ไม่น่าเชื่อว่าขบวนการเอ็นจีโออีสาน สายงานร้อน จะออกแอ๊คชั่นจนทำให้ทหาร "กองทัพภาคที่ 2" นั่งอยู่ในค่ายไม่ติด
เมื่อ"เครือข่ายภาคประชาชนอีสาน 12 องค์กร"ได้ร่อนแถลงการณ์"ไม่ปฏิรูปใต้ท็อปบู๊ท คสช."ซึ่งถือว่าเป็นการแสดงจุดยืนพิทักษ์ประชาธิปไตย และท้าทายกฎอัยการศึก
"ภาพที่เราเห็นคือ พฤติกรรมของผู้นำรัฐบาลและหัวหน้า คสช.ได้ใช้อำนาจแบบสั่งการ หรือใช้อำนาจเผด็จการทหาร มากกว่าการเปิดโอกาสให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็น ตั้งคำถาม คาถาที่ท่านผู้นำสั่งการให้ประชาชนท่องคือ "มีปัญหาไปเสนอที่ สปช. และศูนย์ดำรงธรรม"..
"ขณะเดียวกันกลไกข้าราชการและทหารในระดับพื้นที่ก็ไล่จับชาวบ้าน ผลักดันให้ออกจากผืนดินทำกิน และเดินหน้าลดขั้นตอน และกระบวนการขออนุญาตโรงงานอุตสาหกรรมเพื่อเอื้อต่อการลงทุน
"เตรียมเสนอร่าง พ.ร.บ.แร่ ร่าง พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ เดินหน้าเปิดสัมปทานปิโตรเลียม ขายทรัพยากรชาติ ผลักดันโรงไฟฟ้าถ่านหินที่กระบี่ โดยเฉพาะประเด็นผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมจากโครงการต่างๆ ไม่ได้อยู่ในสายตาของท่านผู้นำ"
พวกเขาจึงตั้งคำถามต่อภาคประชาชนที่มีองค์กรพัฒนาเอกชน นักศึกษา นักวิชาการ องค์กรอิสระหรือปัญญาชน ที่กำลังเตรียมตัวเข้าสู่กระบวนการปฏิรูปประเทศตามโรดแมพ คสช.
1.การรัฐประหารครั้งนี้ เป็นโอกาสของประชาชนจริงหรือไม่?
2.ประชาชนจะปฏิรูปประเทศ ในขณะที่ยังไม่มีสิทธิและเสรีภาพหรืออย่างไร?
3.ประชาชนเป็นเพียงหางเครื่องของคณะรัฐประหาร หรือชนชั้นนำหรือไม่?
ที่ผ่านมา เครือข่ายภาคประชาชน 12 องค์กร ได้ร่วมกันต่อสู้เพื่อปกป้องสิทธิชุมชน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม
โดยมีรูปธรรมคือ ร่วมต่อสู้กับกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด อ.วังสะพุง จ.เลย,กลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมห้วยเสือเต้นและโคกหินขาว อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น,กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานี,เครือข่ายลุ่มน้ำชีตอนล่าง จ.ร้อยเอ็ด และเครือข่ายอนุรักษ์พิทักษ์กาฬสินธุ์ไม่เอาบ่อก๊าซ จ.กาฬสินธุ์
แกนนำเครือข่ายภาคประชาชน 12 องค์กร 12 คน ไม่ใช่นักสู้ประเภท "มือถือไมค์ ไฟส่องหน้า" ยืนอยู่บนเวทีข้างถนน จึงไม่เป็นที่รู้จักของสื่อมวลชนส่วนกลาง
จะมีก็เพียงสื่อทางเลือกแบบเว็บประชาไท หรือสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ที่คุ้นเคยกับพวกเขา
ยกตัวอย่างนักจัดรายการวิทยุบางคน ยังติดภาพ "บำรุง คะโยธา" เพียงแค่เห็นบำรุงมาแถลงข่าวกับสภาประชาชนเพื่อการปฏิรูป หรือกลุ่มเอ็นจีโอ สายงานเย็น ก็วิเคราะห์กันไปไกลถึง "ม็อบคนจน"
สื่อมวลชนส่วนกลางไม่รู้หรอกว่า บำรุง คะโยธา เปรียบได้กับ สมรักษ์ คำสิงห์ คือมีแต่ชื่อเสียงเก่าๆ แต่ยืนระยะไม่ได้ เพราะไม่มีฐานมวลชน
ตรงข้ามกับแกนนำเครือข่ายภาคประชาชน 12 องค์กร พวกเขาเป็นคนรุ่นไฟแรง เป็นนักต่อต้านทุนนิยม
คนเหล่านี้ทำงานเพื่อสิทธิชุมชนของชาวบ้านมายาวนาน ไม่ว่าจะเป็นสมัยรัฐบาลทักษิณ รัฐบาลอภิสิทธิ์ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ และรัฐบาลทหาร
สมัยรัฐบาลทักษิณหรือยิ่งลักษณ์ ยามที่พวกเขาพาชาวบ้านต่อสู้ ก็จะถูกกองเชียร์ทักษิณตราหน้าว่าเป็น "นายหน้าค้าความจน" เช่นเดียวกัน สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ ก็เจอข้อหา "คนเสื้อแดง" จากกองเชียร์เสื้อสีฟ้า
พวกเขาต่อต้านอิทธิพลของทุนชาติ ทุนข้ามชาติที่ทำลายวิถีชีวิตชาวบ้าน แต่พวกเขาก็ไม่ใช่ "นักต่อต้านทุนสามานย์" ที่พร้อมจะแปลงร่างเป็นอะไรก็ได้ ที่นำมาซึ่งอำนาจและบารมี
พวกเขานอนกลางดินกินกลางป่า อยู่กับชาวบ้าน อยู่กับชุมชน เป็นปากเป็นเสียงให้คนชายขอบ หรือคนชั้นล่าง
ที่สำคัญ คนเหล่านี้ไม่ใช่ "คนรักทักษิณ" หรือ "คนเสื้อแดง"
พลันที่พวกเขาออกแถลงการณ์ "ไม่เอา คสช." ฝ่ายทหารในพื้นที่ก็เข้ากดดัน บุกถึงก้นครัว และเชิญตัวแกนนำบางคนเข้าไปพูดคุยตามกระบวนการจัดการของ กอ.รมน.
ในการวิเคราะห์การข่าวของประชาคมข่าวกรอง คนเหล่านี้คือคลื่นใต้น้ำ!









