คงต้องขอสิทธิชี้แจง เดี๋ยวจะหาว่าข่าวมั่ว กรณีองค์การพูโลออกแถลงการณ์ตอบโต้ หลังมีการรายงานข่าว
เตรียมจัดกิจกรรมที่ประเทศเยอรมนีในวาระครบรอบ 47 ปีการก่อตั้งพูโล ด้วยการเชิญชวนกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐกลุ่มอื่นๆ เข้าร่วมการประชุมที่เรียกว่า "ยูนิตี้ ทอล์ค" ในวันที่ 24 ม.ค.นี้
นัยว่าเป็นการแสดงเอกภาพและความพร้อมของ "กลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐ" ในห้วงใกล้เปิดโต๊ะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้รอบใหม่เต็มที
"กรุงเทพธุรกิจ" นำเสนอข่าวนี้ ในฐานะที่ "พูโล" เป็นหนึ่งในขบวนการที่อ้างอุดมการณ์ปลดปล่อยปาตานี หรือแบ่งแยกดินแดนสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ออกจากรัฐไทย
ข่าวนี้นำเสนอในเว็บไซต์ ศูนย์ข่าวภาคใต้ สำนักข่าวอิศรา ไปพร้อมๆ กัน และต่อมาพูโลออกแถลงการณ์ปฏิเสธ โดยคำแถลงพุ่งตรงถึงสำนักข่าวอิศรา ซึ่งคงเพราะเป็นข่าวเว็บไซต์ ตามอ่านง่าย และทำข่าวภาคใต้มาตลอด อยู่ในความสนใจของกลุ่มขบวนการอยู่แล้ว
เนื้อหาของแถลงการณ์มีดังนี้
"เราขอขอบคุณที่ช่วยในการตีพิมพ์เกี่ยวกับการประชุมครบรอบ 47 ปีของพูโลที่จะมีขึ้นในยุโรปอีกไม่นาน เพียงแต่เราต้องการทราบว่า อะไรคือเป้าหมายเบื้องหลังของการเผยแพร่ข่าวสารในครั้งนี้ แต่ถ้าเพียงแค่ต้องการให้เกิดความหวาดกลัวในกลุ่มพวกเรา แน่นอนที่สุดมันไม่มีทางสำเร็จ แต่มันจะทำให้เพิ่มความครึกครื้น
หากเพียงต้องการใส่ร้ายว่าการพบปะกันในครั้งนี้มีการช่วยเหลือจากรัฐไทย เป็นข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง และหากต้องการที่จะให้เราเกิดการขัดแย้งหรือกัดทะเลาะกันเองในระหว่างกลุ่มอื่นๆ ก็ไม่ประสบความสำเร็จเช่นกัน เพราะว่ากลุ่มขบวนการปาตานีต่างๆ มีอายุยาวนานและประสบการณ์ เรารู้ดีว่าและเชื่อว่าใครอยู่เบื้องหลังการตีแผ่ข่าวสารในครั้งนี้"
ต่อมาโฆษก กอ.รมน.ได้ออกมาชี้แจงประมาณว่า ไม่ทราบที่มาที่ไปของข่าวการจัดประชุมของพูโล และมีสื่อบางแขนงอ้างว่าโฆษก กอ.รมน.ระบุว่าข่าวนี้เป็นแค่ "ข่าวลือ" แต่ในเนื้อหาที่เป็นข่าวจริงๆ ไม่มีคำว่า "ข่าวลือ"
ในฐานะที่ "กรุงเทพธุรกิจ" ลงข่าวนี้ด้วย อยากชี้แจงข้อเท็จจริงดังนี้
1.แถลงการณ์ของพูโลไม่ได้ปฏิเสธข่าวการจัดกิจกรรมในวาระ 47 ปีขององค์กร และไม่ได้ปฏิเสธเรื่องการจัดประชุม "ยูนิตี้ ทอล์ค"
2.สิ่งที่พูโลปฏิเสธจริงๆ คือ ข่าวที่อ้างว่ามีการติดต่อประสานงาน และพบปะกันอย่างลับๆ ระหว่าง นายกัสตูรี่ มาห์โกตา ประธานกลุ่มพูโล กับเจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐหน่วยหนึ่งของไทยที่อินโดนีเซีย จนเชื่อกันว่านำมาสู่การจัดประชุม "ยูนิตี้ ทอล์ค"
ข้อใหญ่ใจความของแถลงการณ์อยู่ที่ข้อ 2 และยังตั้งข้อสงสัยถึงแรงจูงใจในการนำเสนอข่าว ทำนองว่าต้องการสร้างความแตกแยกหวาดระแวงในกลุ่มขบวนการหรือไม่ โดยเฉพาะการที่ข่าวระบุถึงการพบปะกันระหว่างแกนนำพูโลกับเจ้าหน้าที่รัฐไทย ซึ่งแถลงการณ์บอกว่าเป็นการ "ใส่ร้าย"
จริงๆ แล้วก่อนนำเสนอข่าวนี้ ได้มีการตรวจสอบที่มาที่ไปพอสมควร และมีภาพถ่ายการพบปะกันดังกล่าวด้วย ตามที่นำมาแสดงไว้ แต่ต้องพรางภาพ เนื่องจากเจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐหน่วยนี้เดินทางไปหารือแบบ "ปิดลับ"
และมีข่าวว่าคณะเจ้าหน้าที่ที่ไปพบกับแกนนำพูโล ถูกเรียกไปตำหนิเรียบร้อยแล้ว เพราะการไปแบบ "ไม่ลับจริง" ได้กลายเป็นความเคลื่อนไหวที่ทำให้มาเลเซียไม่พอใจ ในฐานะที่เป็นผู้อำนวยความสะดวกกระบวนการพูดคุยอย่างเป็นทางการ
ฉะนั้นจะว่าไปแล้ว แถลงการณ์ของพูโลจึงเป็นการ "แก้เกี้ยว" มากกว่า "ตอบโต้" เพราะมีข่าวว่าทางการมาเลเซียเองก็ไม่พอใจแกนนำพูโลด้วย และแกนนำของขบวนการเหล่านี้ก็ล้วนใช้มาเลเซียเป็นสถานที่พำนัก ตลอดจนเดินทางผ่านเข้า-ออกตลอดมา จึงถูกบีบถูกกดดันได้ทุกเวลา
การรีบตอบโต้ว่าการพบปะกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยเป็นการ "ใส่ร้าย" จึงกระทำไปเพื่อการนี้
บทสรุปของเรื่องนี้ทำให้เกิดคำถามว่า ไม่ใช่แค่เพียงฝ่ายขบวนการแบ่งแยกดินแดนเท่านั้นที่ไม่เป็นเอกภาพ แต่การเคลื่อนไหวของฝ่ายไทยเองก็มีปัญหาเดินคนละทิศละทางด้วยหรือเปล่า?






