วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สาละวน "พูดคุยดับไฟใต้" จับตาบทบาท PERMAS

ช่วงนี้ข่าวสารจากชายแดนใต้ในแง่ของการก่อเหตุรุนแรง และการพูดคุยสันติสุขเงียบหายไป กลายเป็นข่าวน้ำท่วมใหญ่แทน

ฉะนั้นความเงียบที่ดูเหมือน "สงบ" นี้ จึงไม่ได้การันตีว่าการ "คิกออฟ" กระบวนการพูดคุยดับไฟใต้รอบใหม่ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยมีมาเลเซีย "เจ้าเก่า" เป็นผู้อำนวยความสะดวกนั้น ได้ทำให้สถานการณ์ที่ชายแดนใต้ลดความร้อนแรงลง

เพราะจริงๆ แล้วอาจมีสาเหตุจากน้ำท่วมก็เป็นได้ และเดือน ธ.ค.ของทุกๆ ปี สถิติเหตุรุนแรงก็มักลดต่ำด้วยเหตุฝนตกน้ำท่วมนี่แหละ

ส่วนกระบวนการพูดคุย หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ หารือกับ นายกฯนาจิบ ราซัก แห่งมาเลเซีย ระหว่างเดินทางเยือนเมื่อ 1 ธ.ค. พร้อมเปิดตัว พล.อ.อักษรา เกิดผล เป็นหัวหน้าคณะพูดคุยอย่างเป็นทางการแล้ว ทุกอย่างก็ดูนิ่งๆ ไป

แต่ความนิ่ง ไม่ได้แปลว่าหยุด เพราะการทำงาน "หลังฉาก" มีความคืบหน้าต่อเนื่อง เพียงแต่ไม่เร่งร้อนที่จะ "เปิดตัว-เปิดโต๊ะ" ให้เป็นข่าวใหญ่โตวูบวาบเท่านั้นเอง

ข่าวล่าสุดเกี่ยวกับ "ทีมพูดคุย" ในฝ่ายผู้เห็นต่างจากรัฐ ทางการมาเลเซียพยายามรวบรวมกลุ่มผู้เห็นต่างที่มีหลากหลายกลุ่มให้มารวมเป็น "ทีมเดียว" และมีข้อเรียกร้องชุดเดียว เพื่อให้ง่ายต่อการพูดคุย

แต่นี่คือความยาก เพราะกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐหลักๆ คือ บีอาร์เอ็น พูโล และบีไอพีพี ค่อนข้างไม่ลงรอยกัน โดยเฉพาะ "พูโล" แตกออกเป็น 2-3 กลุ่ม และไม่ถูกกันอย่างแรง

ทว่า "พูโล" (บางปีก) มีความต้องการและเต็มใจร่วมโต๊ะพูดคุยมากที่สุด พอๆ กับ "บีไอพีพี" ซึ่งมีสมาชิกไม่มากนัก

ส่วน "บีอาร์เอ็น" ที่เชื่อกันว่าเป็นขบวนการหลัก ยังคงสงวนท่าที เพราะปีก "นักรบ" ไม่อยากร่วมวงพูดคุย

ข่าวที่กระเซ็นกระสายมาจากมาเลเซียก็คือ ฮัสซัน ตอยิบ แกนนำบีอาร์เอ็นที่ทำหน้าที่หัวหน้าคณะพูดคุยฝ่ายผู้เห็นต่างเมื่อปีที่แล้ว น่าจะหลุดตำแหน่ง

คนที่มาแรงกลายเป็นคนใกล้ของฮัสซันที่เคยปรากฏตัวในวันลงนามข้อตกลงริเริ่มกระบวนการพูดคุยสันติภาพ 28 ก.พ.56 ระหว่าง พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาฯสมช. กับ ฮัสซัน ที่กัวลาลัมเปอร์ แต่ภายหลังถูกกันออกไป

ฉะนั้นจะเรียกว่า "ไม่ใช่คนหน้าใหม่" ก็ไม่น่าจะผิด แต่ "บารมี" ถึงหรือเปล่าเป็นอีกเรื่อง

อีกหนึ่งปัญหาที่น่าจะเรียกได้ว่าเป็น "ความไม่ลงตัว" ของฝ่ายไทยเอง คือ การเฟ้นหาตัวแทนที่เป็น "ภาคประชาสังคม" จากในพื้นที่ชายแดนใต้เพื่อเข้าร่วมในทีมพูดคุย

เพราะหากศึกษาบทเรียนจากการพูดคุยเจรจาในพื้นที่ขัดแย้งอื่นๆ ทั่วโลก จะพบว่า "ภาคประชาสังคม" มีบทบาทสูงมากในการขับเคลื่อนกระบวนการสันติภาพ

แต่ประเด็นก็คือ รัฐบาลไทยจะเลือกใครเป็นตัวแทนในฐานะ "ภาคประชาสังคม" ในทีมพูดคุยของรัฐ เพราะต้องมีความเป็น "ตัวแทน" ของคนในพื้นที่อย่างแท้จริงจึงจะ "เสียงดัง" มากพอ ทว่าก็ต้องพูดไปในคีย์เดียวกับรัฐ ไม่ใช่ไปอยู่ข้างบีอาร์เอ็น

ฉะนั้นหากใช้องค์กรหรือตัวบุคคลจาก "ศอ.บต." ไปเป็นตัวแทนภาคประชาสังคม ย่อมไม่เวิร์ค เนื่องจากถูกมองเป็น "กลไกรัฐ"

ล่าสุดมีการพูดถึงองค์กรนักศึกษาที่ชื่อ PERMAS ที่หมายถึง สหพันธ์นักเรียน นิสิต นักศึกษา และเยาวชนปาตานี ซึ่งเป็นองค์กรที่รวบยอดมาจากสหพันธ์นิสิตนักศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (สนน.จชต.) เดิม โดย สนน.จชต.ก็เป็นการรวมตัวของสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแต่ละจังหวัดของจังหวัดชายแดนภาคใต้อีกที แต่ปัจจุบันยุบไปหมดแล้ว เหลือ PERMAS องค์กรเดียว รวมทั้งพีเอ็นวายเอส (กลุ่มนักศึกษาจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีศูนย์กลางอยู่ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง) ด้วย

วัตถุประสงค์ของ PERMAS ก็เพื่อเชื่อมตัวแทนนักศึกษาปาตานีทั้งในประเทศและต่างประเทศ มีนโยบายสำคัญคือ "สาตูปาตานี" หรือ "หนึ่งปาตานี" (นัยหมายถึงปาตานีเป็นหนึ่งเดียว) โดยหนึ่งใน "ตัวเปิด" ของ PERMAS ที่ผู้ติดตามข่าวสารภาคใต้รู้จักกันดี คือ อาเตฟ โซะโก อดีตเลขาธิการสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.)

กิจกรรมของ PERMAS ที่ได้รับความสนใจจากในพื้นที่เป็นอย่างมาก คือ "เสวนาปาตานี" ที่จัดไปแล้วนับร้อยเวที และเปิดให้แสดงความเห็นกันอย่างตรงไปตรงมา โดยเฉพาะเรื่อง "สิทธิ์ในการกำหนดใจตนเอง" หรือ Self-determination ที่ฝ่ายความมั่นคงวิตกว่าคือจุดเริ่มของการแบ่งแยกดินแดนหรืออย่างน้อยก็นำไปสู่ "เขตปกครองพิเศษ"

คำถามคือ ฝ่ายความมั่นคงโดยเฉพาะในรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ ยอมรับได้จริง หรือนี่เป็นการโยนหินถามทางเท่านั้น?