วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ยิ่งลักษณ์-เพื่อไทยได้แต้ม!

ได้เฝ้าฟังและรับชมการแถลงเปิดคดีถอดถอน คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กรณีปล่อยปละละเลย

ให้เกิดการทุจริต ในโครงการรับจำนำข้าวทุกเมล็ดของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ตามคำร้องของ ป.ป.ช.ต่อที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แล้ว

บอกได้คำเดียวว่างานนี้ คุณยิ่งลักษณ์ ได้แต้มไปเต็มๆ

กลุ่มใดก็ตามที่“เข้ามา”หรือ“ยังคง”มีอำนาจหลังการรัฐประหารแล้วผลักดัน กดดัน เรียกร้องให้มีการถอดถอนคุณยิ่งลักษณ์ ด้วยหวังให้เกิดผลทางการเมือง เบียดคุณยิ่งลักษณ์ ในฐานะน้องสาวของคุณทักษิณ ชินวัตรและบุคลากรทางการเมืองคนสำคัญที่พร้อมที่สุดของตระกูลชินวัตร ณ ปัจจุบัน ให้ตกจากเวทีการเมืองไป...ต้องบอกว่าคิดผิด

ผมเองไม่ได้เป็นฝ่ายเชียร์คุณยิ่งลักษณ์ ยังมีความรู้สึกว่านับตั้งแต่นาทีแรกที่อดีตนายกฯ ปรากฏตัวอย่างเฉิดฉายที่อาคารรัฐสภา มีอดีต ส.ส.ไปรอต้อนรับ มีคนนำดอกไม้ไปมอบให้ กระทั่งยืนเด่นชี้แจงข้อกล่าวหาอย่างฉะฉานที่สุดครั้งหนึ่งตั้งแต่เธอเป็นบุคคลสาธารณะ

บอกตรงๆ ที่ประชุม สนช.ที่ควรจะรอเชือดเธอ กลับกลายเป็นเวทีสำหรับให้เธอได้แสดงความพร้อม ของการกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งมากกว่า

ส่วนเรื่องเนื้อหาข้อมูลที่นอกเหนือจากลีลา ท่วงท่าที่น่าประทับใจแล้ว ก็ต้องบอกว่าเธอและทีมทนายทำการบ้านมาดีพอสมควร ด้วยการชูประเด็น“ช่วยชาวนา”อันเป็นกระดูกสันหลังของชาติ ทำนองยืนยันว่า“เจตนาดี”ฉะนั้นหากมีอะไรผิดพลาดไปบ้างก็ขอให้สังคมให้อภัย

และเธอก็อธิบายว่า ความบกพร่องผิดพลาดที่เกิดขึ้นนั้น เธอในฐานะผู้กำกับนโยบายได้พยายามป้องกันแล้ว ที่สำคัญที่พูดกันว่า“ข้าวหาย”และ“โกงกันอย่างมโหฬาร”เอาเข้าจริงๆ ก็ยังไม่มีหลักฐานอะไรเด่นชัดในแง่ตัวเลข เอกสาร โดยเฉพาะ“ข้าวหาย”ก็ไม่ได้มากจนยอมรับไม่ได้ หนำซ้ำยังเป็นการตรวจสอบโดยรัฐบาล คสช. ซึ่งโดยนัยก็คือรัฐบาลที่เป็นปฏิปักษ์กับเธอและพรรคเพื่อไทย เพราะเป็นรัฐบาลจากการรัฐประหารที่โค่นล้มรัฐบาลของเธอมา

ทั้งหมดที่ผมพูดนี้ไม่ได้บอกว่าคุณยิ่งลักษณ์ผิดหรือไม่ผิดในทางกฎหมาย โครงการจำนำข้าวเป็นการโกงระดับประเทศจริงหรือไม่ แต่พูดในแง่การเมืองว่า คุณยิ่งลักษณ์และพรรคเพื่อไทยทำได้ดีจริงๆ

พลิกจากการเป็นฝ่ายเสียแต้ม เป็นจำเลย เป็นผู้กระทำผิด กลายเป็นฝ่ายได้แต้ม ถูกกลั่นแกล้ง และยังเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรก ที่มีพัฒนาการในการสื่อสารต่อสาธารณะดีขึ้นเรื่อยๆ

ขณะที่ตรรกะของการเอาผิดคุณยิ่งลักษณ์ในทางกฎหมาย แม้จะเพียบพร้อมแค่ไหนในมุมของ ป.ป.ช.และผู้ที่จ้องกล่าวหาเธอ แต่ในตรรกะที่ชาวบ้านเข้าใจได้ง่ายๆ แล้วต้องบอกว่าเธอและทีมงานสอบผ่าน

โดยเฉพาะคำถามที่ว่าจะถอดถอนอะไร เพราะเธอไม่ได้มีตำแหน่งทางการเมืองแล้ว (นัยทางการเมืองเหมือนถูกกลั่นแกล้ง เล่นไม่เลิก) ที่สำคัญคดีหลักเกี่ยวกับโครงการจำนำข้าว คือคดีทุจริตนั้น ป.ป.ช.ยังไม่ได้ชี้มูลความผิดรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเลย แต่กลับมาดำเนินการทางกฎหมายกับกรณีการละเลยให้เกิดการทุจริต (ทั้งๆ ที่ทุจริตจริงหรือเปล่ายังไม่มีคำตอบ)

นี่คืออุทาหรณ์ของการต่อสู้กันทางการเมือง ที่ไม่ได้ใช้เพียงกฎหมายฟาดฟัน หรือ“ฆ่า”กันทางการเมืองอย่างเดียวแล้วจะเป็นผู้ชนะ การไล่ล่าจัดการคุณทักษิณ พี่ชายของคุณยิ่งลักษณ์มาตลอดเกือบ10ปีมานี้น่าจะเป็นตัวอย่างที่ดีว่าไม่สามารถทำให้คุณทักษิณ และพรรคการเมืองของเขาเสื่อมความนิยมในสนามเลือกตั้งลงไปได้

นั่นเพราะเรื่องการเมืองก็คือการเมือง ความผิดบางอย่างของฝ่ายการเมืองต้องรับผิดชอบทางการเมือง ไม่ใช่ในทางกฎหมาย หากพยายามฝืนใช้กฎหมายเข้าไปจัดการมากเกินไป จะเกิดคำถามเรื่องสองมาตรฐาน ความไม่เป็นธรรม และสุดท้ายก็จะกลายเป็นองค์กรผู้ถือกฎหมายมีอำนาจปกครองบ้านเมืองไปแทน การเลือกตั้งจากประชาชนเป็นเพียงสัญลักษณ์ของการเข้าสู่อำนาจ แต่ตัวแทนประชาชนกลับไม่สามารถใช้อำนาจนั้นได้จริง

และทั้งหมดที่กล่าวมานี้แหละคือโจทย์การเมืองที่แท้จริง ที่ทำให้ประเทศไทยติดหล่มจมปลักมาร่วม1ทศวรรษ นั่นก็คือประชาชนจำนวนมากต้องการเลือกรัฐบาลของพวกเขา และล้มรัฐบาลของพวกเขาด้วยตัวเอง ไม่ใช่ให้คนไม่กี่คนมาล้มด้วยข้ออ้างทางเทคนิคกฎหมาย

บางคนเรียกสิ่งนี้ว่าพัฒนาการประชาธิปไตยของประชาชน

น่าคิดว่าคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจะอ่านโจทย์นี้ออกหรือไม่ และจะสร้างสมดุลระบบตรวจสอบโดยไม่ทำลายเจตจำนงของประชาชนได้อย่างไร

นี่ต่างหากคือทางออกที่แท้จริงที่จะสร้างการปรองดองในบ้านเมือง!