วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ลาทีปีเก่า และความจน

หลายคนมองว่าประหยัดนั้นน่าอาย อายที่ห่ออาหารที่ทานเหลือ อายที่เสื้อผ้าไม่มีแบรนด์แต่ไม่อายที่จะยืมเงินคนอื่น

เมื่อวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมามีลูกจ้างเก่าแก่ของครอบครัวที่ลาออกไปนานแล้วกลับมาเยี่ยมคุณแม่ของดิฉัน ซักถามสารทุกข์สุกดิบกันได้ความว่าตัวเธอเองรับจ้างทำงานเป็นแม่บ้านทำความสะอาดที่ธนาคารแห่งหนึ่ง ส่วนสามีเป็นข้าราชการชั้นตรี มีลูกชายอยู่คนเพิ่งเข้าโรงเรียนอาชีวะแห่งหนึ่งในกรุงเทพ ขณะนี้ยังต้องเช่าห้องพักอยู่ รายได้พอมีพอใช้พอผ่อนค่าเช่าห้องได้ คิดว่าพอลูกเรียนจบก็จะกลับบ้านที่อุทัยธานีไปใช้ชีวิตอยู่กับไร่นาที่ได้รับมรดกมาอยู่เล็กน้อย คุยไปคุยมาเธอก็เลยปรับทุกข์ให้ฟังว่าลูกชายวัยทีนเอจเป็นคนติดเพื่อน ไม่ชอบเรียนหนังสือ วันๆเล่นแต่เกมส์คอมพิวเตอร์หรือไม่ก็ขโมยมอเตอร์ไซค์ของพ่อไปรับสาวแว้น ล่าสุดยื่นคำขาดกับพ่อแม่ว่าถ้าไม่ซื้อมอเตอร์ไซค์ให้จะไม่เรียนหนังสือ พ่อแม่บอกว่ายังจน ไม่มีเงิน ลูกก็แนะให้ขายที่นาที่อุทัยธานีเสียสิ พ่อแม่กำลังปวดศีรษะไม่รู้จะทำอย่างไรดี...

ฟังเรื่องนี้จบแต่ความคิดไม่จบตามไปด้วย ใจหวนคิดไปถึงภาพเหตุการณ์ของบ่ายวันเดียวกันที่เห็นคนงานก่อสร้างหญิงที่มาทำงานให้กับครอบครัวของดิฉันกำลังขับเคี่ยวกับลูกสาวตัวน้อยวัยห้าขวบที่ร้องไห้ลั่นบ้านจะเอาขนมถุงที่มีรถปิ๊คอัพขายสินค้าเคลื่อนที่มาจอดขายกับข้าว ขนม และของเล่นเด็กๆตามตรอกซอกซอยต่างๆที่มีคนงานก่อสร้างมาทำงาน ลูกสาวตัวน้อยนี้จะร้องไห้กระแทกตัวกับพื้นทุกครั้งเมื่อแม่ขัดใจไม่ยอมซื้อขนมและของเล่นให้ ลงท้ายดิฉันก็เห็นแม่ต้องควักสตางค์ซื้อของให้ลูกแทบทุกครั้ง เคยคุยกับคนงานคนนี้อยู่บ้างเลยทราบว่าเธอเลิกกับสามีได้สามปีแล้ว ต้องเลี้ยงลูกคนเดียว เก็บเงินไม่ได้เลย ครั้นจะขัดใจลูกก็สงสารเห็นเป็นกำพร้าพ่อ ตัวเธอเองก็ติดเครื่องดื่มชูกำลัง ตกบ่ายพอรถปิ๊คอัพมาถึง เธอก็จะซื้อเครื่องดื่มให้ตัวเองและน้ำหวานให้ลูกสาวกับขนมต่างๆเป็นประจำทุกวัน แล้วเธอก็บ่นว่าจนไม่พอกิน...

ขอแถมเรื่องจริงอีกรายก็แล้วกัน รายนี้เป็นสาวใหญ่ทำงานบริษัทฝรั่งเงินเดือนเหยียบแสน สามีทำงานบริษัทรายได้พอๆกับภรรยา มีลูกสองคนเรียนโรงเรียนมีชื่อ สามีเป็นคนมัธยัสถ์ ภรรยาเป็นคนชอบสังคม ชอบแต่งตัว ชอบทานอาหารร้านหรูกับเพื่อนๆที่หลายคนเป็นพวกเจ็ตเซ็ตไฮโซที่ครอบครัวกระเป๋าหนัก ตัวภรรยาก็ใช่ว่าจน แต่รายรับไม่พอค่าใช้จ่ายในการเข้าสังคมที่เธอชอบ ทุกเดือนเธอต้องมีเสื้อผ้าใหม่เพื่อไปงานสังสรร เธอมีเรื่องทะเลาะกับสามีบ่อยมากเรื่องค่าใช้จ่ายที่เกินตัว สามีไม่ให้เงิน เธอก็รูดเครดิตการ์ดและยืมเพื่อนฝูง เวลานี้มีหนี้ประมาณ 2 ล้านบาท เจ้าหนี้ตามมาทวงที่บ้านและที่ทำงานไม่เว้นแต่ละวัน สามีกำลังอยากหย่า...

ทั้งสามเรื่องเป็นเรื่องจริงที่เจ้าของเรื่องมาขอคำแนะนำว่าจะทำอย่างไรดี ดิฉันมีคำตอบให้ แต่ไม่แน่ใจว่าพวกเขาจะทำได้ เพราะมันเป็นเรื่องของ “นิสัย” (habits) ในการดำเนินชีวิต ลงว่าได้กลายเป็นนิสัยแล้ว มันแก้ยากค่ะ แต่ถ้าตั้งใจจริงไม่ท้อถอย มีวินัย ไม่อายในสิ่งที่ไม่ควรอาย และอายในสิ่งที่ควรอาย แบบนี้แก้ได้ และยังสามารถสร้างนิสัยที่จะปิดประตูสู่ความจนได้แน่นอน ส่วนจะรวยแค่ไหนนั้นบอกไม่ได้ เอาแค่ว่าไม่จนก่อนน่าจะพอ

เมื่อมีนิสัยที่พาเราไปสู่ความจนได้ ย่อมมีนิสัยที่พาเราหนีความจนไปสู่ความสมบูรณ์มั่งคั่งได้เช่นกัน ที่กล้ากล่าวเช่นนี้เพราะได้เคยศึกษาข้อมูลความสำเร็จของผู้บริหารและอภิมหาเศรษฐีของโลกมาหลายรายจนสามารถถอดรหัสนิสัยที่สร้างความมั่งคั่งให้กับบุคคลเหล่านี้ได้ เชื่อว่าหากเราลองนำไปปฏิบัติแล้วก็คงหนีห่างความจนได้เช่นกัน

มาศึกษากันเลยค่ะว่าคนที่อยู่ห่างความจนเขามีนิสัยอย่างไร

ทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย ถ้าอยากจะรู้ว่าเรามีนิสัยการใช้จ่ายเงินอย่างไรอย่างถ่องแท้ ต้องเริ่มด้วยการทำบัญชีรายรับ- รายจ่ายของเราแต่ละเดือน แล้วนำบัญชีมาตรวจสอบว่าเราเสียเงินไปกับเรื่องอะไรบ้าง คุณพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา นักพัฒนาบุคลากรคนสำคัญของไทยเคยเล่าให้ดิฉันฟังว่า ท่านเคยมีส่วนร่วมในโครงการพัฒนาชีวิตของชาวบ้านในต่างจังหวัด โดยมีหญิงชาวบ้านคนหนึ่งเป็นเกษตรกร สามีติดเหล้า ยากจน มีหนี้ ทางโครงการช่วยเข้าไปให้ความรู้ในการทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย หญิงคนนั้นเริ่มมองเห็นวิธีการใช้จ่ายเงินในการทำนาและชีวิตประจำวันของตน เธอจึงค่อยๆสามารถปรับวิธีการบริหารเงินและการดำเนินชีวิตของเธอและคนในครอบครัวจนสามารถปลดหนี้สินได้ในที่สุด นี่คือการฝึกให้มีนิสัยการบริหารเงินให้เป็นขั้นแรกเริ่ม คุณแม่ของดิฉันเองก็ฝึกให้ดิฉันทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายตั้งแต่อายุไม่ถึงสิบขวบด้วยซ้ำ ทำให้เรารู้สถานะทางการเงินของเราตลอดเวลา ทำให้เราไม่ใช้จ่ายเกินตัว เพราะเรารู้ตัวของเราดี พ่อแม่บางคนให้ลูกช่วยทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายของครอบครัวด้วย ทำให้ลูกรู้ว่าสถานะการเงินของทางบ้านเป็นอย่างไร ช่วยสร้างสำนึกความรับผิดชอบที่ดีแต่เยาว์วัยค่ะ

ต้องประหยัด ลดค่าใช้จ่าย ถ้ายังไม่มีทางสร้างรายได้เพิ่ม สิ่งแรกที่ต้องทำคือลดค่าใช้จ่าย คำว่าประหยัดไม่ได้แปลว่าขี้เหนียว มีแล้วไม่ใช้ เก็บของตัวเองไว้เหนียวแน่น แล้วเอาเปรียบด้วยการไปกินไปใช้ของคนอื่น ไปอ่านประวัติอภิมหาเศรษฐีทั้งหลายดูสิคะ ไม่มีใครรวยโดยไม่ประหยัดมาก่อนหรอกค่ะ ที่เห็นใช้เงินกันโครมๆเหมือนไม่เสียดายน่ะ ไปสืบประวัติสาวเรื่องราวให้ดีแล้วก็จะพบว่าต้นตระกูลของคนมั่งมีทั้งหลายไม่ได้เกิดมาคาบช้อนเงินช้อนทองมาแต่อ้อนแต่ออก บรรพบุรุษล้วนต้องผ่านการทำงานหนัก ต้องประหยัดไม่ฟุ่มเฟือยกันทั้งนั้น ยกตัวอย่างเช่น ตระกูลโชควัฒนา ตระกูลเจียรวนนท์ พระเจ้าอยู่หัวของเราท่านก็ทรงสอนเรื่องการประหยัด คงเคยเห็นหลอดยาสีฟันของท่านแล้วใช่ไหมคะ เราต้องใช้ของให้คุ้มค่า ไม่ทิ้งขว้าง การทำบัญชีทำให้สามารถตรวจสอบได้ว่าเราเสียเงินไปกับสิ่งใด เราใช้มันคุ้มค่าหรือไม่ เราควรลดหรือตัดค่าใช้จ่ายในเรื่องอะไรได้บ้าง ดิฉันเคยไปซุปเปอร์มาร์เก็ตแล้วเห็นไฮโซไปช้อปปิ้ง ตอนจ่ายเงินเห็นเธอหยิบคูปองลดราคามาเป็นฟ่อนและยังมีบัตรสมาชิกเพื่อสะสมแต้มไว้ลดราคาคราวหน้าด้วย ใครว่ารวยแล้วไม่ต้องประหยัด ไม่จริงหรอกค่ะ ขอบอกว่ายิ่งรวย ยิ่งประหยัด ยิ่งไม่อยากใช้เงิน เพราะเก็บเงินซะเคยตัวน่ะ

ความไม่รวย ไม่ใช่เรื่องน่าอาย หลายคนเห็นว่าการประหยัดเป็นเรื่องน่าอาย อายที่ห่ออาหารที่ทานเหลือแล้วกลับบ้าน อายที่จะใส่เสื้อผ้าไม่มีแบรนด์ดัง แต่ไม่อายที่จะยืมเงินคนอื่นหรือเป็นหนี้เครดิตการ์ดเพื่อไปซื้อของใช้ให้เหมือนคนที่มั่งคั่งกว่า เด็กหลายคนทำให้พ่อแม่หนักใจเพราะรบเร้าให้ซื้อของเล่นแพงๆ เช่นตุ๊กตาตัวละเป็นหมื่น ต้องมีมือถือรุ่นใหม่ล่าสุด ราคาเป็นหมื่นอีกเช่นกัน มิฉะนั้นจะไม่เทียมหน้าเพื่อนฝูง เพื่อนบางคนจะดูถูกไม่คบด้วย พ่อแม่ก็ต้องไปกู้หนี้ยืมสินไปซื้อหามาให้ลูก ซึ่งทางที่ดีแล้วควรสอนลูกว่า ถ้าเพื่อนจะไม่คบเพราะลูกไม่รวย ก็ไม่ต้องคบกับเขา ไปคบคนที่เขายินดีคบลูกดีกว่า เพราะลูกจะไม่สามารถทำตัวรวยตบตาคนได้ตลอด สักวันเพื่อนรวยก็ต้องรู้จนได้ และนอกจากเขาอาจจะเลิกคบลูกแล้ว เขายังจะดูถูกลูกอีกด้วย โดนสองต่อเลย คนที่รวยจริงๆเขาฉลาดพอที่จะดูออกและรู้เท่าทันว่าผู้คนที่อยู่รอบตัวเขานั้นใครรวยจริงหรือรวยแต่เปลือกค่ะ ความรวยมาพร้อมกับความฉลาด หายากค่ะที่รวยแล้วโง่น่ะ คนรวยหลายคนไม่เลือกคบคนที่ฐานะ และก็มีคนรวยหลายคนคิดคำนวณตลอดเวลาว่าคบใครแล้วจะได้อะไรตอบแทนกลับมาบ้าง ในใจของคนพวกนี้เขาจัดอันดับคนที่เขาคบด้วยไว้เรียบร้อยแล้วว่าจะให้-จะรับมากน้อยเพียงใด คบกับคนรวยบางคนก็ต้องรู้จักใช้วิจารณญาณวิเคราะห์ดูว่าเขาคบเราเพราะเหตุใดจะได้เตรียมใจไว้ก่อน

รู้จักออม (Saving) และลงทุน (Investment) พอได้ทำบัญชีและเริ่มประหยัดในสิ่งที่ไม่ควรซื้อ คุณก็จะเริ่มมีเงินเหลือให้ออมบ้างแล้วล่ะ ส่วนจะเลือกออมวิธีไหน หรือนำเงินออมไปลงทุนในเรื่องอะไรคงไม่ยาก เพราะถ้าท่านเริ่มมีเงินออม ท่านก็จะเริ่มเนื้อหอมมีสถาบันการเงินเยอะแยะเสนอตัวเป็นผู้แนะนำว่าท่านควรจะออมอย่างไร เลือกคนแนะนำให้ดีๆ กระจายตะกร้าในการออมด้วยค่ะ

ขยันทำงานสร้างรายได้เพิ่ม ไม่มีใครนั่งเฉยๆแล้วเงินหล่นมาหน้าตักง่ายๆหรอกค่ะ ขนาดว่าง่ายอย่างส้มหล่นยังต้องมีการเขย่าต้นส้มกันบ้างเลย คนที่วันนี้รวย วันก่อนต้องทำงานหนักกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นสตีฟ จ๊อบส์ ตระกูลภิรมย์ภักดี ตระกูลล่ำซำ มีใครไม่ทำงานบ้าง? ไม่มีค่ะ คุณบิลล์ ไฮเนคกีเจ้าของไมเนอร์กรุ๊ปธุรกิจเป็นพันเป็นหมื่นล้านก็เริ่มทำงานตั้งแต่ยังเรียนอยู่ไฮสกูล ทำงานหนักมาตลอด ทำมาหลายๆปีด้วย ไม่ใช่ทำแป๊บเดียวได้เงินมาเยอะแยะ บุคคลเหล่านี้ทำงานใช้ทั้งแรงกายและสมอง ไม่ท้อถอย อดทนเป็นยอด ประเภทแป๊บเดียวจอดไม่ได้เป็นเศรษฐีหรอกค่ะ โดยมากทำงานกันหามรุ่งหามค่ำ แต่ทำอย่างฉลาด ทำอย่างรู้คิด ไม่ใช่ทำแบบหลับหูหลับตาไปวันๆ ต้องรู้จักสังเกต รู้จักหาข่าวและมองหาโอกาสเติบโต

ขยันหาความรู้เพิ่มเติม การที่จะมีไอเดียสร้างงาน สร้างธุรกิจ และสร้างคุณค่าความสามารถเพิ่มให้ตนเองต้องมีต้นทุน ต้นทุนคือความรู้ที่ได้มาจากการศึกษา ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นการศึกษาในมหาวิทยาลัย คนที่มีฐานะมั่งคั่งหลายคนไม่ได้จบการศึกษาสูงแต่เป็นผู้ใฝ่รู้ตลอดชีวิต ยกตัวอย่างคือ คุณบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา คุณเจริญ สิริสัฒนภักดี เป็นต้น ความรู้จะช่วยเปิดหูเปิดตาเปิดโลกทัศน์ให้ท่านมีความคิดต่อยอดดีๆขึ้นไปเรื่อยๆ ถึงไม่ได้เป็นเจ้าของกิจการที่จะเปิดธุรกิจหรือผลิตสินค้าตัวใหม่ การเป็นมนุษย์เงินเดือนที่มีความรอบรู้เพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆจะช่วยเพิ่มค่าตัวของท่านเอง

มีเพื่อนฝูงเครือข่ายกว้างขวาง อีกนั่นแหละที่นิสัยของคนที่ไกลห่างจากความจนก็คือ การมีอัธยาศัยดีเป็นมิตรกับผู้คน ยิ่งถ้าเป็นนักการค้านักธุรกิจก็ยิ่งต้องมีเพื่อนฝูงมากมาย เพราะเครือข่ายความสัมพันธ์จะช่วยทำให้เรื่องยากเป็นเรื่องง่าย เรื่องเป็นไปไม่ได้ก็เป็นไปได้เพราะมีเพื่อนฝูงช่วยนี่เอง

ทั้งหมดนี้คือนิสัยของคนไม่จนที่ดิฉันสำรวจวิเคราะห์มา เรามาลาทีปีเก่าและความจนด้วยนิสัยดีๆ 6 ประการนี้กันนะคะ ขอความสุขสวัสดีไม่เจ็บ ไม่จนจงประสบแด่ทุกท่านในปีใหม่ที่จะมาถึงนี้ค่ะ