วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ยุทธศาสตร์ "เส้นทางสายไหม" ยุคใหม่ : ทางรถไฟยาวที่สุดของโลกเริ่มที่จีน

เส้นทางรถไฟสายยาวที่สุดในโลกเกิดขึ้นแล้ว... และมีจุดเริ่มที่ประเทศจีนไปจบที่สเปน.. จากเมืองอุตสาหกรรม

"อี้วู" ทางตะวันออกของจีนไปจบที่ "แมดดริด" ของสเปน

เส้นทางรถไฟเพื่อการขนส่งสินค้าทางบกที่จีนเรียกว่า "เส้นทางสายไหมใหม่" เพิ่งเปิดเมื่อวันที่ 18 พ.ย.ที่ผ่านมา ยาวทั้งหมด 6,200 ไมล์

ยาวกว่าทางรถไฟสาย "ทรานส์ไซบีเรีย" อันเลื่องลือมายาวนานของรัสเซียเสียอีก

ต้องไม่มองว่านี่เป็นเพียงการสร้างทางรถไฟเพื่อขนของเท่านั้น แต่ต้องมองให้ทะลุเป็นยุทธศาสตร์จีนในการเสริมบทบาทตัวเองให้มีอิทธิพล ในการค้าการขายกับยุโรปที่แข่งขันกับสหรัฐตาต่อตาฟันต่อฟันกันทีเดียว

"อี้วู" ในจังหวัดจิ้นหัว มณฑลเจ้อเจียง เป็นศูนย์การขายส่งใหญ่ที่สุดสำหรับสินค้าบริโภคขนาดเล็กของจีน ที่นั่นเป็นส่วนผสมผสานของนักธุรกิจต่างชาติ, พ่อค้ารายย่อย และมีชุมชนชาวอาหรับที่ใหญ่อย่างน่าสังเกต

เมื่อจีนตัดสินใจสร้างทางรถไฟจากจุดนี้ไปเชื่อมต่อสเปน ก็เท่ากับเป็นการเพิ่มช่องทางการเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจและตลาดของยุโรป

จึงไม่ต้องสงสัยว่าทำไม ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ตัดสินใจตั้งงบประมาณเริ่มต้นที่ 40,000 ล้านเหรียญ (1.2 ล้านล้านบาท) เพื่อปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและเครื่องอำนวยความสะดวกเพื่อการขนส่งสินค้าทางรถไฟ

แน่นอนว่าจีนยังใช้การขนส่งทางทะเลเป็นหลักสำหรับการขนถ่ายสินค้าหนัก แต่จีนต้องการเจาะเข้าไปในตลาดสินค้าที่ทุกวันนี้ยุโรปยังมีอิทธิพลสูงสุดอยู่

เส้นทางรถไฟสายใหม่นี้ตัดผ่านมณฑลซินเจียงทางตะวันตก และผ่ากลางคาซัคสถานในเอเชียกลาง ซึ่งเป็นเส้นทางเก่าที่จีนเคยใช้ขนสินค้าทางบกผ่านไปยุโรปในประวัติศาสตร์อันยาวนาน

จีนกำลังวางแผนจะสร้างทางรถไฟขนสินค้าไปยุโรปผ่านตุรกีอีกเส้นหนึ่ง

คำว่า "เส้นทางสายไหม" ยุคใหม่ของจีนมีทั้งทางบกและทางทะเล

ทางทะเลนั้น จีนทุ่มเงินมหาศาลในการสร้างท่าเรือตลอดริมฝั่งมหาสมุทรอินเดีย... จากบังกลาเทศไปถึงศรีลังกา ถึงเคนยาในแอฟริกา ตอกย้ำว่าจีนกำลังสยายปีกทุกๆ ด้านเพื่อแข่งขันกับสหรัฐในการสถาปนาตนเองเป็นมหาอำนาจทั้งด้านเศรษฐกิจ, การเมือง และความมั่นคง

นี่ย่อมไม่ใช่ "สงครามเย็น" ยุคใหม่ หากแต่เป็นการแข่งขันเพื่อสร้างความได้เปรียบทางด้านยุทธศาสตร์ ที่ผสมผสานการเมือง, การทูต, สังคม, วัฒนธรรม และความมั่นคง

สัจธรรมของการเมืองระหว่างประเทศวันนี้ ก็คือเศรษฐกิจอยู่เหนือปัจจัยอื่นๆ ทั้งหลายทั้งปวง
ยุทธศาสตร์ "เส้นทางสายไหมยุคใหม่" ทั้งทางน้ำและทางบกจึงเป็นประเด็นที่ต้องศึกษาวิเคราะห์วิจัยกันอย่างละเอียดรอบด้านจากนี้ไป