มุข "กระตั้วแทงเสือ" ที่นายกฯประยุทธ์ จันทร์โอชา พูดขึ้นมาหลังถูกนักศึกษากลุ่ม "ดาวดิน" เล็ดลอดเข้าไป
ประท้วงด้วยการ "ชูสามนิ้ว" ถึงหน้าเวที ระหว่างกล่าวเปิดงาน "คืนความสุขให้คนไทย รวมใจสู้ภัยแล้ง" ที่ จ.ขอนแก่น นั้น ทำให้บรรยากาศตึงเครียดคลี่คลายลงไปได้เฉพาะหน้า
O แต่ที่ยังต้องตึงเครียดกันต่อมา ก็คือการทำงานของ "ทีม รปภ.นายกฯ" ซึ่งหละหลวมและประมาทอย่างมาก จนทำให้มีคนบุกไปเกือบถึงตัวนายกฯได้
O หลายคนถึงกับกังวลว่าถ้าไม่ใช่ทำแค่ "ชูสามนิ้ว" จะเกิดอะไรขึ้น
O แวดวงคนมีสีและคนที่เคยผ่านงาน "รปภ.บุคคลสำคัญ" วิจารณ์ความไร้ประสิทธิภาพของ "ทีม รปภ." กันให้แซด เริ่มตั้งแต่ 1.การเลือกใช้ทีมจาก ร.21 รอ. หรือ "หน่วยทหารเสือราชินี" ในแง่ของความ "เชื่อมั่น-เชื่อใจ" นั้นต้องบอกว่าพอไปได้ (เพราะเป็นหน่วยเก่าของนายกฯ) แต่ในเรื่องของ "ฝีไม้ลายมือ" ต้องบอกว่ายังห่างไกล เพราะไม่ได้ผ่านการฝึกเคี่ยวกรำงานด้านนี้มาโดยตรง
O 2.งานด้านการข่าว ทั้งของกองทัพภาคที่ 2 และตำรวจ (หน่วยในพื้นที่) สันติบาล ฝ่ายข่าวกรอง และฝ่ายปกครอง ไม่มีเลยหรือ หรือว่ามีข่าวแจ้งเตือนเข้ามา แต่ว่าประมาท 3.ปฏิภาณไหวพริบของทีม รปภ. น่าจะมีปัญหา เพราะแม้ด้านการข่าวจะหลุดมา แต่เมื่อมีคนแสดงพฤติกรรมหรือปฏิบัตินอกแผน โดยเฉพาะใกล้ๆ กับจุดที่บุคคลสำคัญปรากฏตัวอยู่ ต้องเข้าประกบหรือล็อกตัวทันที ทว่าความจริงของเรื่องนี้ คือ ปล่อยให้เดินไปถึงหน้าเวที (นายกฯอยู่บนเวที) ปล่อยให้ถอดเสื้อ ซ้ำยังปล่อยให้ "ชูสามนิ้ว" ถึงจะเข้าชาร์จ ซึ่งช้าเกินไป
O ย้อนกลับไปภาพใหญ่เป็นข้อ 4 คืองานนี้ไม่รู้ใครคิดให้นายกฯลงพื้นที่อีสาน โดยเฉพาะขอนแก่น ซึ่งเป็นเมืองหลวงหนึ่งของฝ่ายต่อต้านรัฐประหาร เคยมีแผนการที่เรียกว่า "ขอนแก่นโมเดล" แต่ถูกจับได้เสียก่อน เรียกว่าในระดับยุทธศาสตร์ก็ยังมีปัญหา คือกำหนดสถานที่เป้าหมายให้ "เสียท่า" และแทบไม่มี "ผลได้" อะไรกลับมาเลย
O ข่าวแว่วว่าหน่วยงานด้านการข่าวและงาน รปภ.โดนกันระนาวทุกหน่วย ถึงขั้นมีการเปลี่ยนตัวผู้ปฏิบัติบางส่วนกันเลยทีเดียว!
O อีกเรื่องที่อาจเกี่ยวเนื่องกัน คือ วีดิโอคลิปจากเพจนักข่าวสายทหารชื่อดัง เกี่ยวกับการ "ซักซ้อมปรบมือ" เพื่อเตรียมต้อนรับนายกฯประยุทธ์ที่ขอนแก่น ตกเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างขวางกว้างว่า เป็นการสร้างภาพเกินไปหรือไม่ เพราะฝ่ายทหารถึงกับลงทุนจัดระเบียบให้ข้าราชการชุด สีกากีและประชาชนที่ไปรอต้อนรับ นั่งซ้อมปรบมือไม่ต่างอะไรกับการเป็น "หน้าม้า" ปรบมือในรายการเกมโชว์ทางโทรทัศน์
O เรื่องนี้หากมองด้วยสายตาเป็นธรรม คนที่ทำอาจคาดหวังเรื่องความพร้อม ความมีระเบียบเรียบร้อย เพราะนายกฯเป็นทหาร ระเบียบต้องเป๊ะ จึงต้องแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของข้าราชการท้องถิ่นและพี่น้องประชาชนในการปฏิบัติต่อท่านผู้นำ แต่ก็มีเสียงนินทาเล็ดลอดมาเหมือนกันว่า "เว่อร์ไปเปล่า?"
O จริงๆ เหตุการณ์ลักษณะนี้ กระจอกข่าวเห็นกันจนชินตา เพราะสมัยที่ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร กำลังจ่อคิวเป็น ผบ.ทบ.อยู่นั้น ก็ได้เดินทางไปปลูกป่าบริเวณชายแดนไทย-มาเลเซีย เหล่านายทหารผู้จัดกิจกรรมก็เข้าไปดูแลความเรียบร้อยของน้องๆ นักเรียน ข้าราชการ และวงดนตรีพื้นบ้าน เพื่อที่ว่าเวลาจัดแสดงต้องเหมาะสมและสมเกียรติต่อ "ว่าที่ ผบ.ทบ."
O งานนั้นขนาดกลองพื้นบ้านตีผิดจังหวะ ทหารยังประกาศออกไมค์ให้หยุด แต่เผอิญคุณตาคนตีกลองอาจไม่ถนัดภาษาไทยมากนัก จึงยังคงเล่นต่อไป จนทหารต้องเข้าไปปรับทัศนคติ เอ๊ย...ไปบอกว่าผิดคิว โดยล่ามผู้เชี่ยวชาญภาษายาวีคอยแปล...เฮ้อ...









