วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

รับมือความผันผวนในโลก

รัสเซีย ซึ่งเป็นประเทศที่พึ่งพาการส่งออกน้ำมัน และก๊าซอย่างมาก เผชิญกับปัญหาเมื่อค่าเงินรูเบิลดิ่งลง

สู่ระดับต่ำเทียบกับดอลลาร์ช่วงวันอังคารที่ผ่านมา (16 ธ.ค.) ที่ระดับ 80 รูเบิลต่อดอลลาร์ จนธนาคารกลางรัสเซียต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ยรวดเดียว 6.5% จาก 10.5% เป็น 17% พร้อมประกาศว่าจะเทขายทุนสำรองสกุลเงินต่างประเทศ 7,000 ล้านดอลลาร์เพื่อพยุงเงินรูเบิล รวมถึงดำเนินมาตรการสร้างเสถียรภาพระบบการเงิน อย่างการผ่อนคลายการเข้าถึงเงินตราต่างประเทศ การปกป้องธนาคารต่างๆ จากการขาดทุน และเพิ่มทุนธนาคารบางแห่งในปีหน้า

มาตรการที่ออกมาเป็นระลอกในช่วงไม่กี่วัน ดันเงินรูเบิลให้แข็งค่าขึ้นได้ระดับหนึ่ง ขณะที่ผู้นำรัสเซียตำหนิปัจจัยภายนอกว่าเป็นสาเหตุของวิกฤติ และจะต้องมีการออกมาตรการเพิ่มเติมตามมาอีก อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไม่มีแผนออกคำสั่งให้ผู้ส่งออกในประเทศขายรายได้ที่อยู่ในรูปสกุลเงินต่างประเทศ เพื่อพยุงเงินรูเบิล ขณะก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ในกระทรวงการคลังก็ได้ปฏิเสธแล้ว ว่าไม่ได้พิจารณาที่จะออกมาตรการควบคุมเงินทุนดังที่หลายฝ่ายคาดเดา ผู้นำรัสเซียยังพยายามสร้างความเชื่อมั่นด้วยการระบุว่า เศรษฐกิจของประเทศจะฟื้นตัวขึ้นมาอย่างแน่นอน แต่อาจใช้เวลา 2 ปีกว่าประเทศจะพ้นวิกฤติ อีกทั้งรัสเซียยังต้องสร้างความหลากหลายทางเศรษฐกิจเพื่อลดการพึ่งพาน้ำมัน

ในอีกซีกหนึ่งของโลก ธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด ได้สิ้นสุดการประชุมเป็นเวลา 2 วัน และออกแถลงการณ์ที่มีการปรับเปลี่ยนถ้อยคำเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย ที่ระบุว่าจะตรึงดอกเบี้ยไว้ในระดับต่ำไปอีกระยะหนึ่งหลังจากยุติการเข้าซื้อพันธบัตร เป็นการระบุว่าจะใช้ท่าที "อดทน" ในการตัดสินใจว่าจะขึ้นดอกเบี้ยเมื่อไร พร้อมชี้แจงว่าคำว่า "อดทน" หมายความว่าเฟดไม่มีแนวโน้มจะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุม 2-3 ครั้งหน้าเป็นอย่างน้อย สำหรับกรณีของวิกฤติในรัสเซียนั้น ประธานเฟดระบุว่าสองประเทศมีความเชื่อมโยงกัน ในระดับที่หลวมเกินกว่าจะคาดถึงผลกระทบอันชัดเจนได้

ประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกอย่างจีน ก็กำลังจับตาการร่วงไหลของเงินรูเบิลเช่นกัน แต่หัวหน้าฝ่ายนโยบายและกฎระเบียบด้านอัตราแลกเปลี่ยน ระบุว่าจีนไม่ได้รู้สึกวิตกกังวลจนเกินไปเกี่ยวกับสัญญาณของการไหลออกของเงินในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เพราะภายใต้เงื่อนไขหนึ่งนั้น สัญญาณการไหลออกของเงินทุนในช่วงหนึ่ง ถือเป็นเรื่องปกติ อีกทั้งในภาพรวมยังเห็นกระแสเงินไหลเข้าสุทธิ

การทรุดตัวของค่าเงินรูเบิลเมื่อต้นสัปดาห์นั้น มีขึ้นหลังจากธนาคารกลางรัสเซียเตือนว่า ราคาน้ำมันในระดับต่ำอาจทำให้เศรษฐกิจรัสเซียหดตัวเกือบ 5% ปีหน้า โดยในปีนี้เงินรูเบิลร่วงลง 49% แล้วเมื่อเทียบกับดอลลาร์ เพราะรายได้ครึ่งหนึ่งของรัสเซียมาจากน้ำมันกับก๊าซ ดังนั้นราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ลดลงจึงกระทบต่อฐานการคลังของรัสเซียและความเชื่อมั่นในเงินรูเบิล ในช่วงที่รัสเซียพยายามออกมาตรการเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า รวมถึงแก้ปัญหาระยะยาวในรูปของการสร้างความหลากหลายทางเศรษฐกิจ นอกเหนือจากการพึ่งพารายได้จากน้ำมันและก๊าซนั้น ความผันผวนอาจมีขึ้นได้ และอาจสร้างแรงกระเพื่อมไปถึงประเทศอื่นๆ ได้ ดังนั้นไทยก็ควรจับตาและเตรียมพร้อมรับมือผลพวงในด้านต่างๆ ด้วยเช่นกัน