วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ความไม่ลับที่บอกกับฝรั่งเป็นบางส่วน

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ผมเล่าถึงการพบกับฝรั่งที่ต้องการความกระจ่างเกี่ยวกับแนวคิดเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง

ผมสรุปว่า ถ้าสังคมไทยยังลดความฉ้อฉลลงไม่ได้อย่างมีนัยสำคัญ การพัฒนาจะติดหล่ม ผมไม่ได้อ้างถึงข้อมูลที่สนับสนุนข้อสรุปนั้นมากนักนอกจากเรื่อง “ทฤษฎีทางเท้า” ซึ่งใช้สภาพของทางเท้าที่ปรากฏแก่สายตาเป็นดัชนีชี้วัดระดับความฉ้อฉลและการพัฒนา ผมไม่ได้บอกเธอว่า ผมมีตัวบ่งชี้ความสัมพันธ์อันแนบแน่นระหว่างความฉ้อฉลกับความด้อยพัฒนามากว่าสิบปีแล้วอยู่ในบท “ต้นแค/เสาเข็ม” ของหนังสือชื่อ “ไอเอ็มเอฟ ไอเอ็มเอฟ ไอเอ็มเอฟ” (ทั้งเรื่องนี้และเรื่อง “ทฤษฎีทางเท้า” อาจดาวน์โหลดได้ที่เว็บไซต์ของมูลนิธินักอ่านบ้านนา www.bannareader.com) การลดความฉ้อฉลเป็นการปรับฐานด้านคุณธรรมของเศรษฐกิจพอเพียงให้แข็งแกร่งขึ้นซึ่งเธอเห็นด้วย

ส่วนฐานทางด้านความรู้ เราขาดเวลา จึงมิได้คุยกันเรื่องการศึกษาซึ่งผมมองว่าเมืองไทยตกอยู่ในสภาพกลัดกระดุมเม็ดแรกผิด นั่นคือ คิดกันว่าการศึกษาเป็นหน้าที่ของโรงเรียน แม้จะขาดความเชี่ยวชาญทางด้านการให้การศึกษา แต่ผมแน่ใจว่าการศึกษาในโรงเรียนเป็นเพียงเสี้ยวเดียวของการศึกษาเท่านั้น ส่วนที่สำคัญยิ่งกว่าเป็นการศึกษาจากในบ้าน ในชุมชน ในโลกรอบด้านและจากการค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเองอย่างต่อเนื่อง เรื่องนี้เป็นจุดอ่อนของสังคมไทยเนื่องจากโดยทั่วไปคนไทยขาดความใส่ใจในการค้นคว้าหาความรู้อยู่เป็นนิจและไม่นิยมอ่านหนังสือ หากการปฏิรูปการศึกษาคือการปรับเปลี่ยนโครงสร้างดังเมื่อครั้งที่ผ่านมาซึ่งมีผลเพียงการเลื่อนตำแหน่งข้าราชการ ฐานทางด้านความรู้ของเศรษฐกิจพอเพียงไม่มีทางแข็งแกร่งขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ

ด้านองค์ประกอบที่สามซึ่งได้แก่ความมีเหตุผล ผมไม่ได้บอกฝรั่งเรื่องที่ผมถูกปลูกฝังมาตั้งแต่ครั้งยังเป็นนักเรียนฝึกหัดครูว่า การสอนที่ดีต้องชี้นำให้เด็กรู้จักคิดเชิงวิพากษ์จนเป็นนิสัย แต่การให้การศึกษาแก่เด็กไทยยังไปไม่ถึงไหนในด้านนี้ ในการเขียนบทความมากว่าสิบปี มุมมองที่ผมถูกโจมตีมากที่สุดจากคนไทยได้แก่เรื่องเกี่ยวกับศาสนา ซึ่งผมมองว่าคนไทยทำบุญเพื่อสนับสนุนการก่อสร้างเล็กใหญ่ภายในวัดเป็นเงินจำนวนมหาศาล แต่เมื่อมีอาคารโรงเรียนผุพังอยู่ตำตาหาผู้บริจาคซ่อมแซมไม่ได้ การทำบุญส่วนใหญ่ทำไปเพื่อหวังผลตอบแทนจำพวกตายแล้วจะไปสวรรค์ จึงมิใช่เป็นการให้ทาน หากเป็นการแลกเปลี่ยน หรือซื้อบุญ

พระส่วนใหญ่ใส่ใจเฉพาะในด้านวัตถุและพิธีกรรม แต่มิได้ศึกษาพระธรรมให้แตกฉานและไม่โน้มนำชาวบ้านให้ใส่ใจในด้านการศึกษาของเยาวชนและของตนเอง เมื่อผมเขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้ลงสื่อที่ฝรั่งอ่านได้ มักมีจดหมายถึงผมว่า ช่างกล้าท้าทาย ไม่กลัวตายหรือ อาทิเช่น เรื่อง “A Guide to the Perfect Thai Idiot” ซึ่งถอดความเป็นไทยชื่อ “แนะนำคนไทยไร้ปัญญา” ฝรั่งนำมาปันโดยการอ่านบันทึกไว้บนอินเทอร์เน็ตในรูปของ youtube (www.youtube.com/watch?v=hXTM0GJsybE บทความอาจดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ของมูลนิธินักอ่านบ้านนา) อย่างไรก็ตาม ผมไม่ได้ถามความเห็นของเธอเกี่ยวกับเรื่องที่ฝรั่งมองว่าคนไทยไม่ค่อยคิดอย่างมีเหตุผลจนถึงกับฝรั่งบางคนสรุปว่าสังคมไทยมี “ขี้” สี่อย่างคือ ขี้โกง ขี้เกียจ ขี้โอ่และขี้อิจฉา

ด้านองค์ประกอบที่สี่คือการมีภูมิคุ้มกัน ผมไม่ได้บอกฝรั่งว่าผมเสนอไว้หลากหลายอย่างและหลายต่อหลายครั้งรวมทั้ง “สารถึงรัฐบาล คสช. สนช. และ สปช. เรื่องความพอเพียง” ซึ่งปรากฏในเอเอสทีวีผู้จัดการออนไลน์เมื่อบ่ายวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา (อาจดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ของมูลนิธินักอ่านบ้านนา) ผมมองว่าในช่วงนี้ เป็นโอกาสดีที่ผู้มีอำนาจอาจเริ่มทำบางอย่างเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ประเทศชาติ อาทิเช่น การสร้างเมืองใหม่เพื่อถ่ายโอนความแออัดออกจากกรุงเทพฯ ซึ่งมีโอกาสจมบาดาลมากขึ้นทุกวัน เรื่องนี้ ผมมีส่วนเสนอให้รัฐบาลพิจารณามาเกือบ 50 ปีแล้ว แต่ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น เช่นเดียวกับข้อเสนอให้สร้างศูนย์ปฏิบัติภูมิปัญญาชาติไทยซึ่งเสนอไว้ในหนังสือชื่อ “เศรษฐกิจพอเพียง : ภูมิปัญญาชาติไทย” เมื่อปี 2543 ในบทความเรื่อง “อย่าท่องแบบศีลห้าถ้าคิดจะพัฒนาประเทศ” ซึ่งปรากฏในเอเอสทีวีผู้จัดการออนไลน์เมื่อบ่ายวันที่ 29 มิถุนายนที่ผ่านมา ผมเสนอให้ใช้สนามกอล์ฟในค่ายอดิสร สระบุรี เป็นที่ตั้งศูนย์ดังกล่าว ผมพอเข้าใจ หากข้อเสนอได้รับการตอบสนองเพียงคำเย้ยหยันเชิงขำขันจากบางคน

สำหรับด้านความพอประมาณซึ่งเป็นของใหม่ที่ฝรั่งต้องการคำอธิบายมากกว่าด้านอื่น ผมได้พูดถึงมากแล้วในบทความเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ผมคิดว่าฝรั่งพอจะเข้าใจ แต่เขาจะนำไปรายงานอย่างไรต่อผู้บังคับบัญชาผมไม่สามารถหยั่งรู้ได้ ผมหวังว่าเขาจะไม่สับสนแบบฝรั่งและคนไทยหลายคนที่คิดว่าแนวคิดเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงซึ่งแปลว่า Sufficiency Economy เป็นเรื่องเดียวกันกับ Self Sufficiency อันเป็นความเข้าใจผิดอย่างมหันต์ ยิ่งกว่านั้น เป็นไปได้ว่า การตีความหมายของ Sufficiency Economy ให้เป็นเพียงเรื่อง Self Sufficiency อาจเกิดจากความจงใจบ่อนทำลายสถาบัน ฉะนั้น คนไทยที่มีความจงรักภักดีจะต้องรีบชี้แจง

หลังจากส่งต้นฉบับของบทความนี้ไม่กี่ชั่วโมง ผมจะไปให้ข้อมูลแก่อนุกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญชุดหนึ่งซึ่งต้องการคำชี้แจงเรื่องระบบเศรษฐกิจและแนวคิดเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง อนุกรรมาธิการอ้างว่า กำลังพิจารณาหาทางบรรจุแนวคิดเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงเข้าไปในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ผมดีใจระคนกับความกังวลว่า จะทำกันอย่างจริงจังหรือไม่ และจะยกร่างรัฐธรรมนูญอย่างไรเพื่อให้เกิดประสิทธิผล หากเป็นเพียงบรรจุไว้ แต่ไม่นำไปสู่การปฏิบัติ หรือปฏิบัติไม่ได้ก็คงไม่ต่างกับปรากฏการณ์ที่ผ่าน ๆ มา นั่นคือ บรรดาผู้นำใช้วาทกรรมอำพรางอ้างถึงแนวคิดอันประเสริฐยิ่งนี้โดยไม่มีความเข้าใจ หรือมีความจริงใจแม่แต่น้อย