วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ดิจิทัล อีโคโนมี "ลงมือทำ" สำคัญกว่า "คำพูด"

หม่อมราชวงศ์ปรีดียาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี ไปปาถกฐาพิเศษ 3 ปีของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์

หรือ สพธอ. ประเด็นหลักๆ หนีไม่พ้น "ดิจิทัล อีโคโนมี" ซึ่งเราคงจะได้ยินได้ฟังประเด็นนี้ไปอีกนาน

หม่อมอุ๋ย พูดในงานนี้โดยบอกว่า ที่ผ่านมาคนไทยใช้เทคโนโลยีสูง แต่ยังทำให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจต่ำ ทั้งบอกว่า “ไทยมีโอกาสที่จะใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อีกมาก แม้ว่าตอนนี้เราล้าหลังคนอื่นจริงแต่เราก็มีความพยยามที่จะทำ เช่น กระทรวงพาณิชย์อาจจะทำระบบจดทะเบียนให้เป็นอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ต้องให้วุ่นวายมาก ซึ่งก็จะช่วยทำให้คนอยากทำธุรกิจ เข้าสู่ระบบธุรกิจ เข้าสู่ระบบการเสียภาษีที่ถูกต้องได้ง่ายขึ้น”

สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาของประเทศไทย ที่หม่อมอุ๋ย บอกว่า มีแนวโน้มที่ดีเพราะปัจจุบันก็เริ่มมีการชำระเงินผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์กันมากขึ้น หรือราว 750 ล้านบาทแล้ว เป็นสัดส่วน 1 ใน 3 ของการชำระเงินที่มีข้อมูลผ่านธนาคารแห่งประเทศไทยในปีที่ผ่านมา ขณะที่ระบบอีเปย์เมนท์ก็พร้อม เหลือแค่การสร้างความมั่นใจให้กับคนใช้งานว่าการใช้งานอีเปย์เมนท์ปลอดภัยแน่นอน

รองนายกรัฐมนตรียังได้กล่าวถึงความพร้อมของประชากรในประเทศ ที่ตอบรับกับการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ไม่ว่าจะโทรศัพท์มือถือที่สูงกว่า 94 ล้านเลขหมาย ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตอีกราว 26 ล้านคน ตลอดจนโซเชียลฯต่างๆ เช่น ไลน์ที่มีคนไทยลงทะเบียนใช้งานกว่า 33 ล้านบัญชี และก็เริ่มเห็นว่าการใช้อินเทอร์เน็ตส่วนใหญ่เริ่มทำผ่านมือถือสูงกว่าคอมพิวเตอร์ทั่วไป

"แต่ก็ยังเป็นที่น่าเสียดายว่าสถิติการใช้งานเทคโนโลยีเหล่านี้ ยังเป็นไปในทางการพูดคุยส่งข่าวมากกว่าจะทำให้เกิดประโยชน์ทางธุรกิจ"

ทั้งยังพูดถึงงานด้านหลักๆ ที่จะอยู่จะต้องถูกขับเคลื่อนในร่มของดิจิทัล อีโคโนมี่ ได้แก่ สร้าง“ฮาร์ด อินฟราสตรัคเจอร์” ที่เพียงพอ โดยเฉพาะบรอดแบนด์ อินเทอร์เน็ตที่ใหญ่พอและครอบคลุมให้มากที่สุด “ซอฟต์ อินฟราสตรัคเจอร์” หรือการทำให้เกิดความเชื่อถือในการทำธุรกรรมออนไลน์ เช่น การทำระบบยืนยันตัวทางอิเล็กทรอนิกส์ให้รู้ว่าใครเป็นใครในโลกไซเบอร์ หรือสามารถฟ้องร้องกันได้ รวมทั้งต้องมีทีมที่ดูแลด้านความมั่นคงปลอดภัยให้กับระบบไซเบอร์จากปัจจุบันที่มีอยู่กระจัดกระจาย ไม่มีพลัง แผนเบื้องต้นคือ การรวมศูนย์ด้านไซเบอร์ ซีเคียวริตี้

การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านบริการ ที่จะต้องทำให้เกิดเป็นแพลตฟอร์มสำหรับการสร้างธุรกิจของประเทศ และพัฒนาให้เกิดสังคมดิจิทัลที่ควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจ เพื่อให้คนมีโอกาสเท่าเทียมกันในการใช้ประโยชน์จากระบบดิจิทัล

ทั้งหมดทั้งมวลนี้ หากดำเนินการได้อย่างจริงจัง ก็คงจะมีประโยชน์ไม่น้อยต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ แต่หากทั้งหมดทั้งมวลนี้ "ล้มเหลว" หรือ "บิดเบือน" ไปจากเจตนารมย์ที่ตั้งไว้ประเทศก็คงเสียโอกาส และถอยหลังเข้าคลอง จมน้ำดำดิ่งไปเรื่อยๆ

เวลานี้จึงควรเป็นช่วงที่ทุกภาคส่วนที่ได้รับมอบหมาย ควรเร่งลงมือ "ปฏิบัติ" อย่างจริงจัง ทำให้เห็นเป็นรูปธรรมชัดเจนโดยเร็ว แม้จะตั้งกรอบเอาไว้ว่าปีหน้า แต่ถ้าระหว่างนี้อะไรที่มันสามารถ "รื้อ" หรือ "ปรับ" ไปได้พลางๆ ก่อน ก็น่าจะลองทำดู ...อย่าพูดเยอะ ลงมือทำให้จริงจังกันเลยดีกว่า....