สองสามวันก่อนเห็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ของเรา มีอาการหงุดหงิด
อย่างเห็นได้ชัด จากเหตุที่มีกลุ่มการเมือง2ฝ่าย"ฮึ่มๆ"จะออกมาเคลื่อนไหว กดดันสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กรณีพิจารณาถอดถอน อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร,นิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา,สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา
พล.อ.ประยุทธ์ บอกว่า คนพวกนี้เวลาเชิญมาพูดคุยก็คุยกันรู้เรื่องดี
แต่คงจะหนักใจว่าทำไมพอออกไปข้างนอกแล้วมันคนละเรื่องกัน ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องขอร้องให้ช่วยกันลดแรงกดดัน ไม่เช่นนั้นไปไหนมาไหนไม่ได้
อาการที่ 2 ฝ่ายขู่จะขนม็อบออกมากดดันสนช. เกี่ยวกับการถอดถอน ก็เกิดมาระยะหนึ่งแล้ว เรียกว่าต่างฝ่ายต่างไม่ยอมกัน อีกฝ่ายต้องการให้"ถอดถอน"อีกฝ่าย"ไม่ต้องการ"นี่แหละอาการความขัดแย้ง ที่กำลัง ก่อหวอดขึ้นท่ามกลางกฎอัยการศึก งานหนักคงจะไปตกอยู่ที่สนช. ว่าจะทำกันอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องถอดถอนนั่นเอง
ประเด็นนี้อาจทำให้นายกรัฐมนตรีต้องปวดหัวเล่น เมื่อถูกสื่อมวลชนซักถาม เท่าที่เห็นลีลาท่าทางที่นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ระยะหลัง ดูเหมือนจะอดทนอดกลั้นอย่างเห็นได้ชัด ล่าสุดถึงขั้นกับบอกว่า
“ผมพยายามพูดกับสื่ออย่างใจเย็นที่สุด ผมรู้ว่าผมเป็นคนที่ค่อนข้างโมโหเร็ว วันนี้เย็นลงไปเยอะแล้ว เพราะมองประเทศชาติเป็นหลัก เห็นใจผมหน่อย เห็นใจคนไทย เห็นใจประเทศด้วย อย่าซ้ำเติมกันอีกเลย ประเทศถอยหลังมามากแล้ว ผมขอร้อง ทุกประเทศมีมาตรการแล้ว มีแต่ไทยที่ยังคุมไม่ได้ เพราะทุกคนต่างคิดว่า เสรีภาพสื่อ เสรีภาพประชาชน หากเสรีภาพไปละเมิดสิทธิและความขัดแย้งของผู้อื่นไม่สมควร อย่าให้ต้องใช้กฎหมายทุกอัน อย่าให้ต้องใช้อำนาจ อย่าต้องใช้กำลังกันเลย ขอบคุณแรงใจที่สนับสนุน ใครที่สนับสนุนน้อย หรือไม่สนับสนุนเลย ขอให้เข้าใจเราบ้าง ฟังเราพูดบ้าง ถ้าเอาความเกลียดชัง เอาผลประโยชน์ ก็จะมีปัญหาตลอด คนไทยมีปัญหาเรื่องเดียว หวังดีทุกคน เก่งทุกคน แต่คุยกันไม่ค่อยได้”
ทั้งหมดนี้เป็นเสียงสะท้อนมาจาก พล.อ.ประยุทธ์ ที่อาจเริ่มสัมผัสได้ว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้นในบ้านเมืองนี้
เชื่อเหลือเกินว่าสถานการณ์คงจะไม่จบสิ้นแค่วันสองวันนี้ แรงปะทะแรงเสียดสีน่าจะคงยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง นับจากวันนี้ (6 พ.ย.) การประชุมสนช.จะต้องจับตาดูเรื่องที่ป.ป.ช. เสนอสำนวนถอดถอน"สมศักดิ์"และ"นิคม"ประเด็นนี้สนช.เองก็ต้องพิจารณาว่ามีอำนาจถอดถอนหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ ทั้งสองคนความผิดยึดตามรัฐธรรมนูญปี 2550 แต่สถานภาพตอนนี้ รัฐธรรมนูญได้ถูกยกเลิกไปแล้ว
การพิจารณาจะถอดถอนหรือไม่ ไม่น่าจะเป็นเรื่องยากนักโอกาสที่สนช.จะรับหรือไม่รับก็ได้เรื่องนี้สนช.ก็ต้องตัดสินอีกที แต่คิดว่าสนช.แต่ละคนคงจะมีคำตัดสินอยู่ในใจแล้ว
อีกประเด็นที่จะทำให้นายกรัฐมนตรีปวดหัว นั่นคือการส่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง โครงการรับจำนำข้าวของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรระหว่างอัยการกับป.ป.ช.ที่ทุกวันนี้ ใครๆ ก็รู้ว่าสององค์กรนี้ กำลังกลายเป็น"ไม้เบื่อ ไม้เมา"กันอยู่ ฉะนั้นวันศุกร์นี้ ทั้งอัยการและป.ป.ช.คงต้องมาพิจารณาร่วมกันว่าจะทำอย่างไรกับคดีของยิ่งลักษณ์
แต่ที่แน่ๆ แว่วๆ มาแล้วว่าอัยการไม่น่าจะส่งฟ้องคดีนี้อาจจะด้วยเหตุผลอะไร คงต้องรอฟังการชี้แจงจากอัยการอีกครั้ง ฉะนั้นเรื่องนี้น่าที่จะเป็นบทบาทของป.ป.ช.ที่จะต้องยื่นฟ้องเอง ซึ่งในคดีโครงการรับจำนำข้าว จริงๆ แล้ว เรื่องนี้หากจะให้คาดเดาแต่แรกหวยก็ออกมาทำนองนี้อยู่แล้ว
การถอดถอน"สมศักดิ์"และ"นิคม"อาจจะไม่ใช่การจุดกระแสความร้อนแรงเท่ากับการถอดถอน"ยิ่งลักษณ์"ประเด็นนี้ก็อาจจะต้องประลองกำลังในสนช.พอสมควร ฉะนั้นจะรับหรือไม่ 12 พ.ย.นี้น่าจะรู้คำตอบ และอาจจะเป็นเรื่องที่ทำให้นายกรัฐมนตรีปวดหัวได้เช่นกัน ปัญหาการเมือง-ความขัดแย้งที่สะสมกันมา ก็อาจจะกลายเป็นปมขัดแย้งขึ้นอีกระลอกก็เป็นได้









