วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

"กูรูไฟใต้"บอกไฟยังไม่มอด เจรจาบีอาร์เอ็นถึงทางตัน

ไม่ได้เขียนถึงข่าวร้อน "3 นายพลไขก๊อก" (ที่บางคนบอกว่าเป็นแค่ข่าวลือ) เพราะวันนี้ "กรุงเทพธุรกิจ"

มีบทวิเคราะห์ขนาดยาวอยู่แล้วในหน้าการเมือง จึงขอต่อประเด็นเกี่ยวกับ 11 ปีไฟใต้อีกวันหนึ่ง

ไฟใต้ที่คุโชนรอบล่าสุดยืดเยื้อมานานถึง 11 ปี หากนับจากวันปล้นปืนครั้งมโหฬาร จากค่ายทหารที่บ้านปิเหล็ง ต.มะรือโบออก อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส เมื่อ 4 ม.ค.47 วันนี้แทบไม่มีข่าวคราวเกี่ยวกับปัญหาใหญ่ที่คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วร่วมๆ 4 พันคนนี้เลย

อาจเป็นเพราะว่าภาพรวมของสถานการณ์ดูดีขึ้น ไม่มีเหตุรุนแรงขนาดใหญ่ตั้งแต่ก่อนปีใหม่ จริงๆ ก็เกือบจะตลอดเดือน ธ.ค.57 และในวันครบรอบ 11 ปีปล้นปืน ก็ไร้เหตุการณ์ความไม่สงบ จึงไม่ค่อยมีใครสนใจความเป็นไปในพื้นที่สักเท่าไร

ประกอบกับรัฐบาลและหน่วยงานความมั่นคงก็ได้นำตัวเลขสถิติต่างๆ มารายงานผ่านสื่อเป็นระยะว่าสถานการณ์โดยรวมดีขึ้น เหตุร้ายลดลง แถมยังมี "ทุ่งยางแดงโมเดล" ที่ดึงพลังประชาชนมาร่วมกันดูแลความปลอดภัยในพื้นที่อีกต่างหาก

มีเพียงเสียงชาวบ้านที่ต้องเผชิญยถากรรมอยู่ในพื้นที่จริงๆ ซึ่งผมนำมาถ่ายทอดเอาไว้เมื่อวานเท่านั้นที่ยังเห็นว่าบรรยากาศที่บ้านเกิดของเขาไม่ได้ดีขึ้นสักเท่าไร แถมไม่ค่อยให้ราคากระบวนการพูดคุยสันติสุขที่จะมีการเปิดวงกันใหม่ในเร็วๆ นี้ด้วย

น่าแปลกที่เสียงจากชาวบ้านไปสอดคล้องกับเสียงของ "กูรูไฟใต้" อย่าง พล.อ.สำเร็จ ศรีหร่าย อดีตรองแม่ทัพภาค 4เจ้าของทฤษฎีบีอาร์เอ็นจุดไฟความไม่สงบ ซึ่งได้รับการยอมรับอย่างสูงจากกำลังพลในกองทัพ ซึ่งแม้ปัจจุบัน พล.อ.สำเร็จ (ตท.13) จะเกษียณอายุราชการแล้ว แต่ก็ยังติดตามความเคลื่อนไหวจากปลายด้ามขวานอยู่ตลอด และกำลังเตรียมเขียนหนังสือเล่มใหม่เกี่ยวกับการแก้ปัญหาชายแดนใต้เพื่อเป็นวิทยาการแก่น้องๆ ในกองทัพด้วย

พล.อ.สำเร็จ บอกว่า เหตุรุนแรงในพื้นที่ที่ลดลงอย่างชัดเจนในช่วง เป็นเพราะฝนตก น้ำท่วม ประกอบกับการตรึงกำลังเข้มแบบเต็มพิกัดของฝ่ายความมั่นคง ทำให้ฝ่ายขบวนการก่อเหตุไม่ได้

"ยุทธวิธีของขบวนการใช้ถนนในการก่อเหตุ เมื่อถนนใช้การไม่ได้เพราะถูกน้ำท่วม ทุกอย่างก็หยุดชะงัก"

แม้การก่อเหตุรุนแรงจะหยุดชะงักไป แต่ พล.อ.สำเร็จ บอกว่า ฝ่ายขบวนการยังไม่ได้พ่ายแพ้ หรือยอมแพ้ เพราะการสร้าง"นักรบรุ่นใหม่"ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ด้วยการนำเด็กดีๆ เก่งๆ จากในหมู่บ้านไปเปลี่ยนทัศนคติ ปลูกฝังแนวคิดใหม่ และติดอาวุธให้

"เขายังขยายฐานสมาชิกตลอด อีก 10 ปีข้างหน้าเด็กพวกนี้ก็เป็นหนุ่มฉกรรจ์ ก็จะออกมาก่อเหตุรุนแรงอีก ปัญหาจึงยังไม่จบ เรียกว่าหยุดแต่ไม่เลิก"

พล.อ.สำเร็จ บอกว่า การตัดวงจรการสร้างนักรบรุ่นใหม่ผ่านทางสถานศึกษาระดับท้องถิ่น เป็นสิ่งที่รัฐและฝ่ายความมั่นคงยังดำเนินการได้ไม่เต็มที่ และไม่ประสบความสำเร็จเลยตลอด 11 ปีที่ผ่านมา ทั้งๆ ที่เป็นหัวใจสำคัญที่สุดในการแก้ไขปัญหาชายแดนใต้

เมื่อถามถึงการพูดคุยสันติสุข ซึ่งหมายถึงการพูดคุยรอบใหม่กับกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐ พล.อ.สำเร็จ ตอบทันทีว่า"เรื่องพูดคุยไปต่อไม่ได้แล้ว เพราะบีอาร์เอ็นไม่ได้อยากพูดคุย และไม่ยอมคุย"

อดีตรองแม่ทัพภาค 4 ชี้ว่า โต๊ะพูดคุยที่เปิดขึ้นในรัฐบาลชุดที่แล้ว (ปี 56) และตัวเขาก็มีส่วนร่วมด้วย คือ เป็น 1 ใน 15 ของคณะพูดคุยนั้น มีตัวแทนบีอาร์เอ็นเข้าร่วมเพราะ "ถูกลากคอมาคุย" ซึ่งเป็นเรื่องที่คนวงในรู้กันดี และคนที่จะลากคอได้ก็มีเพียงมาเลเซียเท่านั้น

ปัญหาคือครั้งนี้ หากจะพูดคุยกันใหม่ และต้องการให้บีอาร์เอ็นเข้าร่วม ก็ต้องใช้วิธีเดิม แต่คำถามคือมาเลเซียจะช่วยไทยแบบเดิมหรือไม่ ขณะที่แกนนำบีอาร์เอ็นทั้งหลายที่ยังไม่ถูกเปิดเผยตัว ก็พยายามหลบเลี่ยงที่จะเข้าร่วมโต๊ะพูดคุย

"หากจะคุยได้ก็คงมีพวกพูโลกลุ่มต่างๆ เช่น กัสตูรี หรือซัมซูดิง คาน พวกนี้อยากคุยกับเราอยู่แล้ว แต่จะส่งผลต่อสถานการณ์หรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง"

เขาเสนอทิ้งท้ายว่า การพูดคุยโดยตรงกับกองกำลังในพื้นที่เป็นสิ่งจำเป็น และน่าจะเห็นผลกว่าคุยกับแกนนำอาวุโสนอกประเทศ เพียงแต่โครงการในลักษณะ "พาคนกลับบ้าน" ต้องเพิ่ม "หลักประกัน" ให้ชัดเจนว่าการยอมเข้ามอบตัวหรือยอมออกจากป่ากลับบ้านนั้น เมื่อยอมแล้วได้อะไร อย่างน้อยก็คือ ไม่ตาย ไม่ติดคุกจนได้ และได้ประกันตัว

แต่ที่ผ่านมาหลักประกันตรงนี้ไม่ชัด จึงไม่มีแกนนำระดับใหญ่ๆ หรือแกนนำสำคัญออกมาร่วมโครงการอย่างแท้จริง!