วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ถอดถอนชี้ชะตา"ยิ่งลักษณ์"

ทิศทางการเมืองไทย "ปีแพะ" ช่วงต้นปีมี "เรื่องใหญ่" ที่ "คอการเมือง" ต้องติดตาม ซึ่งจะมีผลต่อโฉมหน้า

การเมืองไทยไม่มากก็น้อย นั่นคือ "คดีถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง"

+++ โดยในสัปดาห์นี้ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้มีคำสั่งนัดประชุม สนช.ครั้งแรก ในวันที่ 8 ม.ค.นี้ เวลา 10.00 น. ซึ่งมีวาระสำคัญคือ การดำเนินกระบวนการถอดถอน นายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา และ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร อันเป็นผลพวงมาจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มา ส.ว.

+++ ส่วนวันที่ 9 ม.ค. นายพรเพชร ได้นัดดำเนินกระบวนการถอดถอน นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกจากตำแหน่ง กรณีไม่ยับยั้งความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าว

+++ สำหรับการประชุม สนช.ทั้ง 2 วันดังกล่าว จะมีการแถลงเปิดสำนวนตามรายงานและความเห็นของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และการแถลงคัดค้านโต้แย้งคำแถลงเปิดสำนวน หรือรายงานพร้อมความเห็นของ ป.ป.ช.ของผู้ถูกกล่าวหา นอกจากนี้ยังจะพิจารณาประเด็นซักถามตามญัตติของ สนช.ที่เสนอล่วงหน้าก่อนวันประชุม และตั้งคณะกรรมาธิการซักถาม

+++ ขณะที่กระบวนไต่สวนของ สนช. หลังแถลงเปิดคดีถอดถอนทั้ง 2 กรณีในวันที่ 8-9 ม.ค.แล้ว สนช.จะต้องตั้งคณะกรรมาธิการซักถามขึ้น 1 คณะ รวม 21 คน เป็นวิป สนช. 5 คน สมาชิกจากคณะกรรมาธิการประจำ สนช.ทุกคณะอีก 16 คน พร้อมกำหนดประเด็นซักถาม และเดินหน้าซักถามผู้เกี่ยวข้องให้แล้วเสร็จใน 7 วัน จากนั้นกำหนดวันแถลงชี้แจงและตามด้วยการกำหนดวันแถลงปิดคดี ก่อนนัดลงมติถอดถอนหรือไม่ถอดถอนต่อไป

++ เมื่อถึงวันลงมติคงต้องรอลุ้นกัน กันว่าทั้ง "สมศักดิ์-นิคม-ยิ่งลักษณ์" ใครจะรอด ใครจะร่วง แต่ถ้าวัดกันที่เสียงในวันลงมติยืนยันอำนาจ สนช.กรณีให้รับคำร้องถอดถอนไว้พิจารณา อยู่ที่ 87 ต่อ 75 เสียง ถือว่า "ฉิวเฉียด" ทีเดียว และสมาชิกสนช.ลงมติไม่รับพยานหลักฐานเพิ่ม 96 ต่อ 82 ซึ่งทิ้งห่างกันไม่มากนัก

+++ หากเป็นไปตามเดิม โดยไม่มีอะไรมาเปลี่ยนแปลงความเห็นของสมาชิก สนช.ให้ "บิดเบี้ยว" ไป การลงมติถอดถอนที่จะต้องอาศัยเสียง 3 ใน 5 หรือ 132 เสียง จากสนช.ทั้งหมด 220 คน ก็ไม่ใช่ว่าจะดำเนินการถอดถอนทั้ง 3 คน ได้โดยง่าย

+++ ทั้งนี้นับจากวันแถลงเปิดคดีทั้งในส่วนของ "นิคม-สมศักดิ์-ยิ่งลักษณ์" สนช.ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องในกระบวนการถอดถอน โดยใช้เวลาไม่เกิน 30 วัน จึงคาดการณ์กันว่าทั้ง 2 คดีจะแล้วเสร็จไม่เกินสิ้นเดือน ม.ค.หรือต้นเดือน ก.พ.นี้ ก็จะทราบผลว่า สนช.จะลงมติถอดถอนบุคคลทั้ง 3 หรือไม่

+++ ความสำคัญของการถอดถอนอยู่ตรงที่ การถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี

+++ หาก "สมศักดิ์-นิคม" ถูกถอดถอน คงไม่ส่งผลกระเทือนอะไรต่อทิศทางการเมืองมากนัก แต่หากเป็น "ยิ่งลักษณ์" ถูกถอดถอน ย่อมมีแรงกระเพื่อมในทางการเมือง เพราะหมดอนาคตที่จะหวนกลับมาเป็นนายกฯ อีกครั้ง ซึ่งจะสร้างความไม่พอใจให้กับ "นายใหญ่ทักษิณ" และ "คนเสื้อแดง" เป็นอย่างมาก แต่ถ้า"รอด" ก็มีแนวโน้มสูงที่ "ยิ่งลักษณ์" จะขอ "คัมแบ็ก" ยึดเก้าอี้นายกฯ อีกครั้งหนึ่ง