โอกาสในทางธุรกิจเกิดขึ้นทุกวัน แม้จะมีคนมองเห็นช่องทางเหล่านั้น
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่ไขว่คว้าโอกาสนั้นไว้ได้จะประสบความสำเร็จเสมอไป เพราะความพร้อมในการรับโอกาสของแต่ละคนนั้นไม่เท่ากัน
ในรอบหลายปีที่ผ่านมาเราคงคุ้นเคยกับข้อมูลข่าวสารต่างๆ มากมายที่ชี้ให้เห็นถึงบทบาทและความสำคัญของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน โดยส่วนมากแล้วจะชี้ให้เห็นถึงโอกาสที่จะได้หากประเทศในกลุ่ม เออีซีสามารถค้าขายกันได้อย่างเสรี
2-3 ปีที่ผ่านมาจึงเป็นเหมือนช่วงเตรียมพร้อมของธุรกิจและอุตสาหกรรมในบ้านเรา และในเวลาเดียวกันก็เป็นช่วงที่ประเทศเพื่อนบ้านของเราก็สะสมความพร้อมที่จะรุกคืบสู่ธุรกิจและอุตสาหกรรมในประเทศไทยด้วยเช่นกัน
ลองหันมามองธุรกิจต่างๆ ในบ้านเราที่จะเห็นบริษัทห้างร้านของประเทศในกลุ่มเออีซีเข้ามาเปิดสาขาใหม่ในประเทศมากมาย ทั้งสถาบันการเงิน ธุรกิจน้ำมัน ฯลฯ รวมถึงการรุกคืบเข้ามาด้วยการซื้อกิจการของคนไทยหลายแห่ง
แต่กลับกันเราจะเห็นบริษัทของไทยที่มีศักยภาพมากพอในการบุกไปลงทุนสู่ธุรกิจและอุตสาหกรรมต่างๆ ในประเทศยังไม่มากนัก ทั้งๆ ที่ในเวลานี้น่าจะเป็นช่วงเวลาที่ดีในการรุกคืบสู่ต่างประเทศของกลุ่มทุนไทย
การเติบโตของธุรกิจไทยในวันนี้จึงอย่ามองเพียงปัจจัยในประเทศ แต่ต้องคำนึงถึงการรับมือกับอนาคตที่มีคู่แข่งอยู่ในหลายประเทศ และโอกาสทางธุรกิจที่เปิดกว้างขึ้นไม่ใช่เพียงแค่พรมแดนทางการค้า แต่ยังหมายถึงธุรกิจใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นมามากมายในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมานี้
โดยเฉพาะธุรกิจที่มีรากฐานมาจากอุตสาหกรรมไฮเทคทั้งหลายที่นอกจากทำให้ผู้บริโภคต้องเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ไปแล้ว ยังรุกคืบเข้าสู่วิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่มากขึ้นเรื่อยๆ ธุรกิจไอทีจึงไม่ได้หมายถึงเฉพาะคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ที่จับต้องได้เท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงบริการต่างๆ รอบตัว ที่ผู้ใช้จับต้องไม่ได้ มองก็ไม่เห็น แต่ต้องจ่ายเงินเพื่อซื้อสินค้าและบริการเหล่านั้นอย่างเช่น คลาวด์, บิ๊ก ดาต้า
ถึงการเมืองในบ้านเราจะยังคงจับต้นชนปลายไม่ได้ และรัฐบาลก็พยายามเร่งใช้เงินเพื่อเบิกจ่ายออกมาให้เร็วที่สุด เงินจากภาครัฐจึงหนีไม่พ้นงบประมาณระยะสั้น เช่นการจัดนิทรรศการ ประชุม สัมมนา ส่วนงบระยะยาวที่แม้จะยังไม่มีโครงการไหนถูกยกเลิกแต่ก็ต้องใช้เวลายาวนานเกือบทั้งหมด ผู้นำและผู้บริหารจึงจำเป็นต้องหาทางออกอื่นที่ไม่ได้ผูกตัวเองอยู่กับข้อจำกัดในประเทศนี้
การมองเห็นปัญหาและโอกาสจึงเป็นเพียงเส้นบางๆ ที่ขึ้นอยู่กับมุมมองของตัวเองเป็นหลัก ว่าจะมองเห็นแต่ปัญหาและข้อผิดพลาดในอดีตที่แก้ไขอะไรไม่ได้ หรือตั้งใจหาโอกาสในอนาคตโดยใช้บทเรียนที่เคยล้มเหลวในอดีตให้ก้าวไปข้างหน้าได้มั่นคงขึ้น
คู่แข่งที่เคยยิ่งใหญ่ที่เรามองเห็นในวันนี้ อาจเป็นเพียงประวัติศาสตร์เสี้ยวเล็กๆ ในอนาคตเพราะการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นตลอดเวลา มิเช่นนั้นเรายังคงต้องถูกยึดให้ติดกับยาฮู! เป็นหลักแทนที่จะเป็นกูเกิล หรือเฟซบุ๊คอย่างเช่นทุกวันนี้
ประวัติศาสตร์จึงพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โดยมีตัวแปรสำคัญเพียงอย่างเดียวคือมุมมองของเราว่าจะเห็นโอกาสที่ผ่านเข้ามาในแต่ละวันได้หรือไม่






