วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ดัชนีคอร์รัปชันไทยดีขึ้น แต่ยังสอบไม่ผ่าน

ดูเหมือนคนไทยบางคนมีอาการลิงโลดเมื่อมีข่าวว่า องค์กรเพื่อความโปร่งใสสากลหรือ Transparency International

ประเทศไทยไต่อันดับดัชนีคอร์รัปชันขึ้นมาจากปีที่แล้วได้ 35 มาเป็น 38 เต็ม 100 และขยับจากอันดับที่ 102 มาเป็น 85

แต่หากดูในรายละเอียด จะเห็นว่าเรายัง "สอบตก" อยู่ดี เพราะได้คะแนนไม่ถึงครึ่ง ขณะที่สิงคโปร์และมาเลเซียได้เกินครึ่ง คือ 84 และ 52 ตามลำดับ

ไทยเรามาที่สามในอาเซียน แต่เป็นที่สามที่ห่างจากที่หนึ่งและที่สองพอสมควร

ดังนั้นการกระเตื้องขึ้นของการจัดลำดับ ดัชนีภาพลักษณ์การฉ้อราษฎร์บังหลวงในแวดวงราชการ จากการสอบถามนักธุรกิจที่ทำงานอยู่ในประเทศต่าง ๆ จึงยังไม่ใช่ "ข่าวดี" ที่คนไทยควรจะพอใจเลยแม้แต่น้อย

เพราะในภาพรวมแล้ว ปัญหาคอร์รัปชันยังเป็นประเด็นที่ไม่ได้แก้ที่ต้นตอ หากแต่เป็นการส่งเสียงดังขึ้น และเป็นเพียงนโยบายของ คสช. และรัฐบาลเท่านั้น ยังไม่ได้แปลงลงมาในภาคปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม

แน่นอนว่าการสำรวจประจำปีที่ประกาศผลครั้งนี้ อาจเป็นภาพของประเทศไทยในปีที่แล้วถึงครึ่งปีที่ผ่านมา ยังไม่ได้สะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงใด ๆ ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ดังนั้นเรายังต้องเฝ้าดูและตรวจสอบ "ของจริง" จากนี้ไปเพื่อพิสูจน์ว่าการยึดอำนาจและประกาศนโยบายปราบคอร์รัปชันอย่างจริงจังนั้น จะมีผลให้เราได้คะแนนและอันดับที่ดีขึ้นอย่างไรหรือไม่

ของจริงที่ว่านี้คือความพร้อมของรัฐบาล ที่จะให้ภาคประชาชนเข้าไปร่วมตรวจสอบโครงการต่าง ๆ ที่อาจจะมีช่องโหว่ให้เกิดการโกงกินงบประมาณแผ่นดินได้ และลงมือแก้กฎหมายหรือระเบียบต่าง ๆ เพื่อไม่ให้เอื้อต่อข้าราชการและนักการเมืองที่จะใช้ดุลยพินิจของตน ในการจะให้หรือไม่ให้อนุญาตเอกชนในการติดต่อกับทางการ

น่ายินดีที่รัฐมนตรีคมนาคม พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ประกาศว่าได้หารือร่วมกับ คุณประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) และมีข้อสรุปว่าจะให้องค์กรนี้เข้ามาทำงาน ร่วมกับกระทรวงในอันที่จะเข้าร่วมสังเกตการณ์ และเสนอแนะวิธีการปิดโอกาสของคอร์รัปชันในการดำเนินโครงการสำคัญ ๆ อย่างน้อยสามโครงการ

เช่นโครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิของบริษัทท่าอากาศยานไทยจำกัด (มหาชน)

และโครงการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวีใหม่ 3,183 คันขององค์กรขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.)

กับโครงการจัดหาผู้เดินรถโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ส่วนต่อขยายช่วงหัวลำโพง-บางแค และบางซื่อ-ท่าพระ ระยะทาง 27 กิโลเมตรของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและใช้งบประมาณให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

คุณประมนต์ บอกว่ายังมีปัญหาความไม่ชัดเจนใน 3 ประเด็นคือ ร่างข้อตกลงการจัดซื้อจัดจ้างหรือที่เรียกว่า "ทีโออาร์" และสเปกของรถกับราคากลางในการจัดซื้อ

ความโปร่งใสเป็นหัวใจของการป้องกันการคอร์รัปชัน ซึ่งหมายความว่าทางการจะต้องเปิดเผยข้อมูลทุกด้านอย่างละเอียดในทุกขั้นตอน และหากภาคประชาชนเข้าไปตรวจสอบได้ โดยจะต้องไม่มีรายละเอียดส่วนใดเป็น "ความลับทางราชการ" อีกต่อไป จึงจะถือได้ว่ามีความ "จริงใจ" ในการป้องกันการโกงกินอย่างเป็นกิจลักษณะ

หากทำอย่างนี้ได้จริง คะแนนของประเทศไทยในการจัดลำดับปีต่อ ๆ ไปจะต้องไม่ต่ำกว่า 50 และเป้าหมายคือบ้านเมืองเราต้องสะอาดสะอ้านไม่แพ้สิงคโปร์และมาเลเซีย