เห็นภาพนายกฯเยอรมัน อังเกลา แมร์เคิล กับประธานาธิบดีฟรังซัวส์ โอลอง ของฝรั่งเศส ต่างเอามือประกบไหล่
ของกันและกัน เมื่อวันอาทิตย์แล้วก็สัมผัสได้ถึงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ของสองผู้นำเพื่อนบ้าน ที่ปกติจะแข่งขันกันทางด้านการเมืองการทูตและเศรษฐกิจ
แต่วันนี้ ผู้นำทั้งโลกประกาศความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวเพื่อต่อต้านการก่อการร้ายอย่างจริงจัง
ภาพประวัติศาสตร์ที่กรุงปารีสเมื่อวันอาทิตย์คือ การรวมพลังของผู้นำจากกว่า 40 ประเทศ
เพื่อแสดงจุดยืนต่อต้านการก่อการร้าย หลังเหตุการณ์ที่เมืองหลวงของฝรั่งเศส ที่สร้างความสะเทือนขวัญไปทั่วโลก
การชุมนุมวันนั้นมีคนมาร่วมกว่า 1 ล้านคน และเป็นครั้งแรกที่ผู้นำจากประเทศที่ปกติมีความระหองระแหงไม่ลงรอยทางการเมือง มายืนจับมือกันเพื่อตอกย้ำว่าจะร่วมมือกันเพื่อป้องกัน และต่อต้านการก่อการร้ายที่โหดเหี้ยมทารุณ
ผู้นำของชาติที่ไม่ค่อยเป็นมิตรต่อกันในยามปกติ ก็แสดงสปิริตในยามวิกฤตเช่นนี้ด้วยการมาร่วมในการชุมนุม
เช่นนายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู, ประธานาธิบดีปาเลสไตน์มาห์มู๊ด อับบาส, นายกฯอังกฤษเดวิด คาเมรอน และนายกฯอิตาลีมัตเตโอ เรนซี เป็นต้น
ประธานาธิบดีบารัก โอบามาของสหรัฐ ไม่ปรากฏตัว อ้างความยุ่งยากด้านการรักษาความปลอดภัย แต่จะเป็นเจ้าภาพการประชุมระดับโลกในเดือนหน้าที่วอชิงตัน เพื่อร่วมกันวางแผนต่อต้านการก่อการร้ายระดับโลกอย่างเป็นรูปธรรมเป็นครั้งแรก
ผู้เข้าร่วมมีทั้งเด็กและผู้ใหญ่ บางคนเข็นรถเข็นเด็กเข้าร่วมขบวนที่ไกลเกินสุดขอบตา บางคนตะโกนคำขวัญว่า “Liberte!” หรือเสรีภาพ และ “Charlie!” ซึ่งเป็นชื่อของนิตยสารชาร์ลี เอ็บโด ที่ถูกผู้ก่อการร้ายบุกสังหารคนในสำนักงาน
นอกจากที่กรุงปารีสแล้ว ก็ยังมีผู้ไปชุมนุมกันอีกหลายเมืองทั้งในและนอกฝรั่งเศส อย่างเช่นที่เมืองมาร์แซย์ เมืองใหญ่อันดับสองทางตอนใต้ของฝรั่งเศส ซึ่งเป็นเมืองที่มีประชากรชาวมุสลิมหนาแน่นมากที่สุดของประเทศ ก็ได้มีผู้เดินขบวนหลายพันคนชูประเด็นขอให้มีการยอมรับกันระหว่างคนต่างศาสนาและการอยู่ร่วมกันโดยสันติ
ที่กรุงลอนดอน ก็มีผู้คนจำนวนมากไปร่วมชุมนุมกันที่จัตุรัสทราฟัลการ์ ใจกลางกรุงลอนดอน เพื่อร่วมแสดงความเป็นเอกภาพกับผู้คนที่ปารีสด้วย การชุมนุมลักษณะเดียวกันนี้จัดขึ้นที่เมืองใหญ่ในยุโรปหลายเมือง เช่นกรุงมาดริดของสเปน
ญาติและเพื่อนของ 17 เหยื่อความรุนแรงครั้งนี้เดินนำหน้าแถวยาวเหยียดของผู้คน เป็นการเตือนความทรงจำถึงความรุนแรงของมือปืน 3 คนของกลุ่มก่อการร้ายที่อ้างว่าเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มอัล ไกด้า ที่เข้าไปใช้ปืน AK-47 ยิงบรรณาธิการและนักเขียนการ์ตูนอาวุโส ของหนังสือพิมพ์เสียดสีการเมืองชื่อดัง Charlie Hebdo เสียชีวิตเมื่อวันพุธก่อน
และต่อมามือปืนคนที่สามเข้าไปจับตัวประกัน 4 คน ที่ร้านขายของเบ็ดเตล็ดชาวยิว ยิงตำรวจหญิงและตัวประกันเสียชีวิต
มือปืนทั้งสามถูกตำรวจฝรั่งเศสสังหาร กลายเป็นโศกนาฏกรรมระดับโลก ที่ทำให้ผู้คนตื่นขึ้นมารับรู้ความจำเป็นที่จะต้องร่วมมือกันหาทางป้องกันและปราบปรามการก่อการร้าย ไม่ว่าจะเกิด ณ จุดไหนในโลก
เหตุที่เกิดไม่ใช่ความขัดแย้งเรื่องศาสนา หากแต่เป็นเรื่องของความรุนแรง ความคิดสุดขั้ว กับการดำรงชีวิตอย่างสันติของคนในโลก
เป็นบทเรียนสำหรับคนไทยที่จะต้องรับรู้ปัญหาการก่อการร้าย ซึ่งจะต้องช่วยกันป้องกันกันทุกคน มิใช่เฉพาะหน้าที่ของฝ่ายบ้านเมืองหรือตำรวจกับทหาร เพราะเรื่องโหดร้ายไร้ศีลธรรมเช่นนี้ย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ หากสังคมไม่ลุกขึ้นมาร่วมกันหาทางป้องกันในทุก ๆ ทาง









