วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

คนไม่รับรู้และเข้าใจ การปฏิรูปก็เดินได้ยาก

ในวันนี้(18 พ.ย.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะมีการประชุมร่วมระหว่างคณะรัฐมนตรี(ครม.)

สภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) และกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่มีการประชุมครั้งใหญ่ แม้ว่าพล.อ.ประยุทธ์ ระบุว่า"ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษเพียง แต่ทั้งหมดยังไม่เคยคุยกัน ก็จะเชิญมาทำความเข้ากันว่าเราได้วางกรอบโรดแมพเอาไว้นั้น แต่ละส่วนที่ได้ดำเนินการไปตอนต้นมีปัญหาหรืออุปสรรคอะไรหรือไม่"

แม้ว่า "ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ" ก็ถือว่าการประชุมในครั้งนี้น่าจับตามองอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการขับเคลื่อนนับจากนี้ไปของกลุ่มต่างๆเหล่านี้จะเดินหน้าไปอย่างไร เพราะอย่าลืมว่าตามโรดแมพของคสช.ที่กำหนดเอาไว้ตั้งแต่ต้นนั้น กรอบเวลาประมาณ 1 ปี เพื่อปฏิรูปประเทศ ซึ่งบางเรื่องอาจทำได้ในทันที แต่ไม่มีใครเชื่อว่าจะสามารถทำได้ทั้งหมด ดังนั้นด้วยกรอบเวลาเพียงระยะสั้นๆ แต่ทำเรื่องใหญ่ในระดับประเทศ จึงเป็นเรื่องท้าทายอย่างมากว่าคณะที่เกี่ยวข้องข้างต้นนี้จะผลักดันออกมาได้อย่างไร

หากใครได้ติดตามการทำงาน"ปฏิรูปประเทศ"มาตั้งแต่ต้น เราจะเห็นว่าได้ใช้เวลากับขั้นตอนการแต่งตั้งคณะทำงานต่างๆค่อนข้างมาก ซึ่งไม่นับความขัดแย้งในเรื่องเล็กน้อย ทั้งที่ได้รับมอบหมายให้ทำงานใหญ่ ซึ่งจนถึงปัจจุบัน เราต้องยอมรับกันว่ายังไม่มีทิศทางที่ชัดเจนนักของการปฏิรูปประเทศในครั้งนี้ เราเพียงแต่รับทราบแนวทางเป็นนโยบายกว้างๆเท่านั้นว่ารัฐบาลและคสช.จะดำเนินการอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจของประเทศ หรือการปฏิรูปการเมือง ซึ่งเราได้ยินได้ฟังกันแทบทุกวัน

เมื่อมีการพูดถึงในระดับนโยบายกันค่อนข้างมาก โดยยังไม่มีการลงรายละเอียดกันมากนัก ไม่ว่าแต่ละเรื่องต้องใช้เวลานาน หรือ มีการพูดถึงกันบ่อยเกินไปก็ตาม ขณะนี้เราเชื่อว่าคนไทยต้องการรู้ในรายละเอียดที่เป็นรูปธรรมมากกว่านี้ และเราหวังว่าหลังจากการพูดคุยในครั้งนี้ แต่ละคณะจะเริ่มขั้นตอนการปฏิรูปประเทศ เพราะพล.อ.ประยุทธ์ต้องการให้ทุกฝ่ายเดินหน้าทำงานตามหน้าที่ของตนเอง และบอกแล้วว่ายินดีแก้ไขปัญหาและอุปสรรคต่างๆที่เกิดขึ้นจากการทำงาน

ทั้งนี้ ผู้ที่เข้าประชุมร่วมในครั้งนี้ต้องตระหนักว่าการปฏิรูปในครั้งนี้ ถือว่าประชาชนตั้งความหวังกันค่อนข้างมาก โดยดูได้จากท่าทีของกลุ่มการเมืองต่างๆก็พร้อมสนับสนุน ดังนั้นหากกระบวนการต่างๆมีความล่าช้าหรือไม่ชัดเจนเกิดขึ้น ก็ย่อมสร้างความอึดอัดหรือเกิดความไม่พอใจขึ้นมาได้ ซึ่งกระบวนการสร้างความชัดเจนเกี่ยวกับการปฏิรูปจึงเป็นสิ่งจำเป็น ทั้งเรื่องการสร้างการรับรู้และการดึงประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในขั้นตอนต่างๆ

รัฐบาลหรือคสช.อาจต้องยอมรับว่าขณะนี้กระบวนการต่างๆนั้น ประชาชนทั่วไปยังไม่มีความชัดเจนเท่าใดนักว่าจะเดินกันไปอย่างไร สิ่งที่เราเห็นเป็นเพียงการทำงานแก้ปัญหาประจำวันของรัฐบาลเท่านั้น แต่ยังไม่เห็นทิศทางที่ชัดเจนของประเทศ เราหวังว่านับจากนี้ไป คนไทยน่าจะได้รับรู้และรับทราบถึงสิ่งที่รัฐบาลหรือคณะต่างๆเหล่านี้กำลังจะขับเคลื่อนออกมา หากประชาชนไม่เข้าใจหรือรับรู้ว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้นในประเทศ ก็เป็นเรื่องยากที่การปฏิรูปจะสำเร็จลงได้