครูเวียดนามจะให้การบ้านเด็กวันละ 5 ข้อ เป็นคำถามเหมือนกันทุกวัน ให้นักเรียนตอบและอธิบายเป็นกิจวัตรประจำวัน

คำถาม 5 ข้อนั้นคือ

1.วันนี้เธอช่วยพ่อแม่ทำงานอะไรบ้าง?

2.วันนี้เธอทำความดีกับคนอื่นอย่างไรบ้าง?

3.ที่บ้านเธอมีข่าวท้องถิ่นอะไรน่าสนใจบ้าง?

4.มีข่าวการเปลี่ยนแปลงอะไรในประเทศเธอบ้าง?

5.ในโลกของเรามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง?

จะเห็นว่าหากเด็กต้องตอบคำถามทั้ง 5 ข้อนี้ทุกวัน ก็จะเกิดความตระหนักในเรื่องกตัญญู ต้องช่วยพ่อแม่ทำงานบ้าน มิฉะนั้นจะตอบคำถามข้อ 1 ไม่ได้

ขณะเดียวกันก็ต้องทำความดีทุกวัน สอนให้เป็นคนดี มีเมตตา ช่วยเหลือผู้อื่น หาไม่แล้วก็จะจะตอบโจทย์ข้อ 2 ไม่ได้

คำถามข้อ 3-4 สอนให้เด็กรู้จักสังเกตสิ่งแวดล้อมรอบตัว ติดตามข่าวสารเพื่อสรุปให้ได้ว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลง ต้องปรับตัวอย่างไรให้สอดรับกับความเป็นไปรอบตัว และต้องทำให้ตัวเองทันกับเหตุการณ์ตลอดเวลา ซึ่งหมายความว่าจะต้องติดตามข่าวสารรอบตัวอย่างรอบด้าน

ข้อ 5 กระตุ้นให้เด็กมีวิสัยทัศน์หรือ vision กว้างไกล ติดตามข่าวสารเพื่อให้รู้ว่าโลกไปถึงไหนกันแล้ว รู้เท่าทันเขา ปรับตัวให้อยู่รอด แต่ไม่จำเป็นต้องเลียนแบบคนอื่นทุกเรื่อง

เห็นชัดเจนว่าครูเวียดนามสอนให้เด็กคิด ใช้สมอง ไม่ใช้อารมณ์หรือความรู้สึกอย่างเดียว อีกทั้งต้องมีจินตนาการ จึงจะตอบโจทย์ทั้ง 5 ข้อได้ เด็กต้องคิดต้องใคร่ครวญประเด็นที่สำคัญต่อการสร้างเสริม “คนดีมีคุณธรรม” ทุกวัน ไม่เฉพาะ “วันเด็ก” หรือวันที่มีการจัดพิธีกรรมเท่านั้น

การสร้าง “วินัย” ทางความคิดและพฤติกรรมต้องทำกันทุกวัน เหมือนคำว่า “ประชาธิปไตย” ต้องเป็นส่วนหนึ่งของวิธีคิดและวิถีปฏิบัติจึงจะเกิดขึ้นได้จริง มิใช่ “ประชาธิปไตยสองนาที” คือเฉพาะช่วงเข้าไปหย่อนบัตรเลือกตั้งเท่านั้น หลังจากนั้นก็ไม่เกาะติดการทำหน้าที่ของคนที่อ้างว่าเป็นตัวแทนประชาชน อ้าง “อาณัติ” ที่ได้จากคูหาเลือกตั้งไปทำปู้ยี่ปู้ยำประเทศชาติจนเกิดวิกฤตบ้านเมืองอย่างที่เห็นกัน

ในหนังสือ “คุณครูที่รัก...บุญแล้วที่เกิดมาเป็นครู” ของท่านองคมนตรี ดร.เกษม วัฒนชัย ตอนหนึ่งท่านเน้นถึงปฏิสัมพันธ์ระหว่างครูผู้สอนและนักเรียนทุกคนในชั้นเรียน ทุกชั่วโมงและทุกวิชา

ครูพร้อมที่สอนเต็มที่ ใช่ไหม?

นักเรียนทุกคนพร้อมที่จะเรียนเต็มที่ ใช่ไหม?

จึงเป็นที่มาของ “คำถามที่มีค่ายิ่งกว่าทองคำ” ที่ถามว่า

เกิดอะไรขึ้นในชั้นเรียน ใครรู้บ้าง?

ครูเต็มใจสอนหรือไม่? ผู้อำนวยการทราบไหม?

ครูสอนตามหลักสูตรหรือเปล่า? ผู้อำนวยการทราบไหม?

นักเรียนได้เรียนตามหลักสูตรหรือไม่? เรียนได้ไหม?

ถ้าไม่ได้ จะแก้ไขอย่างไร? หรือจะปล่อยเลยตามเลย

นี่จึงเป็นที่มาของคำเสนอแนะที่ว่า หากบ้านเมืองไหนตั้งใจจะพัฒนาคุณภาพการศึกษาแล้วไซร้ สิ่งสำคัญคือต้องมีผู้รับผิดชอบในผลลัพธ์ของการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องตอบคำถามให้ได้ว่า

เกิดอะไรขึ้นในชั้นเรียน?