การต้อนรับนายกฯประยุทธ์ จันทร์โอชา ของผู้นำจีนในการเยือนอย่างเป็นทางการครั้งนี้ สะท้อนถึงการทูตจีนสมัยใหม่
ที่คึกคักแฝงด้วยมิติของความเป็นมหาอำนาจ ที่ต้องการสร้างภาพลักษณ์แห่งความเป็นมิตร
แต่ไทยต้องระแวดระวังเงื่อนไขที่ไม่ปรากฏในข้อตกลงใด ๆ ในเอกสารทางการ
อีกทั้งยังเป็นเครื่องเตือนนักวางนโยบายระหว่างประเทศของไทยว่า มิติแห่งการทูตระหว่างประเทศ มิได้จำกัดแค่ที่กระทรวงต่างประเทศ หรือกระทรวงพาณิชย์เท่านั้น
หากแต่การทูต “ยุคดิจิทัล” จะมีความสลับซับซ้อนมากกว่าเดิมหลายเท่า เพราะนอกจากประเด็นการเมือง เศรษฐกิจแล้ว ก็ยังมีเรื่องการบริหารความเสี่ยง, การสร้างดุลถ่วงด้านความสัมพันธ์, และการสกัดกั้นการก่อการร้ายสากล ที่กำลังจะเพิ่มระดับของอันตรายมากขึ้นทุกวัน
ข้อตกลงว่าด้วยการจัดตั้งธนาคารชำระดุลเงินหยวนในไทยก็ดี การต่ออายุสัญญาข้อตกลงทวิภาคีว่าด้วยการแลกเปลี่ยนเงินสกุลหยวนและบาทในวงเงิน 7 หมื่นล้านหยวนอีก 3 ปี และข้อตกลงความร่วมมือระหว่างตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และธนาคารแห่งประเทศจีนจะช่วยเปิดการซื้อขายหุ้นด้วยเงินหยวน และเปิดโอกาสให้นักลงทุนจีนเข้ามาลงทุนในไทยได้มากขึ้น ล้วนเป็นการตอกย้ำถึงความสนิทแน่นแฟ้นเพิ่มขึ้นระหว่างสองประเทศทางด้านการเงินและการค้า
การลดการพึ่งพาเงินสกุลดอลลาร์ย่อมเป็นทิศทางที่น่าสนใจ และหากเป็นการทำระหว่างสองประเทศที่เห็นสอดคล้องกันว่า จะเป็นประโยชน์ต่อกัน ก็ไม่น่าที่ประเทศอื่นจะมีปัญหากับความสัมพันธ์เช่นนี้
ยกเว้นเสียแต่ว่าไทยเราเองจะพลั้งเผลอ ไม่สร้างดุลถ่วงอันเหมาะสมกับยักษ์ใหญ่ด้านการเมืองและเศรษฐกิจอื่นอย่างมีนัยสำคัญไม่น้อยกว่ากัน
จากมุมมองของปักกิ่ง ไทยกำลังจะเป็นมิตรสหายที่มีความสนิทแนบแน่นขึ้น แต่จากโตเกียว ความเคลื่อนไหวเช่นนี้ย่อมสร้างความตื่นตัวและการปรับทิศทางเพื่อสร้างความสนิทชิดเชื้ออีกด้านหนึ่ง
ขณะที่วอชิงตันตระหนักว่า การปรับเปลี่ยนระยะห่างของความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับจีนนั้น เป็นปรากฏการณ์ที่จะต้องเกาะติดอย่างใกล้ชิด เพราะเวทีการเมืองในเอเชีย กำลังเข้าสู่ภาวะของความผันผวนรอบใหม่ที่ยุ่งยากกว่าที่คิด
เพราะมอสโควเป็นปัจจัยและตัวแปรที่สำคัญยิ่งในสมการใหม่ของการเมืองเอเชีย ในเมื่อสหรัฐและยุโรปคว่ำบาตรรัสเซียกรณียูเครนอย่างต่อเนื่อง และเงินสกุลรูเบิลทรุดตัวลงอย่างหนัก กระทบสถานภาพทางการเมืองของวลาดิเมียร์ ปูติน อย่างรุนแรง ไทยก็ย่อมไม่อาจจะมองข้ามผลพวงที่ตามมา
เพราะทุกความเคลื่อนไหวที่กล่าวมานี้ ย่อมมีความสำคัญต่อก้าวเดินทางการทูตของไทยในปี 2015 ที่กำลังจะมาถึงอย่างปฏิเสธไม่ได้
การเดินสายของผู้นำไทยไปจีน จะต้องตามมาด้วยการเยือนญี่ปุ่น, สหรัฐ, รัสเซีย, ยุโรป และสร้างการประสานวันต่อวันกับเพื่อนอาเซียนอย่างทันกาล ชาญฉลาด และผูกโยงกับชุมชนท้องถิ่นของประเทศในทุก ๆ ภูมิภาค
เพราะท้ายที่สุดแล้ว การทูตระหว่างประเทศจะประสบความสำเร็จไม่ได้ หากไม่มีส่วนร่วมของชุมชนอย่างแท้จริง









