วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ศตวรรษแห่งความรุนแรง

ฝรั่งเศสเดินขบวนครั้งใหญ่ เพื่อแสดงความเป็นเอกภาพของประชาชนในประเทศ หลังจากเกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญ

กลางกรุงปารีส ทำให้มีผู้เสียชีวิต 17 ราย ซึ่งการเดินขบวนครั้งนี้นอกจากรำลึกถึงผู้เสียชีวิตแล้ว ยังแสดงให้เห็นการต่อต้านก่อการร้ายของฝรั่งเศส และที่สำคัญในการเดินขบวนครั้งนี้ มีผู้นำหลายประเทศในยุโรปเข้าร่วมด้วย นอกจากเป็นสัญญาณชี้ให้เห็นความเป็นหนึ่งเดียวของประเทศในยุโรปในการต่อต้านก่อการร้ายแล้ว ยังอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของนโยบายด้านความมั่นคงของฝรั่งเศสด้วย

พิธีเดินขบวนครั้งใหญ่เพื่อต่อต้านก่อการร้ายในครั้งนี้ อาจเปรียบเหมือนในช่วงเหตุการณ์ 9/11 ที่สหรัฐฯถูกโจมตี ซึ่งในครั้งมีผู้เสียชีวิตหลายพันคน โดยหลังจากพิธีการรำลึกเสร็จสิ้น ก็เกิดการตอบโต้ครั้งใหญ่ของสหรัฐฯต่อก่อการร้ายทั่วโลก ซึ่งมีการกล่าวถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้นว่า "โลกจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป" และชาวโลกก็ได้เห็นบทบาทของสหรัฐฯในการเมืองโลกที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง นักรัฐศาสตร์เรียกว่าภูมิศาสตร์การเมืองของโลกได้เปลี่ยนไปตั้งแต่เหตุการณ์ 9/11

ดังนั้นจึงน่าจับตาอย่างยิ่งสำหรับบทบาทของฝรั่งเศสนับจากนี้ หลังเสร็จสิ้นการเดินขบวนครั้งใหญ่ว่าจะเป็นอย่างไร ซึ่งบางคนอาจไม่เข้าใจว่าหากเทียบในแง่ของความสูญเสียแล้ว เทียบไม่ได้กับความสูญเสียที่เกิดขึ้นจากความรุนแรงในพื้นที่อื่นของโลก แต่เราต้องเข้าใจว่าฝรั่งเศสถือว่าเป็นดินแดนแห่งเสรีภาพ ทางการเมืองมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และสิ่งที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ถือว่ารุนแรงในแง่ของความเป็นรัฐที่เปิดกว้างทางความคิดทางการเมือง และจากนี้ไปกำลังจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

หากจะคาดเดาถึงแนวโน้มที่เป็นไปได้ของบทบาทฝรั่งเศสในเวทีการเมืองโลก เราน่าจะเห็นบทบาทมากยิ่งขึ้นในการต่อต้านก่อการร้ายของฝรั่งเศส ซึ่งไม่เพียงมาตรการที่เข้มข้นในประเทศของตัวเองเท่านั้น ยังส่งผลกระทบต่อประเทศอื่นที่มีความสัมพันธ์กับฝรั่งเศสอีกด้วย และเราเชื่อว่าบทบาทเช่นนี้เราจะได้เห็นกันในเร็วๆนี้ เช่นเดียวกับที่เราเผชิญกับบทบาทของสหรัฐฯหลังเหตุการณ์ 9/11 ซึ่งจากบทบาทของฝรั่งเศสมากขึ้นนี้เอง จะทำให้สถานการณ์จะเปลี่ยนไปจากเดิมอีกมาก เนื่องจากฝรั่งเศสถือเป็นมหาอำนาจประเทศหนึ่งของโลก

เมื่อย้อนกลับไปติดตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเวทีการเมืองโลกหลังเหตุการณ์ 9/11 ที่สหรัฐฯตอบโต้ก่อการร้ายอย่างเด็ดขาดในทุกมุมโลก สิ่งที่เราได้เห็นคือความรุนแรงเกิดขึ้นมากยิ่งขึ้น และมีความถี่มากขึ้นจากการปะทะและโต้ตอบระหว่างก่อการร้ายกับสหรัฐฯ ซึ่งในทุกวันนี้ ยังไม่อาจคาดเดาได้ว่าสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นนั้นจะยุติลงอย่างไร แม้ว่าดูเหมือนจะคลี่คลายลงในประเทศหนึ่ง แต่ก็มีเหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้นในอีกจุดหนึ่งตามมา อย่างเช่น สถานการณ์ในอิรักและซีเรียในขณะนี้

ดังนั้น ความรุนแรงที่เกิดขึ้นอย่างไม่รู้วันจบสิ้น อาจเหมือนบทเรียนสำคัญที่เคยค้นพบในบรรดานักต่อสู้ด้านสันติวิธีเชื่อกันมานาน นั่นคือ ความรุนแรงไม่อาจแก้ไขด้วยความรุนแรง เพราะยิ่งฝ่ายหนึ่งใช้ความรุนแรง ก็ยิ่งถูกอีกฝ่ายตอบโต้ด้วยความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ซึ่งเราเชื่อว่าเมื่อฝรั่งเศสเข้ามามีบทบาทในการต่อต้านก่อการร้ายมากขึ้น ความรุนแรงย่อมมีมากขึ้นตามไปด้วย และเพียงเข้าสู่ทศวรรษที่สองของศตวรรษที่ 21 การเมืองโลกก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เป็นการเปลี่ยนแปลงที่มาพร้อมกับความรุนแรง