วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

อินเดียกำลังปรับปรุงระบบภาษี GST ขนานใหญ่

เดือนที่แล้ว รมว. คลัง ของอินเดีย นายอรุณ เชฏลี (Arun Jaitley) ได้กล่าวในที่ประชุมใหญ่ประจำปีของ นสพ.ยักษ์ใหญ่

ของอินเดียฉบับหนึ่ง (Hindustan Times) ว่า เป้าหมายของรัฐบาลโมดีในปีถัดไปคือการผลักดันให้อินเดียมีโครงสร้างภาษีการค้าและบริการ (Good and Services Tax - GST) ในอัตราเดียวกันทั่วทั้งประเทศ ซึ่งความพยายามนี้เริ่มมากว่า 6 ปี ตั้งแต่รัฐบาลของนายมานโมหัน สิงห์ แต่ก็ยังไม่สำเร็จซักที

ด้วยความที่อินเดียประกอบด้วย 28 รัฐ จึงมีความซับซ้อนในเรื่องอำนาจการจัดเก็บภาษีต่างๆ ระหว่างรัฐบาลของรัฐและรัฐบาลกลาง ทำให้อินเดียไม่ใช่ตลาดเดียว (Single Market) ทั้งประเทศ แต่เสมือนมีตลาดย่อยอีก 28 ตลาดที่ยังใช้กฎระเบียบต่างกัน ดังนั้น หากนายเชฏลีสามารถนำเอาระบบภาษี GST ที่เป็นอัตราเดียวทั้งประเทศมาใช้ได้สำเร็จก็เปรียบเสมือนได้เจรจา FTA ระหว่างรัฐต่างๆ ของอินเดียให้เปิดเสรีร่วมกันได้หมดทั้งประเทศในทีเดียว ผลการศึกษาของ กระทรวงการคลังอินเดียเองก็ยอมรับว่าหากสามารถทำได้ก็จะสามารถผลักดันให้ GDP ของอินเดียเพิ่มขึ้นอีกได้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 0.9 - 1.7

รัฐธรรมนูญของอินเดียให้อำนาจรัฐบาลกลางในการจัดเก็บภาษีจากฝั่งผู้ผลิต หรือจากหน้าประตูโรงงาน เช่น ภาษีสรรพสามิต (Excise Duty) ภาษีการขายรถยนต์ และภาษีบริการ (Service Tax) ในขณะที่รัฐบาลของแต่ละรัฐสามารถจัดเก็บภาษีจากฝั่งผู้ใช้หรือผู้บริโภค เช่น ภาษีการค้า (Sale tax) ภาษีสรรพสามิตสำหรับสินค้าบางประเภท เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ และน้ำมันเชื้อเพลิง ภาษีมหรสพ และอากรแสตมป์ค่าธรรมเนียมต่างๆ

ดังนั้น รายได้จากภาษีการค้าจึงเป็นเสมือนขุมทองของรัฐที่ทั้งสองฝ่ายต้องการคงไว้ ซึ่งทำให้การเจรจาเพื่อหาข้อสรุปเกี่ยวกับการปรับปรุงโครงสร้างภาษีให้เป็นเอกภาพไม่ใช่เรื่องที่ง่ายนัก นอกจากนี้เมื่อทั้งรัฐบาลกลางและรัฐบาลของรัฐต่างๆ 28 รัฐตกลงกันได้แล้วก็ยังต้องมีกระบวนการแก้ไขกฎหมายใน 2 ระดับคือ ในระดับรัฐแต่ละรัฐก็ต้องแก้กฎหมายยอมรับโครงสร้างอัตราภาษีใหม่ด้วยเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง (ร้อยละ 50) ในชั้นที่ 2 คือแก้รัฐธรรมนูญของประเทศเพื่อรองรับการแบ่งอำนาจในการจัดเก็บภาษีใหม่ซึ่งต้องใช้เสียงไม่ต่ำกว่า 2 ใน 3 ของสภา จึงจะถือว่ามีผลบังคับใช้ ดังนั้น ใครก็ตามที่กล้าริเริ่มเรื่องนี้ก็ต้องนับว่ามีความกล้าหาญมาก

รัฐบาลกลางที่กรุงนิวเดลีจัดเก็บภาษีในหลายรูปแบบ ได้แก่ (1) ภาษีการค้าและบริการ (Central Goods and Services Tax - CGST) ในอัตราระหว่าง 0 - 12.5% ขึ้นอยู่กับชนิดสินค้า (2) ภาษีบริการ (Service Tax) ในอัตราร้อยละ 12.36 (3) ภาษีการขายสินค้าและบริการที่สั่งข้ามรัฐ (Integrated Goods and Services Tax - IGST) ในอัตราร้อยละ 2.0

ส่วนรัฐบาลของแต่ละรัฐก็จัดเก็บภาษีการค้าและบริการภายในรัฐ (State Goods and Services Tax - SGST) ซึ่งมีอัตราระหว่าง 5 - 15% และไม่เท่ากันในแต่ละรัฐ นอกจากนี้ยังมีอำนาจจัดเก็บภาษีสรรพสามิตจากการขายสินค้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ และน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งก็ต่างกันในแต่ละรัฐ แต่เมื่อรวมภาระภาษีทุกประเภทที่ผู้บริโภคจะต้องจ่ายให้ทั้งรัฐบาลของรัฐและรัฐบาลกลางก็อาจประมาณได้ว่าเท่ากับการจ่ายภาษี GST ในอัตราร้อยละ 22-24

รัฐบาลนายโมดีขณะนี้ได้ตั้งคณะกรรมาธิการชุดหนึ่งเพื่อศึกษาและเสนอความเห็นเรื่องการปรับปรุงโครงสร้างภาษีทั้งหมดนี้ให้เป็นเอกภาพ โดยรัฐบาลกลางต้องการจัดเก็บภาษี GST ในอัตราเดียวกันทั้งประเทศ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะนอกจากทุกฝ่ายจะต้องตกลงว่าอัตราภาษีใหม่จะอยู่ที่ระดับใดแล้ว ยังต้องมีการเจรจาต่อรองเรื่องสัดส่วนการจัดสรรรายได้ภาษีที่รัฐบาลกลางเก็บได้และถ่ายโอนกลับคืนไปสู่รัฐต่างๆ รัฐที่มีธุรกิจอุตสาหกรรมมากและมีรายได้ภาษีมหาศาล อย่างรัฐมหาราษฏระที่มีเมืองมุมไบเป็นเมืองหลวงมีรายได้จากการเก็บภาษีการค้า (Sales Tax) อันดับ 1 ของประเทศเท่ากับ 697 แสนล้านรูปี (ร้อยละ 15 ของประเทศ) คงไม่ยอมยกอำนาจการจัดเก็บภาษี GST ไปให้รัฐบาลกลางง่ายๆ หากสัดส่วนการได้รับจัดสรรรายได้จากภาษีกลับคืนมาน้อยเกินไป

ข่าวจากสื่อมวลชนขณะนี้พูดถึงข้อเสนอของคณะกรรมาธิการที่จะให้อัตราภาษี GST ใหม่เท่ากับร้อยละ 27 ซึ่งเป็นอัตราภาษีที่คาดว่าจะทำให้รายได้จากการจัดเก็บไม่ลดน้อยไปกว่าเมื่อใช้โครงสร้างภาษีเดิม (Revenue-neutral GST) แต่หลายฝ่ายก็บอกว่าน่าจะเป็นอัตราเริ่มต้นที่สูงเกินไป และจะยิ่งทำให้มีการหลบเลี่ยงภาษีมากขึ้นจนในที่สุดรัฐจะเก็บได้ต่ำกว่าเป้าหมาย อีกกระแสหนึ่งก็บอกว่ารัฐบาลรัฐต่างๆ อาจจะยังไม่พร้อมสละอำนาจในการจัดเก็บภาษี GST ใหม่ให้กับรัฐบาลกลางและอาจทำให้ในที่สุดต้องยอมประนีประนอมโดยยังคงให้ทั้งรัฐบาลกลางและรัฐบาลรัฐต่างๆ มีอำนาจในการจัดเก็บภาษี GST ไปเหมือนเดิม ซึ่งก็เท่ากับว่าความตั้งใจที่จะปฏิรูปโครงสร้างภาษีของอินเดียไปไม่ถึงดวงดาวอย่างที่ตั้งใจไว้

ผมเอาใจช่วยนายอรุณ เชฏลี ให้สามารถทำให้อินเดียกลายเป็นตลาดเดียว (Single Market) ให้ได้จริงๆ เพื่อขจัดขั้นตอนและลดต้นทุนในการค้าขายสินค้าระหว่างรัฐต่างๆ

ในรายงานของธนาคารโลกเคยศึกษาไว้ ว่า หากสามารถใช้ภาษี GST ในอัตราเดียวทั้งประเทศและยกเลิกการจัดเก็บภาษีการค้าสินค้าและบริการข้ามรัฐ (Integrated Goods and Services Tax - IGST) ก็จะมีผลต่อเนื่องมหาศาลไปถึงระบบการขนส่งสินค้าภายในประเทศ ทุกวันนี้คนขับรถบรรทุกอินเดียต้องเสียเวลาไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 เพื่อหยุดรอเสียจ่ายภาษี IGST ตามด่านเก็บภาษีระหว่างรัฐต่างๆ เมื่อคำนึงถึงสภาพถนนและสภาพรถบรรทุกแล้วจึงเท่ากับว่ารถบรรทุกในอินเดียโดยเฉลี่ยสามารถวิ่งได้ไม่เกิน 250-300 กม. ต่อ 1 วัน เมื่อเทียบกับรถบรรทุกในสหรัฐ ที่สามารถวิ่งได้ถึง 800 กม. ต่อวัน