วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

"มหาเศรษฐีหมื่นล้าน" ภารกิจหนัก"เสี่ย ก."

ใครจะเชื่อว่าชั่วข้ามคืน อะไรก็เกิดขึ้นได้ในแต่ละวัน ยิ่งเห็นข่าว "คดีอุ้มลดหนี้" ยิ่งตะลึงกันไปใหญ่

เพราะตัวละครสำคัญคนนี้ดันกลายเป็น "มหาเศรษฐีหมื่นล้าน" วัย 43 ปี นั่นคือ "นพพร ศุภพิพัฒน์" แถมมีตำแหน่งเป็นถึงประธานกรรมการบริหาร บริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง จำกัด (Wind Energy)

นิตยสาร Forbes Asia ยังได้จัดอันดับ 50 มหาเศรษฐีเมืองไทยประจำปี 2557 ทำให้เกิดมหาเศรษฐีหน้าใหม่ และมีชื่อ "นพพร" ขึ้นทำเนียบมหาเศรษฐี ลำดับที่ 31 มีสินทรัพย์มูลค่า 25,600 ล้านบาท เป็นผู้ผลิตพลังงานลมใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และใหญ่ที่สุดในเซาท์อีสเอเชีย

ความยิ่งใหญ่ของ "นพพร" นอกจากเป็นประธานบริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่แล้ว ยังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ผ่านบริษัท รีนิวเอเบิล เอนเนอยี่ คอร์เปอร์เรชั่น ซึ่งถืออยู่ใน วินด์ เอนเนอร์ยี่ กว่า 63% ส่วนบริษัท รีนิวเอเบิล เอนเนอยี่ เป็นบริษัทที่ "นพพร" ถือหุ้นอยู่ถึง 74.5% ร่วมกับบริษัท เน็กซ์ โกลบอล อินเวสต์เมนท์ ในฮ่องกงถืออยู่ 24.5%

แต่วันนี้เขาได้ถูกตำรวจออกหมายจับไปเสียแล้ว

กลายเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลทหารกรุงเทพฯ ลงวันที่ 1 ธันวาคม 2557 ในข้อหาฉกรรจ์ ทั้งหมิ่นเบื้องสูง,จ้างวานใช้ให้ผู้อื่นกระทำการร่วมกันทำร้ายผู้อื่น ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ และร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใดหรือจำยอมต่อสิ่งใด

เป็นผลสืบเนื่องจาก "นพพร" เป็นลูกหนี้ "บัณฑิต โชติวิทยะกุล" ได้ว่าจ้างแก๊งทวงหนี้ให้ไปเจรจากับ "บัณฑิต" เพื่อลดมูลหนี้ให้จากจำนวนหนี้ 120 ล้านบาท เหลือ 20 ล้านบาท นี่มันอะไรกัน คนที่เป็น "มหาเศรษฐีหมื่นล้าน" เขาทำกันอย่างนี้หรือ?

ลองมาไล่เรียงดูว่าเขาคนนี้เป็นใครมาจากไหน จริงๆ ถ้าไม่เกิดเรื่องฉาวโฉ่อย่างนี้ ชื่อนี้คงไม่ได้เป็นที่หมายตาใครสักเท่าไหร่ ยกเว้นกลุ่มที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขในส่วนของพลังงานทดแทนเท่านั้น

ว่ากันว่า "นพพร" หรือ "นิค" หากใครไม่รู้จักเขาคนนี้อาจต้องสอบถามไปยัง อดีตผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(กฟภ.) คนที่ 4 และอดีตวิศวกรของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ที่ใครๆ ก็รู้ว่าเป็นผู้สนับสนุนการเข้ามาดำเนินธุรกิจพลังงานทดแทนเมื่อปี 2548 รวมไปถึงผู้หลักผู้ใหญ่ในกระทรวงพลังงาน ยุคที่ต้องเข้าไปเจรจาขอลงทุนธุรกิจพลังงานทดแทน

เมื่อครั้งลงทุนพลังงานทดแทนแรกๆ ที่จะเข้าไปตั้งโรงไฟฟ้าพลังงานลม ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ตอนนั้นถูกต่อต้านจากคนในพื้นที่พอสมควร มีการประท้วงกันถึงขั้นที่ว่าหากมีกังหันลม มาติดตั้งในพื้นที่อาจจะทำให้ผู้หญิงไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ แต่สุดท้ายก็มีการเจรจากันลงตัวจนสามารถตั้งโรงไฟฟ้าที่นั่นได้ ก่อนจะคืบคลานไปตั้ง "วินด์ ฟาร์ม" ที่ อ.ด่านขุนทด อ.เทพารักษ์ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา

แน่นอนการเติบโตแบบก้าวกระโดดของ "นพพร" ไม่น่าจะเกิดจากการฉายเดี่ยวในการทำธุรกิจ แต่จะมีใครสักกี่คนที่ร่วมหัวร่วมหางในการทำธุรกิจ เรื่องนี้น่าสนใจยิ่งนัก เรียกว่าต้องมี "คอนเนกชั่น" แน่นหนาพอควร

สำคัญยิ่งการสนับสนุนที่จะให้โตแบบก้าวกระโดดได้ ก็ต้องมีผู้มีอำนาจทางการเมือง "แบ็คอัพ" ส่วนจะเป็นกลุ่มไหนคาดเดาได้ไม่ยาก

การเมืองกลุ่มนี้ถึงกับมีฉายา "เมกละล้าน" ไม่ได้..ไม่ให้..ไม่จ่าย..ไม่ผ่าน ..เรื่องอย่างนี้วงการพลังงานรู้ดี เกิดขึ้นช่วงไหนยุคไหน

ความยิ่งใหญ่จากการลงทุนพลังงานทดแทนไม่ได้หยุดยั้งแค่นั้น ยังมีความพยายามที่จะนำวินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง จำกัด เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อระดมทุน ว่ากันว่าตอนนี้ได้ว่าจ้างให้ "เสี่ย ก." เป็นที่ปรึกษานำหุ้นของบริษัทขายไอพีโอ

แต่ระหว่างนี้แว่วๆ มาว่าอยู่ในช่วงเร่ขายหุ้นให้กับกลุ่มบุคคลต่างๆ ในจำนวนนี้ก็มี "เสี่ย ส." ที่ถูกถามทาบให้ซื้อหุ้นในราคาหุ้นละกว่า 570 บาท

แต่หลังเกิดเรื่องราวของ "นพพร" ขึ้นมา สงสัยท่าจะ..โอละพ่อ ..กับกระบวนการเร่ขายหุ้น อาจจะกลายเป็นภารกิจใหญ่ของ "เสี่ย ก." แล้วกระมัง