วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปฏิรูปประเทศเพื่อความสุขที่แท้จริง

คสช. ยังไม่เข้าใจเรื่องความสุขที่แท้จริง เพราะพวกเขายังคิดอยู่ภายในกรอบการพัฒนาเศรษฐกิจแนวทุนนิยม

ที่สร้างความเติบโตทางวัตถุ แต่ขณะเดียวกันสร้างความเหลื่อมล้ำและความไม่สมดุล ทั้งทางสังคมและระบบนิเวศ ต้องศึกษาแนวทางปฏิรูปเศรษฐกิจที่นอกกรอบทุนนิยม คือ ระบบเศรษฐกิจแบบผสม ที่มีเป้าหมายเพื่อคุณภาพชีวิตมากกว่าการเพิ่มสินค้าและบริการ



การปฏิรูปแนวใหม่ คือ

1. เปลี่ยนระบบเศรษฐกิจเป็นแบบผสมระหว่าง 1) ทุนนิยมที่มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรม (ส่งเสริมธุรกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม) 2) ระบบสังคมนิยมประชาธิปไตยแนวระบบนิเวศ (เก็บภาษีในอัตราก้าวหน้า เก็บภาษีเพื่อพิทักษ์สิ่งแวดล้อม พัฒนาระบบสหกรณ์ผู้ผลิต ผู้บริโภค วิสาหกิจชุมชน โรงงานที่คนงานถือหุ้นและร่วมบริหาร) 3) ระบบรัฐและชุมชนสวัสดิการ ที่เน้นการกระจายทรัพย์สินและรายได้ให้เป็นธรรม พัฒนาการใช้แรงงานและทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อส่วนรวม เพื่อคุณภาพชีวิต และความสุขที่ยั่งยืน

2.ให้องค์กรชุมชนที่ปฏิรูปใหม่ให้เป็นประชาธิปไตยแบบประชาชนควบคุมได้เป็นผู้บริหาร มีกรรมสิทธิ์ ร่วมและบริหารจัดการทรัพยากรสำคัญที่เป็นของส่วนรวม เช่น ป่าไม้ ป่าชายเลน แม่น้ำลำธาร ชายฝั่งทะเล พื้นที่ลุ่มน้ำ แร่ธาตุ อย่างมีความรู้และมีประสิทธิภาพเพื่อส่วนรวม

3.เน้นการพัฒนาคน การใช้ทรัพยากร เทคโนโลยีทางเลือก ตลาดภายในประเทศ การกระจายอำนาจ ทรัพยากร ความรู้ให้ชุมชนพึ่งพาตนเองได้มากขึ้น กระจายทรัพย์สิน การศึกษา การรับรู้ข่าวสารให้ประชาชนทั้งประเทศได้อย่างทั่วถึง เป็นธรรม

การช่วยให้ประชาชนพัฒนาคุณภาพชีวิตและการเรียนรู้ได้มากขึ้น จะทำให้คนไว้วางใจ ร่วมมือมากขึ้น (นี่คือการปกครองที่เป็นไปได้จริง) และจะช่วยพัฒนาเศรษฐกิจสังคมในแนวทางที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนได้มากกว่าแนวทางการพัฒนาทุนนิยมอุตสาหกรรมผูกขาดแบบสุดโต่ง

เปลี่ยนระบบบริหารจัดการทางเศรษฐกิจ การเมือง การศึกษา แบบรวมศูนย์อำนาจที่ส่วนกลาง ไปเป็นแบบกระจายอำนาจทรัพยากร ความรับผิดชอบในการบริหารจัดการไปที่ภาค จังหวัด เมือง ชุมชน โดยตรงมากขึ้นส่งเสริมให้ชุมชนขนาดกลาง ขนาดเล็ก พึ่งพาหรือเลี้ยงตัวเองเป็นสัดส่วนที่สูงขึ้นเพื่อทำให้ผู้คนคงอยู่ในชุมชนโดยไม่ต้องไปทำงานหรือเรียนหนังสือในเมืองใหญ่ ได้ติดต่อสัมพันธ์ใกล้ชิด ไว้วางใจ ช่วยเหลือกันและทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวมได้อย่างมีประสิทธิภาพ และคุณภาพมากกว่าชุมชนแบบเมืองใหญ่ ซึ่งมีการจัดสรรอำนาจแบบรวมศูนย์และมีผู้บริหารแบบมีอำนาจรองลงมาลดหลั่นกันตามลำดับชั้น

การให้ชุมชนขนาดกลางและขนาดเล็กมีความสามารถในการพึ่งพาตนเองในทางเศรษฐกิจสังคมได้เป็นด้านหลัก (ค้าขายแลกเปลี่ยนเท่าที่จำเป็น) จะทำให้มีการใช้แรงงาน ทรัพยากรในท้องถิ่น ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นธรรม แก้ปัญหาการว่างงาน ลดการขนส่ง การเดินทางไกล ลดการใช้พลังงาน ลดการใช้ทรัพยากร ลดการสร้างมลภาวะ เพิ่มเวลาและคุณภาพชีวิตเด็ก เยาวชน ครอบครัว ที่อยู่ร่วมกันในสังคมขนาดกลาง ขนาดเล็กจะได้รับการดูแลที่อบอุ่นใกล้ชิด และมีปัญหาทางสังคมน้อยกว่าในสังคมน้อยกว่าในสังคมเมืองใหญ่ หรือการที่ครอบครัวต้องอยู่แยกกัน เนื่องจากพ่อแม่ไม่สามารถดำรงชีพในชุมชนเล็กได้ ต้องอพยพไปทำงานหาเงินในเมืองใหญ่

ปฏิรูป/พัฒนาเรื่องการเลี้ยงดู การศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ให้เป็นไปอย่างสอดคล้องกับหลักวิชาความรู้ด้านจิตวิทยา ประสาทวิทยาการเรียนรู้ ปรัชญาการศึกษาแบบเสรีนิยมใจกว้าง (Liberal) หลักการคิดศึกษาค้นคว้าโดยใช้การพิสูจน์ มีหลักฐานเชิงประจักษ์ มีเหตุผลอย่างเป็นวิทยาศาสตร์

ปฏิรูปการศึกษาใช้เด็กและเยาวชนฉลาดทั้ง 3 ด้านควบคู่กัน คือฉลาดทางสติปัญญา ฉลาดทางอารมณ์ และฉลาดทางสังคม หรือจิตสำนึกเพื่อส่วนรวมช่วยให้ประชาชนเข้าใจเรื่องศาสนาและความเชื่อทางการเมืองแบบสร้างสรรค์ที่เน้นเนื้อหาให้คนเรียนรู้จักตัวเองและคนอื่นในชุมชน รู้จักวิธีที่จะสร้างความสุขความพอใจ และทำดีต่อกัน ไม่ใช่หลงใหลศาสนาแบบลัทธิคัมภีร์และดูหมิ่นคนที่นับถือศาสนาหรือความเชื่ออื่น รู้จักการคิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุผล มีวิจารณญาณ ลดความคิดจารีตคับแคบ มีอคติลง ลดการเชื่อแบบ 2 ขั้วสุดโต่ง การยึดติดในกลุ่มแบบลัทธิชนเผ่า (Tribalism) หรือชาตินิยม (Nationalism) ที่คับแคบ มีแนวคิดแบบเสรีนิยมที่ใจกว้างเพิ่มขึ้น เข้าใจยอมรับนับถือความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความเชื่อต่างๆ รู้จักคิดอย่างสร้างสรรค์ รู้จักการสร้างและชื่นชมกับศิลปวัฒนธรรมที่สร้างสรรค์เช่น นวนิยาย บทละคร ภาพยนตร์ ศิลปะแขนงต่างๆ ที่ส่งเสริมพัฒนารสนิยม ทัศนคติ สติปัญญา ความเจริญงอกงามและสงบสุขของสังคม

ส่งเสริมเรื่องการพัฒนาแนวทางเลือกที่เป็นธรรมและยั่งยืนเช่น เกษตรทางเลือก เกษตรอินทรีย์เกษตรผสมผสาน สาธารณสุขทางเลือก อาหาร สมุนไพร การออกกำลังกาย ดูแลร่างกายและจิตใจให้เข้มแข็ง เน้นการป้องกัน และการรักษาสุขภาพแบบองค์รวม พลังงานเลือก การศึกษาเทคโนโลยีทางเลือก สินค้าและบริการทางเลือก ฯลฯ

การพัฒนาทางเลือกคือ เน้นการใช้ทรัพยากร พลังงาน โดยใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมลดการทำลายธรรมชาติสิ่งแวดล้อม เน้นการพัฒนาเพื่อสุขภาวะของคนและสังคม ตามแนวคิดเศรษฐศาสตร์แนวระบบนิเวศช่วยให้ประชาชนมีงานที่เหมาะสม มีปัจจัยดำรงชีพที่พอเพียง มีสุขภาวะรวมทั้งสุขภาพจิตที่ดี มีความสุขในสังคม สามารถมีช่องทางแก้ปัญหาความขัดแย้งโดยที่สันติวิธี ร่วมมือช่วยเหลือกัน มีสิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมที่ดี ซึ่งต่างไปจากการพัฒนาแนวทุนนิยมอุตสาหกรรมกระแสหลักที่เน้นการรวมศูนย์อยู่ในมือนายทุนส่วนน้อยเพื่อผลิตขนาดใหญ่ การใช้เครื่องจักรพลังงาน สารเคมีมาก และการเติบโตทางเศรษฐกิจที่เน้นการเพิ่มปริมาณสินค้าและบริการที่หลายอย่างเป็นของฟุ่มเฟือยไม่จำเป็น และทำลายระบบนิเวศ ซึ่งหมายถึงการทำลายความสุขของคนในระยะยาว

ส่งเสริมให้ประชาชนเรียนรู้จักคนอื่น สังคมอื่น และโลกทางธรรมชาติแบบเสรีนิยมที่ใจกว้าง เพื่อลดอคติ การระแวง ดูถูกคนอื่น เพิ่มความเข้าใจและยอมรับเรื่องประโยชน์ของความไว้วางใจ การร่วมมือช่วยเหลือกัน การแบ่งปันกันอย่างเป็นธรรมเพื่อประโยชน์ของ หมู่คณะ และประเทศชาติ เข้าใจและยอมรับความหลากหลายทางศิลปวัฒนธรรม (เช่นเดียวกับความหลากหลายทางชีวภาพ) เข้าใจเรื่องวิวัฒนาการประวัติศาสตร์ของมนุษย์ว่าที่มนุษย์พัฒนาเหนือสัตว์ชนิดพันธุ์อื่นๆ ได้ไกลมาจนถึงทุกวันนี้ เพราะมนุษย์รู้จักการไว้วางใจพึ่งพาอาศัยกันและกัน ร่วมมือช่วยเหลือกัน แบ่งปันกัน เห็นแก่ประโยชน์ของกลุ่มร่วมกันมากกว่ามุ่งแข่งขันแบบเอาชนะ เอาเปรียบกัน มากกว่าที่ระบบทุนนิยมพยายามล้างสมองคน

รณรงค์ทั้งในด้านภาษีและการปลูกจิตสำนึก ส่งเสริมให้ประชาชนร่วมมือกันลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ ลดการใช้พลังงาน การบริโภคฟุ่มเฟือยเพื่อลดภาวะโลกร้อน รู้จักการแบ่งปันเสียสละ ช่วยคนจนให้มีงานที่เหมาะสมทำ และดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างพอเพียงเพิ่มขึ้นคนจนจะได้ไม่ไปบุกเบิกทำลายป่าและทรัพยากรธรรมชาติๆ อย่างขาดประสิทธิภาพเพื่อส่วนรวม (เช่นการทำเกษตรแบบใช้สารเคมี ใช้พลังงานมาก)