วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

อย่ามัวแต่หลงตัวเลข

กระทรวงพาณิชย์แถลงตัวเลขในปี 2557 ขยายตัว 1.89% เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากราคาน้ำมันปรับลดลงต่อเนื่อง

ตั้งแต่ราวช่วงกลางปีที่แล้ว และมีแนวโน้มลดลงไปอีก ซึ่งทำให้ไม่จำเป็นต้องกังวลต่อสถานการณ์เงินเฟ้อในปีนี้มากนัก ตราบใดที่ราคาน้ำมันยังไม่มีแนวโน้มจะปรับขึ้น แต่ประเด็นที่น่าสนใจยิ่งกว่า"ตัวเลข" คือ ค่าครองชีพของประชาชนกลับไม่ลดลงตามอัตราเงินเฟ้อ ทั้งๆที่ตามหลักการแล้วน่าจะไปในทิศทางเดียวกัน เพราะต้นทุนการผลิตต่างๆได้ปรับลดลง แต่ไม่ส่งผลต่อราคาสินค้าและบริการลดลงตาม

กรณีของเงินเฟ้ออาจเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับผู้ดำเนินนโยบายด้านเศรษฐกิจ ซึ่งมักจะมองแต่ตัวเลขโดยภาพรวม จากนั้นมาอธิบายถึงสถานการณ์ว่าดีขึ้นหรือแย่ลง เพราะกรณีของเงินเฟ้อที่ปรับลดลง ซึ่งสะท้อนให้เห็นระดับราคาสินค้าและบริการโดยรวม แต่ความเป็นจริงแล้ว ราคาสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับค่าครองชีพของประชาชนนั้นไม่ได้สะท้อนกับเงินเฟ้อ นั่นแสดงให้เห็นว่าเราไม่สามารถใช้ตัวเลขเศรษฐกิจมาอ้างได้ทั้งหมด แต่ต้องพิจารณาในรายละเอียดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวัน

ขณะนี้หลายฝ่ายกำลังวิตกกังวลว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้ จะขยายตัวได้ตามประมาณการหรือไม่ แม้ในปีนี้จะประเมินว่าเศรษฐกิจอาจไม่โตสูงนัก อย่างมากก็ระดับ 3-4% เนื่องจากมีปัจจัยเสี่ยงในระดับโลกมากมายและเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นภาวะเศรษฐกิจของตลาดหลักอย่างสหภาพยุโรปและญี่ปุ่น รวมถึงความขัดแย้งในหลายภูมิภาคของโลก รวมทั้งผลกระทบจากความผันผวนของราคาน้ำมันและค่าเงิน ทั้งหมดล้วนแต่เป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างรุนแรง

หากเราไปกังวลแต่การผลักดันให้เศรษฐกิจโตตามเป้าหมายที่ระดับดังกล่าว เราก็อาจจะประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของประชาชนผิดพลาดได้ อย่างกรณีการตกต่ำราคาสินค้าเกษตร แม้อาจจะไม่ทำให้จีดีพีในปีนี้ลดลงไป แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกร ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศอาจมีมากกว่าที่ตัวเลขทางเศรษฐกิจพยายามอธิบายให้เห็น ดังนั้น เราเห็นว่าการเข้าไปแก้ปัญหาเฉพาะจุดเฉพาะกรณี จะเป็นสิ่งที่ต้องทำเช่นเดียวกับการดูแลภาพรวม

แน่นอนว่าตัวเลขในภาพรวมนั้นเป็นสิ่งสำคัญ ทำให้ฝ่ายนโยบายสามารถใช้เป็นเครื่องมือกำหนดทิศทางได้ง่าย และ อาจมีคำอธิบายว่าเป็นไปไม่ได้จะทำให้ทุกคนได้ประโยชน์เท่าเทียมกันทั้งหมด แต่พยายามทำให้คนส่วนใหญ่ได้ประโยชน์อย่างทั่วถึง แต่กรณีของตัวเลขเงินเฟ้อของกระทรวงพาณิชย์ก็เป็นหลักฐานที่ชัดเจนว่าตัวเลขเศรษฐกิจเองก็มีปัญหาในการอธิบายที่เกิดขึ้นจริง ดังนั้นการไม่หลงหลับหูหลับตากับตัวเลขเศรษฐกิจ ก็เชื่อว่าจะเห็นความจริงที่เกิดขึ้นกับเศรษฐกิจไทยอีกด้านหนึ่งได้

เราเห็นว่ารัฐบาลหรือผู้กำหนดนโยบาย ควรเลิกให้ความสำคัญกับตัวเลขทางเศรษฐกิจไว้ชั่วคราว แต่หันมาดูสิ่งที่เกิดขึ้นจริงจากมาตรการหรือนโยบายของรัฐบาลที่เริ่มดำเนินการมาว่าเป็นอย่างไร หากนโยบายยังไม่ส่งผลอะไรออกมา รัฐบาลก็ควรกระตุ้นให้เกิดผลโดยเร็วที่สุด เพราะมีหลายเรื่องที่พูดกันมาตั้งแต่ต้นรัฐบาลและเห็นว่าสำคัญ แต่ยังเห็นผลช้ากว่าเรื่องอื่น การลดมายาคติเกี่ยวกับตัวเลข ก็อาจทำให้รัฐบาลกลับมาสู่ปัญหาที่แท้จริงก็เป็นได้