วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เสียงจากวงสนทนา: ใครได้ใครเสีย เมื่อราคาน้ำมันร่วงหนัก

ผมนั่งโต๊ะสนทนากับผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำมันและไฟฟ้า เมื่อคืนวันก่อน วิเคราะห์ถึงราคาน้ำมัน ที่กำลังร่วงหล่นลงมา

ต่ำกว่า 60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และทำท่าว่าจะยังอาจดิ่งลงต่อไปได้

“บางคนบอกตัวเลขราคาน้ำมันที่ผมดูแล้วแปลก ๆ...” ผู้บริหาร ปตท. สผ. เปรยขึ้นกลางโต๊ะอาหาร

ผมถามว่าที่ว่า “แปลก” เป็นเช่นไร

ท่านบอกว่า “มันฟังคล้าย ๆ ลงไปที่เลข 40 อะไรทำนองนั้น”

ทำให้วงสนทนาร้องฮือกันเป็นการใหญ่

แต่ถึงวันนี้ไม่มีใครกล้ายืนยัน หรือปฏิเสธแนวโน้มของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกได้อีกต่อไป

ผู้เชี่ยวชาญบริษัทเชลล์จากลอนดอน มาวิเคราะห์เรื่อง “อนาคตของเมืองใหญ่” ให้เราฟังอย่างน่าสนใจในค่ำคืนนั้น ถึงช่วงถาม-ตอบ ผมตั้งประเด็นเรื่องราคาน้ำมันกับคุณภาพชีวิตของคนเมืองในอนาคต

ท่านบอกว่า “ใครที่พยายามจะทำนายเรื่องราคาน้ำมันย่อมไม่ใช่คนฉลาด”

สรุปว่าทุกคนทุกฝ่ายต้องปรับตัวทั้งด้านบวกและด้านลบกันครั้งใหญ่ เพราะความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันดิบกับก๊าซธรรมชาติ ที่ร่วงลงอย่างต่อเนื่อง ย่อมมีผลกว้างไกลต่อวิถีชีวิตของคนทั้งโลก

รัฐมนตรีพลังงาน ดร.ณรงค์ชัย อัครเศรณี อยู่ในงานค่ำคืนนั้นด้วย ผมถามว่าแนวโน้มราคาน้ำมันอย่างนี้ดีหรือไม่ดีอย่างไรกับไทย ท่านไม่ลังเลที่จะบอกด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดีว่า

“ก็ต้องดีซิ...พรุ่งนี้ลดดีเซล 1 บาท เบนซินลด 2 บาท คนไทยดีใจได้แล้ว แต่ก็ยังไม่วายมีคนวิจารณ์ว่าต้องลงมากกว่านี้...ผมกำลังพยายามอยู่ครับ”

เมื่อราคาน้ำมันดิบลงอย่างนี้ ชาวบ้านก็ย่อมจะคาดหวังต่อไปว่าราคาขายปลีกน้ำมันชนิดต่าง ๆ ต้องลงตามด้วยอย่างรวดเร็ว

และหนีไม่พ้นว่าจะต้องมีการถามไถ่ว่าราคาไฟฟ้าจะลดตามลงมาเมื่อไหร่?

ผู้บริหารการไฟฟ้าฝ่ายผลิตในวงสนทนาบอกว่า ผู้ตัดสินคือ regulators และต้องอยู่ที่การปรับราคาก๊าซธรรมชาติจาก ปตท.

ท่านผู้บริหารจาก ปตท.สผ. อธิบายว่าข้อตกลงปกติจะใช้เวลา 6 เดือน ไม่ว่าจะเป็นขาขึ้นหรือขาลง

หกเดือนคงจะนานเกินไปสำหรับความคาดหวังของประชาชน ในยามที่รัฐบาลพยายามจะกระตุ้นเศรษฐกิจ และสร้างบรรยากาศแห่งความสุขในช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

ประชาชนติดตามข่าวคราวเรื่องน้ำมันและก๊าซ รวมไปถึงราคาสินค้าเกษตร เช่น ยาง และข้าวรวมไปถึงถึงราคาทอง และตลาดหุ้นกันอย่างใกล้ชิดตลอดเวลาอยู่แล้ว ทางการจึงไม่อาจจะอ้างสัญญา หรือข้อตกลงเดิม ๆ ที่ไม่สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงอันรวดเร็วฉับพลัน อย่างที่เห็นอยู่ทุกวันนี้

ผมจึงมั่นใจว่าภายในสัปดาห์หน้าจะต้องมีการพูดถึง การลดราคาค่าไฟฟ้าให้ประชาชน และควรอย่างยิ่งที่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องประเมินสถานการณ์น้ำมัน, ไฟฟ้า, สินค้าเกษตร และความเป็นไปในตลาดโลกทุก ๆ ด้านให้ประชาชนได้รับทราบอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่องจากนี้ไป

เพราะรัฐบาลจำเป็นต้องสื่อสารกับประชาชน ให้เข้าใจถึงความเปลี่ยนแปลงในแวดวงพลังงานระดับโลกตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการผลิตน้ำมันจากหินที่เรียกว่า Shale oil ซึ่งสหรัฐสามารถผลิตได้มากพอที่จะไม่ต้องสั่งน้ำมันดิบจากต่างประเทศแล้ว อีกทั้งค่าใช้จ่ายในการผลิตน้ำมันหินที่ว่านี้ก็ใกล้เคียงกับ 60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

การเมืองระหว่างประเทศกับน้ำมัน ก็เป็นประเด็นที่ควรติดตามวิเคราะห์ เช่นเมื่อน้ำมันดิบลดลงมากเช่นนี้ จะกระทบรัสเซียอย่างไร (ในภาวะที่เงินสกุลรูเบิลอ่อนตัวลงอย่างรุนแรงในขณะนี้ด้วย)

หรือการเมืองน้ำมันเกี่ยวกับการที่สหรัฐกับซาอุดีอาระเบีย จับมือกับกดราคาน้ำมันดิบลงให้ต่ำ เพื่อกดดันรัสเซียในกรณียูเครน?

หรือนี่เป็นแผนโยงถึงการที่สหรัฐ ต้องการกดดันให้อิหร่านต้องเลิกโครงการนิวเคลียร์

หรือนี่เป็นส่วนหนึ่งของแผนการกำหนดบทบาทของเวเนซูเอลา ทางการเมืองให้ลดน้อยถอยลง เพราะรายได้จากเงินตราต่างประเทศของเขา 97% มาจากน้ำมันดิบ?

ใครได้ใครเสียจากราคาน้ำมันดิบที่ดิ่งลงอย่างต่อเนื่อง... จะได้นำมาวิเคราะห์ในคอลัมน์นี้ต่อไปครับ