ผมเห็นด้วยว่าประเทศไทยต้องตั้งเป้าให้ ทะเยอทะยาน เพื่อเป็นศูนย์กลางด้าน เศรษฐกิจดิจิทัล
หรือ digital economy เพื่อชนะมาเลเซีย
และตั้งเป้าเรื่องเป็นศูนย์กลางให้บริษัทข้ามชาติ มาตั้งสำนักงานใหญ่ของภูมิภาคที่เรียกว่า International Headquarters หรือ IHQs ในประเทศไทยแข่งกับสิงคโปร์
อีกทั้งยังจะต้องตั้งเป้าเป็นเบอร์หนึ่งของอาเซียนด้าน medical tourism หรือการท่องเที่ยวผสมการแพทย์ที่สิงคโปร์พยายามจะช่วงชิงตำแหน่งเบอร์หนึ่งจากเรา
เราไม่มีเหตุผลจะต้องกลัวเพื่อนบ้านอย่างสิงคโปร์และมาเลเซียหากเรา “จัดระบบในบ้าน” ให้เรียบร้อย ส่งเสริมคนมีคุณภาพ เอกชนจับมือกับภาครัฐเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งให้กับประเทศ
ที่สำคัญคือการระดมพลังกับเพื่อนบ้าน CLMV นั่นคือกัมพูชา, ลาว, พม่า, และเวียดนาม เป็นพันธมิตรอันแข็งแกร่งทั้งด้านการค้า การลงทุน การผสมผสานจุดแข็งของกันและกันอย่างต่อเนื่อง จริงใจ และจริงจัง
คุณซิคเว่ เบรคเก้ รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัดหรือ Dtac บอกว่า ได้ยื่น “สมุดปกขาว” บรรจุข้อเสนอแนะต่อการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลให้รัฐบาลแล้ว หลังพบรองนายกฯ ม.ร.ว. ปรีดิยาธร เทวกุล เมื่อเร็ว ๆ นี้
เขาเชื่อว่าการกำหนดกลยุทธ์ รวมทั้งการวางวิสัยทัศน์หรือ vision ของรัฐบาลเป็นสิ่งสำคัญที่สุด และอาจสำคัญมากกว่าการวางโครงสร้างองค์กรใด ๆ ด้วยซ้ำ
คุณซิคเว่ บอกว่า “ผมอยากให้รัฐบาลตั้งเป้าหมายสูงไว้ก่อน ทะเยอทะยานไว้ก่อน และต้องมีวิสัยทัศน์ชัดเจน ประเทศไทยมีความพร้อมและศักยภาพพอในการที่จะก้าวไปสู่ความเป็นผู้นำในภูมิภาคนี้ และมีโอกาสชนะมาเลเซีย ซึ่งประกาศนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลมามากกว่า 5 ปีแล้ว ...”
ผู้บริหารดีแทค บอกว่า ประเทศไทยมีข้อได้เปรียบตรงที่มีจำนวนประชากรมากกว่า และคนไทยกระตือรือร้นในการใช้อินเทอร์เน็ต ติดอันดับการใช้งานเฟซบุ๊คสูงที่สุดในโลก และใช้งานยูทูบเป็นอันดับ 2 รวมทั้งการมีความคิดสร้างสรรค์ ดังนั้นหากรัฐบาลดำเนินนโยบายได้ถูกทางจะสามารถก้าวสู่ความเป็นผู้นำได้
คำว่า “ทะเยอทะยาน” ฝรั่งเรียก ambitious แปลว่าต้องกล้าที่จะฝันและทำความฝันให้เป็นความจริง
คำว่า ambitious ไม่ได้หมายถึงการฝันลม ๆ แล้ง ๆ แต่ต้องกล้าตั้งเป้าหมายให้สูงเอาไว้เพื่อจะได้วางแผนในการทำให้เกิดขึ้นได้จริงในภาคปฏิบัติ เพราะแม้จะไม่สามารถบรรลุเป้าได้ 100% ก็ยังสามารถก้าวกระโดดไปสู่แถวหน้าของภูมิภาคได้
ถามว่าคนไทยมีความสามารถที่จะแข่งกับสิงคโปร์และมาเลเซียได้ไหม? ผมตอบได้ว่าหากวัดความสามารถตัวต่อตัวแล้ว คนของเราไม่แพ้ใครเลยในภูมิภาคนี้
แต่ถ้าถามว่าการทำงานเป็นทีมของเราสู้เขาได้ไหม คำตอบคือสู้ไม่ได้
ถามว่าวิสัยทัศน์ของรัฐบาลไทยที่ผ่านมาสู้เพื่อนบ้านสองประเทศนี้ได้ไหม ตอบว่าสู้ไม่ได้ เพราะนักการเมืองของเราไม่ได้มาตรฐานที่ควรจะเป็น แม้ว่าทีมข้าราชการหลายหน่วยงานของเรามีความรู้ความสามารถไม่แพ้ใครในอาเซียนเลยก็ตาม
รัฐบาลชุดพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา อยู่เพียงชั่วคราว แต่หากแผนงาน digital economy เดินหน้าได้จริง สร้างพื้นฐานอย่างแข็งแกร่งจริง ให้เอกชนและคนเก่งด้านดิจิทัลของไทยได้มีบทบาทอย่างคึกคักจากทุกภาคส่วน เราสามารถก้าวกระโดดแข่งกับสิงคโปร์และมาเลเซียได้อย่างไม่ต้องสงสัย
ผมไม่หวังในวิสัยทัศน์ของนักการเมือง แต่ผมมั่นใจในศักยภาพของเอกชนไทยที่จะผลักดันให้เราชนะเพื่อนบ้าน ไม่ว่าการเมืองจะผกผันไปอย่างไรก็ตาม พลังภาคเอกชนต้องยืนยันกับนักการเมืองและผู้ปกครองประเทศ ว่าเราไม่สามารถจะก้าวไปทิศทางไหนได้ นอกจากไปข้างหน้าอย่างเข้มแข็งเท่านั้น









