อีกไม่กี่วัน ประธานาธิบดี บารัก โอบามา มาจีนเพื่อร่วมประชุมสุดยอด Apec และไปพม่า เพื่อร่วมซัมมิทเอเชียตะวันออก
หลังพบปะของผู้นำสุดยอดอาเซียนในฐานะ “เป็ดพิการ” เพราะผลการเลือกตั้งกลางเทอมที่เพิ่งเสร็จไปเมื่อวานนี้ เปิดทางให้พรรครีพับบลิกันครองเสียงข้างมากทั้งสองสภา
ผมไม่เรียกว่าเป็น “เป็ดง่อย” หรือ lame duck เพราะในฐานะประธานาธิบดี โอบามา ยังสามารถใช้อำนาจวีโต้ร่างกฎหมายที่ทั้งสองสภาผ่าน หากฝ่ายค้านยังไม่มีเสียงถึง 2 ใน 3
แต่อำนาจต่อรองของโอบามาก็อ่อนลงไปเยอะ เพราะเป็นครั้งแรกใน 8 ปีที่พรรคเดโมแครตของเขาไร้เสียงข้างมากทั้งสองสภาพร้อม ๆ กัน
เคราะห์ซ้ำกรรมซัด ผลการเลือกตั้งกลางเทอมคราวนี้ ยังทำให้ผู้สมัครพรรครีพับลิกันชิงตำแหน่งผู้ว่าการรัฐจากเดโมแครต ไปอีกหลายรัฐ
ในจังหวะที่คะแนนนิยมประชาชนต่อโอบามาร่วงลงมาต่ำกว่า 40% ซึ่งต้องถือว่าเป็น “วิกฤตศรัทธา” ครั้งใหญ่สำหรับผู้นำประเทศที่ก้าวขึ้นมาด้วยการสัญญาว่าจะ Change อเมริกาครั้งประวัติศาสตร์
ผลงานของโอบามาไม่ประทับใจคนอเมริกัน และการ “ยกเครื่อง” ประเทศก็ไม่ได้ผลดั่งที่รับปากเอาไว้
นักวิเคราะห์การเมืองที่สหรัฐบอกว่า คนอเมริกันออกมาใช้สิทธิครั้งนี้มิได้ต้องการสนับสนุนพรรครีพับบลิกัน หากแต่ต้องการจะแสดงความไม่พอใจต่อโอบามามากกว่า
แต่ไม่ว่าความจริงจะเป็นอย่างไร บทบาทของโอบามาก็แผ่วลงไปอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะหมดเทอมในอีกสองปีข้างหน้า
ปัญหาที่ตามมาก็คือ โอบามา จะกลายเป็น “ภาระ” สำหรับฮิลลารี คลินตัน ที่เตรียมจะประกาศชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยหน้า เพราะเมื่อคนมะกันเสื่อมศรัทธาต่อพรรคเดโมแครตอย่างรุนแรงเช่นนี้แล้ว ฮิลลารีก็จะต้องทำงานหนักขึ้นอีกหลายเท่าที่จะพลิกสถานการณ์ให้เอื้อต่อการหาเสียงของเธอในวันข้างหน้า
โอบามากลายเป็น “หอกข้างแคร่” ของฮิลลารี เพราะครั้งที่เธอแข่งขันกับโอบามาที่จะเป็นตัวแทนพรรคในการชิงตำแหน่งทำเนียบขาวเมื่อหกปีก่อนนั้น โอบามาก็มาทลายฝันของเธอด้วยการหาเสียงที่ขี่บนคลื่นคนรุ่นใหม่ จนประสบการณ์โชกโชนและพลังมหาศาลของตระกูลคลินตันก็ต้านไม่ไหว
มาวันนี้ แทนที่โอบามาจะเป็นแรงหนุนให้เธอขึ้นชิงตำแหน่งประธานาธิบดีด้วยผลงานสองสมัย แต่สถานการณ์กลับกลายเป็นว่าเขาอาจจะเป็นอุปสรรคคนสำคัญต่อก้าวเดินถึงดวงดาวสูงสุดของฮิลลารี อีกครั้งหนึ่งก็ได้
เมื่อรีพับบลิกันครองเสียงข้างมากทั้งสองสภา ประธานาธิบดีจากพรรคเดโมแครตก็ย่อมจะตกอยู่ในฐานะลำบาก เพราะจะผ่านกฎหมายสำคัญ ๆ ตามนโยบายของตนเองได้ยากนอกจากจะต้องต่อรองยื่นหมูยื่นแมวกับพรรคฝ่ายค้าน ซึ่งก็จะทำให้ความน่าเชื่อถือของผู้นำด้านบริหารถูกบั่นทอนไปอย่างมาก
แม้ว่าผู้นำพรรครีพับบลิกันประกาศว่าพร้อมจะ “ร่วมมือ” กับโอบามาในการผลักดันกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าระหว่างสภากับทำเนียบขาว แต่นั่นก็เป็นเพียงลีลาแรกเริ่มที่ต้องการจะสร้างภาพลักษณ์ให้สวยงามสำหรับนักการเมืองในสภาเท่านั้น
ในความเป็นจริง การเมืองก็คือ การแก่งแย่งผลประโยชน์ และเมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีอำนาจต่อรองมากกว่า ก็จะผลักดันกฎหมายที่จะทำให้ตนอยู่ในฐานะได้เปรียบอย่างแน่นอน
การเผชิญหน้าเรื่องงบประมาณก็จะเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ขณะที่นโยบายใหญ่ ๆ ที่สองพรรคนี้เห็นแย้งกันก็จะกลายเป็นเรื่องร้อนที่ต้องปะทะกัน ไม่ว่าจะเป็นนโยบายพลังงาน, ภาษี, และสิทธิของคนต่างด้าว
ต้องถือว่าโอบามาวันนี้ “หมดสภาพ” หากเป็นมวยก็คือถูกชกลงไปนับ 8 ในยกที่ 10 ยังไง ๆ ครบยกก็แพ้คะแนนอย่างไม่ต้องสงสัย
คอยดูว่า ฮิลลารี เตรียมจะแปลงร่างเป็นอัศวินขี่ม้าขาว มากู้พรรคในอีกสองปีข้างหน้าได้หรือไม่เท่านั้นเอง









