วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

AEC กับโอกาสตลาดท่องเที่ยวอาเซียน

ตลาดอาเซียนเป็นตลาดที่สำคัญของไทย และมีขนาดตลาดถึงร้อยละ 30 ของนักท่องเที่ยว ทั้งหมด

และเริ่มเป็นตลาดที่ใหญ่กว่ายุโรป แต่ที่ผ่านมาเราให้ความสนใจนักท่องเที่ยวอาเซียนค่อนข้างน้อย มูลนิธิสถาบันศึกษานโยบายสาธารณะได้ทำการศึกษาร่วมกับ ผศ. ดร.ปิยะลักษณ์ พุทธวงศ์ จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อให้ภาคเอกชนและผู้วางนโยบายมีข้อมูลด้านตลาดเพิ่มขึ้น

การศึกษาของ ผศ. ดร.ปิยะลักษณ์ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมการท่องเที่ยวไทยของนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคอาเซียนแยกตามรายประเทศ (สัญชาติ) และตามกลุ่มความชอบหรือรสนิยมของนักท่องเที่ยว รวมทั้งวิเคราะห์จำนวนวันพัก และค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว โดยอาศัยแบบจำลองทางเศรษฐมิติ สำหรับจำนวนตัวอย่างของนักท่องเที่ยวทั่วไปเท่ากับ 3,095 ราย และยังศึกษาพฤติกรรมการเดินทางมาเพื่อวัตถุประสงค์ทางด้านธุรกิจแต่มีการท่องเที่ยวร่วมด้วย จำนวน 420 ราย

นักท่องเที่ยวอาเซียนทั่วไปมักเดินทางไปต่างประเทศค่อนข้างบ่อย การเดินทางต่างประเทศส่วนใหญ่เป็นการเดินทางมายังอาเซียน ค่าเฉลี่ยของการเดินทางมายังอาเซียนประมาณ 3 ครั้งต่อปี การเดินทางมายังประเทศไทยโดยใช้สายการบินต้นทุนต่ำเริ่มมีบทบาทมากขึ้น นักท่องเที่ยวกลุ่มตัวอย่างเห็นว่าหากไม่เดินทางมาประเทศไทย จะเลือกไปประเทศที่มีการพัฒนาค่อนข้างสูง เช่น สิงคโปร์ ฮ่องกง และมาเลเซีย โดยไทยเป็นแหล่งทดแทนสิงคโปร์ที่มีค่าใช้จ่ายสูงกว่า

กลุ่มนักท่องเที่ยวอาเซียนที่เดินทางมายังประเทศไทยมีจำนวนวันพักเฉลี่ยประมาณ 3-4 วัน โดยส่วนใหญ่เดินทางมายังประเทศไทยเพียงประเทศเดียว วัตถุประสงค์หลักของการเดินทางมายังประเทศไทยในครั้งนี้ เพื่อพักผ่อนหย่อนใจเป็นหลัก แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ชลบุรี (พัทยา) ภูเก็ต ประจวบคีรีขันธ์ (หัวหิน) และกระบี่กิจกรรมหลักที่ชื่นชอบ 3 อันดับแรกคือการซื้อสินค้า การชมทิวทัศน์/ ชมเมือง และกิจกรรมเกี่ยวกับแสงแดด/ ทะเล/ ชายหาดนักท่องเที่ยวชอบประเทศไทยเพราะประเทศไทยในฐานะแหล่งชอปปิ้งมากที่สุด รองลงมาคือความเป็นมิตรของคนไทย (Thainess)การทำสปา/นวดและความปลอดภัยโดยรวม

การจัดกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีความชอบ ใช้การจำแนกความชอบการท่องเที่ยวออกเป็น 3 ประเภท คือ ประเภทที่ 1 นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบธรรมชาติ (Nature) ประเภทที่ 2 นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบวัฒนธรรม (Culture) และประเภทที่ 3 นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบความบันเทิง (Entertainment) โดยนักท่องเที่ยวคนหนึ่งอาจจะมีความชอบมากกว่าหนึ่งประเภท ดังนั้นการศึกษาในครั้งนี้จึงจัดนักท่องเที่ยวออกเป็น 8 กลุ่มย่อย คือ (1) คนรักธรรมชาติ (Greeners) (2) คนชอบวัฒนธรรม (Golden oldies) (3) คนชมชอบความสนุกสนาน (Fun lovers) (4) ผู้รักธรรมชาติและความบันเทิง (N-tertainers)(5) คนรักความยั่งยืน (Sustainable persons) (6) นักนันทนาการวัฒนธรรม (Traditional recreators)(7) คนชอบความคุ้มค่า (Value lovers) (8) นักท่องเที่ยวกลุ่มอื่นๆ ที่ไม่ได้ชื่นชอบธรรมชาติ วัฒนธรรม หรือบันเทิง โดยนักท่องเที่ยวกลุ่มตัวอย่างถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่ 4 (N-tertainers) คือชื่นชอบธรรมชาติและบันเทิงมากที่สุด รองลงมาคือกลุ่มที่ 3 (Fun lovers) ที่ชื่นชอบบันเทิงเพียงอย่างเดียว และกลุ่มที่ 7 ที่ชอบความคุ้มค่า (Value lovers) ที่ชื่นชอบธรรมชาติ วัฒนธรรม และบันเทิง เป็นที่น่าสังเกตว่า “บันเทิง” เป็นองค์ประกอบหลักในทุกกลุ่มหลัก

การศึกษาจำนวนวันพักของนักท่องเที่ยวอาเซียนพบว่า นักท่องเที่ยวที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป หรือมีการศึกษาระดับสูงจะมีจำนวนวันพักมากกว่า ในขณะที่กลุ่มอาชีพพนักงานเอกชนและแรงงาน/แรงงานเกษตรมีจำนวนวันพักน้อยกว่ากลุ่มอื่น นักท่องเที่ยวเวียดนาม และมาเลเซียจะมีจำนวนวันพักสูงกว่านักท่องเที่ยวประเทศอื่นๆ นอกจากนี้กลุ่มคนชมชอบความสนุกสนาน (Fun lovers) จะมีจำนวนวันพักน้อยกว่ากลุ่มอื่น



ผลการวิเคราะห์การจำแนกพหุ (MCA) ของค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว แสดงให้เห็นว่า นักท่องเที่ยว “มือเติบ” ของอาเซียนจะเป็นผู้ที่มีรายได้ครอบครัวมากกว่า 200,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี เดินทางมายังประเทศไทยทางอากาศ เป็นนักท่องเที่ยวซ้ำที่มีสัญชาติกัมพูชา ลาว หรือเมียนมาร์ และชื่นชอบความบันเทิงเพียงอย่างเดียว จะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 245 ดอลลาร์สหรัฐต่อวันต่อคนก็นับว่ามือหนักเหมือนกัน

กลุ่มนักธุรกิจชาวอาเซียนมีการเดินทางบ่อยครั้งกว่านักท่องเที่ยวทั่วไป โดยเดินทางไปต่างประเทศเฉลี่ย 6 ครั้งต่อปี โดยส่วนใหญ่เป็นการท่องเที่ยวในภูมิภาคอาเซียน และการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศของตนประมาณ 5 ครั้งต่อปี ส่วนใหญ่เคยเดินทางมายังประเทศไทยมาก่อน นักท่องเที่ยวธุรกิจส่วนใหญ่เดินทางมาเพื่อติดต่อธุรกิจ ประชุม สัมมนา และเข้าร่วมนิทรรศการ รองลงมาคือการเดินทางท่องเที่ยวเนื่องจากได้รับรางวัลจากการทำงาน การเข้าร่วมการฝึกอบรม นักท่องเที่ยวธุรกิจเกือบทั้งหมดเดินทางมาทางอากาศ กิจกรรมท่องเที่ยวที่นักธุรกิจนิยมคือการทำสปาและการนวดเท่ากับการซื้อสินค้ามากที่สุด รองลงมาคือกิจกรรมบันเทิงยามค่ำคืน และการเที่ยวชมทิวทัศน์ นักท่องเที่ยวธุรกิจมีจำนวนวันพักเฉลี่ยในครั้งนี้เท่ากับ 5 วัน ซึ่งสูงกว่านักท่องเที่ยวทั่วไป กลุ่มตัวอย่างนักท่องเที่ยวธุรกิจประมาณหนึ่งในสาม ได้ขยายเวลาเพื่อการท่องเที่ยวเพิ่มอีก 2 วัน

การส่งเสริมตลาดในอาเซียนในอนาคตควรมีการผสมผสานสินค้าท่องเที่ยว เช่น สร้างสินค้าท่องเที่ยว Manmade เช่น Theme park ใหม่ในลักษณะที่แสดงให้เห็นถึงความทันสมัย การชอปปิ้ง และการท่องเที่ยวลักษณะของบันเทิงที่สนุกสนานมากกว่าการนำเสนอขายในเรื่องของวัฒนธรรม หรือธรรมชาติควรทำข้อเสนอพิเศษร่วมกับสายการบินที่นักท่องเที่ยวอาเซียนนิยมใช้เดินทางมายังประเทศไทย แต่ไม่จำเป็นต้องอยู่ในรูปของแพคเกจทัวร์ เพราะนักท่องเที่ยวอาเซียนมีจำนวนน้อยที่ใช้บริการบริษัทนำเที่ยว รัฐควรส่งเสริมการเปิดเส้นทางสายการบินต้นทุนต่ำจากเมืองรองที่สำคัญในอาเซียนมายังกรุงเทพมหานคร ภูเก็ต และสมุย และพัฒนาสัตหีบให้เป็นสนามบินพาณิชย์

สำหรับนักธุรกิจที่มาเยือนไทย ควรส่งเสริมการจัดประชุม หรือสถานที่ทำธุรกิจ ควรเลือกสถานที่จัดงานที่ใกล้แหล่งชอปปิ้ง มีบริการสปา/นวด และมีสถานที่สำหรับบันเทิงราตรีใกล้กับสถานที่พักแรม จัดโปรแกรมการท่องเที่ยวสั้นๆ ที่ควรนำเสนอให้กับนักท่องเที่ยวธุรกิจคือการจัดการเดินทาง 1 วัน ที่รวมการเที่ยวชมเมือง การจับจ่ายซื้อของ และการทำสปา/ นวด เข้าไว้ด้วยกัน เพราะหากพิจารณาระดับรายได้ของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ การขยายวันพักของนักท่องเที่ยวจะทำให้ประเทศมีรายรับจากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างมาก