ว่ากันว่าแต่ละคนสามารถก้าวหน้าในหน้าที่การงานขึ้นไปได้ จนกว่าจะไปถึงจุดที่ยิ่งทำยิ่งเหนื่อย
ที่เหนื่อยเพราะยิ่งทำยิ่งล้มเหลวในสายตาของคนอื่นแต่เรากลับเห็นว่า ทำงานเหน็ดเหนื่อยขนาดนี้ ยังมาว่าล้มเหลวอีกหรือ มีแต่คนมาบอกว่าไม่เห็นมีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ถ้าคนที่บอกไม่ใช่คู่อริที่เกลียดชังกันมาตั้งแต่ปางก่อน ถ้าพอจะมีประจักษ์พยานว่าไม่ใช่แค่คำกล่าวร้ายที่มาจากคู่อริอย่างลอยๆ โดยไม่มีหลักฐานอะไร ถ้าเป็นเสียงนกเสียงกาที่มาจากคนที่ไม่ได้มีอำนาจวาสนาใดๆ จะมาแข่งบารมีกับเราได้ นั่นหมายถึงว่า ความก้าวหน้าของหน้าที่การงานของเรา มาถึงจุดสูงสุดที่เลยไปกว่านี้ ข้างหน้าเต็มไปด้วยอาการยิ่งทำยิ่งเหนื่อย
สัญญาณเริ่มต้นของการเข้าใกล้ยิ่งทำยิ่งเหนื่อยคือ วันนี้กับพรุ่งนี้ดูเหมือนกันไปหมดในสายตาของเรา แต่คนอื่นกลับเห็นว่าวันนี้แย่กว่าเมื่อวาน สิ่งที่เราเห็น กับสิ่งที่ผู้คนรอบตัวเห็นแตกต่างกัน แต่มักเป็นไปโดยไม่รู้ตัว เพราะอำนาจที่มีอยู่ตามตำแหน่งหน้าที่นั้นไปบดบังให้ผู้คน งดเว้นไม่กล้าให้ความคิดความเห็นใดๆ มีน้อยคนนักที่ทำตัวเป็นหน่วยกล้าตาย อาจหาญมาบอกว่าผู้บริหารกำลังทำให้วันนี้แย่กว่าวันวาน ในขณะที่ผู้บริหารดูมั่นใจว่าพรุ่งนี้ไม่ได้ย่ำแย่ไปกว่าวันนี้ หลักการคุณภาพทั้งหลายทั้งปวงจึงเน้นไว้เสมอว่าให้สื่อสารความคิดความเห็นของคนที่ทำงานร่วมกันแบบสองทาง ท่านบอกเขาได้ เขาบอกท่านได้ ไม่ใช่ท่านบอก เขาต้องฟัง เขาเห็นเป็นอย่างอื่น ท่านไม่ฟัง
หนทางเดียวที่ท่านจะรู้ตัวได้ว่าใกล้ยิ่งทำยิ่งเหนื่อยแล้ว คือต้องหาหนทางที่ท่านจะได้ฟังสิ่งที่คนอื่นคิด เกี่ยวกับงานของท่าน อย่านึกเองว่าพรุ่งนี้ ฉันจะทำให้ดีกว่าวันนี้ ลองรับฟังแล้วคิดหาจุดแตกต่างระหว่างมุมมองของเรากับของคนอื่น ถ้าหาความแตกต่างนี้ได้ และอธิบายได้ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร ก็แปลว่าได้ขยายระยะเวลาไปสู่จุดที่ยิ่งทำยิ่งเหนื่อยให้ไกลออกไปได้แล้ว และเมื่อถึงตอนนั้น ยิ่งทำ ยิ่งมีพลัง จากความสำเร็จที่คนอื่นมองเห็นได้มากขึ้น
ถ้าคิดจะทำอะไรสำหรับวันหน้า แล้วทุกอย่างที่คิดเป็นได้แค่มาตรฐานขั้นต่ำ คิดหาหนทางอะไรที่เป็นก้าวกระโดดไม่ค่อยได้ เหมือนกับได้ศอก เอาคืบ แสดงว่าวิสัยทัศน์ที่เรามีสะสมไว้นั้นใกล้หมดเต็มที ถ้าอยากยืดเวลาไปถึงจุดยิ่งทำยิ่งเหนื่อยออกไป ให้เริ่มเสาะหาความรู้ใหม่ๆ มาเติมเต็มวิสัยทัศน์ของเราได้แล้ว ลองเปิดหูเปิดตาดูต่างบ้านต่างเมืองให้มากขึ้นอีกสักนิด อย่ากักตนเองอยู่ในกะลาแห่งความสำเร็จ ต้องคิดใหม่ว่าวันนี้ไม่ใช่แค่ทำงานเดิมให้สำเร็จ วันนี้ต้องทำให้งานเดิมนั้นมีคุณค่ามากขึ้น เรารู้ตัวได้ไม่ยากว่า วิสัยทัศน์ที่เราสะสมมาจากหน้าที่การงานเดิมนั้นยังหลงเหลือเพียงพอที่จะใช้ต่อไปได้หรือไม่ จากการที่ลองติดตามนวัตกรรมต่างๆ ที่คนต่างบ้านต่างเมืองเขาสร้างขึ้นมาในวงการที่เราทำมาหากินอยู่ ถ้าได้ทราบแล้ว ยังพอนึกออกว่าเป็นมาอย่างไร และวันหน้าผู้สร้างนวัตกรรมเหล่านั้นน่าจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร ท่านยังอยู่ห่างไกลจุดที่ยิ่งทำยิ่งเหนื่อยอีกไกลพอสมควร
สิ่งบ่งบอกอาการใกล้ถึงจุดที่ยิ่งทำยิ่งเหนื่อยที่น่าจะเป็นตัวที่บ่งบอกได้ดีที่สุด แต่ผู้คนจะไม่ค่อยตระหนักถึงสิ่งบ่งบอกนี้ คือ ไม่สามารถบอกตัวเองได้ว่าพันธกิจที่แท้จริงคืออะไร ฉันกำลังมุ่งมั่นที่จะให้มีอะไรเกิดขึ้น และสิ่งที่มุ่งมั่นให้เกิดขึ้นนั้นจะเกิดขึ้นไม่ได้ หากขาดอะไรไป ที่สำคัญคือถ้าตอบไม่ได้ว่าถ้าขาดเราแล้ว สิ่งนั้นจะเกิดขึ้นไม่ได้แน่ๆ แปลว่าเราอยู่ไม่ไกลจากจุดที่ยิ่งทำยิ่งเหนื่อย การงานวันนี้แม้ว่าจะสลับซับซ้อนกว่าวันก่อน แต่หนทางหาความรู้ เพิ่มพูนทักษะมีอยู่รอบตัว ใครบางคนสามารถสะสมความรู้และทักษะ มายืนเคียงข้างตัวเราได้ไม่ยากเย็นเหมือนแต่ก่อน สมัยก่อนหาคนที่เรียนจบปริญญาโทในหน่วยงานที่ไม่มีหน้าที่สอนหนังสือ ไม่มีหน้าที่ทำวิจัย หาได้ไม่มากนัก วันนี้มีคนจบปริญญาโทเต็มไปหมด จบปริญญาเอกก็เยอะแยะ
ดังนั้น คนที่จะมาแทนเรานั้น หาง่ายกว่าวันก่อนมากกว่าที่หลายคนคิดไว้ แต่ถ้าเรามีอะไรบางอย่างที่เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในการก้าวสู่สิ่งที่หน่วยงานของเราอยากจะก้าวไป จะจบโทจบเอกมาก็ทดแทนเราไม่ได้ เหตุที่บางคนยิ่งทำยิ่งเหนื่อย เพราะเราทำงานมานานกว่า แต่เราทำในสิ่งที่แตกต่างจากคนมาใหม่ไม่ได้ คนทำงานมานานกว่า และเป็นงานเดียวกัน ย่อมเหนื่อยมากกว่าคนมาใหม่แน่นอน ถ้าไม่อยากเหน็ดเหนื่อยมากกว่าคนมาใหม่ ให้ทำให้ตัวเรามีอะไรสักอย่างที่ขาดไม่ได้ ในการก้าวเดินไปข้างหน้าของหน่วยงานของเรา แต่ต้องเป็นสิ่งที่เป็นรูปธรรมที่คนอื่นมองเห็นได้ อย่าเป็นแค่ภาพลวงตาที่เราปรุงแต่งขึ้นมาเอง ทำมานานกว่าไม่ได้รับรองว่าขาดเราไม่ได้
ไม่มีอะไรมากำหนดล่วงหน้าว่าแค่ไหนเราจะยิ่งทำยิ่งเหนื่อย มีแต่ตัวเราเท่านั้นที่จะหยุด หรือก้าวต่อไป ถ้าจะก้าวต่อไป ก็ต้องรู้จักเติมเต็มให้เป็นส่วนหนึ่งที่ขาดไม่ได้ในการเดินหน้าสู่ความสำเร็จ ถ้าจะหยุด ก็ให้หยุดอย่างสง่างาม หยุดก่อนที่ใครๆ ต่างบอกว่าจะทนอยู่ต่อไปทำไม






