เข้าสู่เดือนสุดท้ายของปีมะเมีย ขอตั้งฉายาให้กับปีม้านี้ ในมุมมองของการตลาดและกระแสสังคมว่า ม้าศึกวิ่งหาย"
โดยเป็นม้าที่แข็งแรง ดุดัน วิ่งเร็วตามทิศทางลม แต่ที่สำคัญวิ่งไปแล้วไม่เคยกลับมาเลย ทำให้สังคม “ลืม” ได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน
กล่าวคือในปี 2557 นี้ เราได้เห็น Nobody กลายเป็น Somebody ในชั่วข้ามคืน และกลับไปเป็น Nobody อีกครั้งใน 3 วันต่อมา ทุกวันนี้อาจจะจำได้แต่ น้องเหนียวไก่ แต่คงไม่มีใครนึกถึงเหตุการณ์ วงโยธวาทิตโรงเรียนหนึ่ง หญิงไทยรับอุ้มบุญ หญ้าฮียุ่ม นักเทควันโดทะเลาะกับโค้ชเช
ปัญหาการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก ผู้ต้องหาข่มขืนเด็กบนรถไฟ คนขับรถไม่มีมารยาททะเลาะด่ากัน หรือแม้กระทั่งมนุษย์ลุงบนเครื่องบิน บางคนอาจคิดว่าเรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อน แต่ทั้งหมดนี้เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปี 2557 นี้เอง ซึ่งเริ่มเลือนหายจากความทรงจำของสังคมไปแล้ว ในมุมของการตลาดตลอดทั้งปี 2557 นี้มีหลายสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นกรณีศึกษาได้อย่างน่าสนใจ ขอไล่เรียงตามเหตุการณ์ในแต่ละเดือนดังนี้
ไตรมาสที่ 1 (ม.ค. - มี.ค. 2557)
“ปรับตัวหาโอกาสขาย” เปิดศักราชใหม่ในเดือนมกราคม การเมืองร้อนแรงต่อเนื่องท่ามกลางข่าวจริง ข่าวลับลวงพราง วงใน ลับมาก รีบอ่านก่อนโดนลบ ข่าวจากเพื่อนทหาร จากสถานการณ์ดังกล่าวทำให้หลายสินค้า "งดหรือเลื่อน" การทำแคมเปญต่างๆ ออกไปเพราะกำลังซื้อหดและผู้บริหารจำนวนไม่น้อยก็ลางานไปร่วมในการชุมนุมของทั้งสองฝ่าย แต่คงมีบางผู้ประกอบการหาโอกาสในสินค้าที่ขายดีในช่วงที่มีการชุมนุม สินค้าเกี่ยวกับการเมือง ของที่ระลึก และกล่องดาวเทียม เป็นต้น
อีกหนึ่งเหตุการณ์ที่สำคัญสำหรับ “การบริหารในสภาวะวิกฤติ” ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ธนาคารออมสินที่ถูกโยงให้เกี่ยวกับการเมืองกรณีจำนำข้าว ทำให้ได้รับผลกระทบต้องใช้ความสามารถในการบริหารและงัดการบริหารในสถานการณ์ฉุกเฉินออกมาทุกหลักสูตรเพื่อให้องค์กรพ้นวิกฤติ อีกเรื่องไม่เกี่ยวกับการเมืองแต่เป็น “การเปลี่ยนถ่ายสู่ยุคดิจิทัล” ในเดือนมีนาคมนิตยสารการ์ตูนรายสัปดาห์ “บูม” ประกาศพิมพ์เป็นฉบับสุดท้ายก่อนจะปิดตัวลง หลังจากสร้างความสนุกสนานให้ผู้อ่านมานานกว่า 10 ปี สาเหตุมาจากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยียุคใหม่ ทำให้พฤติกรรมของผู้อ่านเปลี่ยนไป ตลาดหนังสือหดตัว และการนำการ์ตูนที่ไม่มีลิขสิทธิ์มาแปลให้อ่านฟรีตามเว็บไซต์ จึงทำให้ “บูม” มีผู้ซื้อลดลง
ไตรมาสที่ 2 (เม.ย. - มิ.ย. 2557)
“ลูกค้าคือการโฆษณาที่ดีที่สุด” เดือนเมษายน ฉลองสงกรานต์ท่ามกลางการเมืองที่ยังร้อนระอุ แต่ประชาชนเริ่มปรับตัวได้บวกกับแฟนบอลอังกฤษที่กำลังลุ้นโค้งสุดท้ายของฤดูกาล ทำให้ชาวเน็ตในช่วงนั้นเพิ่มเรื่องฟุตบอลอังกฤษขึ้นมาอย่างมาก ที่น่าสนใจคือ ลักษณะของคำพูด รูปแบบ หรือคลิปของการเชียร์และการแช่งถากถางทีมคู่แข่งนั้น มีไอเดียและความคิดสร้างสรรค์ที่สุดบรรเจิด หากนำไปใช้กับสินค้าหรือชาวเน็ตที่คิดไปทำงานในเอเจนซีโฆษณาคงจะดี
อีกหนึ่งตัวอย่างของ “โซเชียลเกี่ยวกับทุกอย่าง” เกิดเมื่อบ่ายวันที่ 22 พฤษภาคม สุภาษิตปิดประตูตีแมวได้เห็นของจริง เมื่อพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ในขณะนั้น เชิญทุกภาคส่วนการเมืองหารือถึงทางออกประเทศไทยและไม่สามารถหาข้อยุติได้ จึงเป็นที่มาของการยึดอำนาจและตั้ง คสช. ขึ้นมา ถึงแม้สังคมจะยังเหมือนไร้ทางออก แต่ก็ยังมีผู้สร้างสรรค์ยังหามุขหรือภาพต่างๆ มาแซวเหตุการณ์ในช่วงนั้นได้คลายความเครียดกัน เช่น การขอเพลงในเฟซบุ๊คของคสช. (ช่วงนั้นวิทยุโทรทัศน์ เปิดเพลงปลุกใจตลอด 24 ชม) และการนำแกนนำกลุ่มต่างๆ เข้าบ้าน AF รายการเรียลลิตี้ 24 ชม เป็นต้น
ต้นเดือนมิถุนายน ปัญหาระดับชาติที่คสช.ต้องเข้ามาแก้ไขอันดับแรกๆ กลับไม่ใช่ความขัดแย้งทางการเมืองแต่เป็นการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกในฟรีทีวี เกิดดราม่ากันอยู่เป็นสัปดาห์จนในที่สุด กสทช. ตัดสินใจซื้อลิขสิทธิ์ต่อจาก RS เพื่อนำมาถ่ายในฟรีทีวี ท่ามกลางเสียงชื่นชมและก่นด่าตามสังคมประชาธิปไตยแบบไทยๆ จึงเกิดคำถามขึ้นมาภายหลังของ “การวางแผนที่ดี” ในส่วนของเจ้าของลิขสิทธิ์และกสทช.
สัปดาห์หน้ามาว่ากันต่อ สำหรับเจ้า “ม้าศึกวิ่งหาย” ในครึ่งหลังของปี 2557 รวมทั้ง "พฤติกรรมผู้บริโภค" ที่เปลี่ยนไปและโดดเด่นมากขึ้นในปีนี้






