หนังสือราชการด่วนมาก ลงวันที่ 3 พฤศจิกายน 2557 ที่ลงนามโดยนายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย
ปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวงมหาดไทย ส่งถึงผู้ว่าราชการทุกจังหวัด และปลัดกรุงเทพมหานคร เรื่องให้อำนวยความสะดวกแก่ประชาชน เกี่ยวกับการใช้สำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประชาชน โดยเห็นสมควรให้ปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 11 ก.พ.2546 ให้ทุกหน่วยงานของรัฐใช้หลักฐานสำเนาทะเบียนบ้าน จากฐานข้อมูลทะเบียนได้เลย โดยไม่ต้องลงชื่อรับรองเอกสาร เพื่อไม่ให้ประชาชนเสียเวลาคัดสำเนาหรือเสียค่าใช้จ่ายถ่ายเอกสาร แต่ที่ผ่านมาหน่วยงานต่างๆ ยังคงเรียกหลักฐานสำเนาทั้งคู่จากประชาชน ซึ่งการกระทำดังกล่าว ถือว่าไม่เป็นไปตามมติครม. จึงขอให้ทุกจังหวัดและกรุงเทพมหานคร แจ้งนายอำเภอ ผู้อำนวยการเขต ปลัดเมืองพัทยา และปลัดเทศบาล ถือปฏิบัติด้วย
หนังสือราชการดังกล่าวให้อำเภอและท้องถิ่น พิจารณากำหนดแนวทางปฏิบัติเพิ่มเติม โดยถ้าเอกสารใดสามารถตรวจสอบได้จากเอกสารต้นฉบับที่จัดเก็บอยู่ที่หน่วยงานนั้น หรือตรวจได้จากระบบคอมพิวเตอร์ของสำนักทะเบียนก็ให้ยกเว้นการเรียกเอกสารดังกล่าว และให้เจ้าหน้าที่รับผิดชอบตรวจสอบข้อมูลที่จัดเก็บ หรือมีอยู่ในหน่วยงานแทน เช่น งานบริการที่กำหนดให้เรียกสำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน เพื่อตรวจสอบรายการบุคคลและที่อยู่ อาทิ การขอเลขที่บ้าน การขอทำบัตรประจำตัวประชาชน การขอจดทะเบียนรับรองบุตร การขอจดทะเบียนบันทึกฐานะครอบครัว เป็นต้น โดยถ้างานดังกล่าวไม่มีขั้นตอนที่ต้องบันทึกหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในทะเบียนบ้าน ก็ให้ยกเว้นการเรียกสำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้านจากผู้ยื่นคำขอ โดยใช้การตรวจสอบรายการบุคคลจากฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรแทนได้
คำสั่งฉบับนี้ แม้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพียงเป็นการย้ำเตือนให้ปฏิบัติตามมติ ครม.เดิมตั้งแต่สิบกว่าปีก่อน ซึ่งหากทำได้จริง และทำอย่างต่อเนื่องตลอดไป ไม่ละเลยก็จะเพิ่มคุณภาพ ประสิทธิภาพงานบริการประชาชนได้ดียิ่งขึ้น ไม่สิ้นเปลืองเงิน เวลา และอารมณ์ด้วยกันทั้งฝ่ายผู้ให้และผู้รับบริการ เพราะระบบคอมพิวเตอร์ ระบบฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรนั้น ประเทศไทยพัฒนามายาวนาน มีข้อมูลเชื่อมโยงถึงกันทั่วประเทศตามเป้าหมายที่จะให้บริการประชาชนแบบวัน สต็อป เซอร์วิส ไปจุดเดียวรับบริการได้ทุกอย่าง และตามแผนงานเดิมนั้นต้องการให้ข้อมูลประชาชนนี้เชื่อมโยงไปยังบริการอื่นๆ ของหน่วยงานภาครัฐด้วยกันชนิดข้ามกระทรวง เช่น ไปรับบริการทางการแพทย์-สาธารณสุข บริการด้านภาษีประเภทต่างๆ ทั้งๆ ที่ข้อมูลมีเชื่อมโยงถึงกันได้อยู่แล้ว แต่ทุกวันนี้ประชาชนไปรับบริการที่โรงพยาบาลซึ่งสามารถดึงข้อมูลจากบัตรประชาชนไปออกบัตรประจำตัวผู้ป่วยได้ หากยังต้องให้ผู้รับบริการไปตรวจสอบสิทธิทุกครั้ง ทั้งๆ ที่วางระบบคอมพิวเตอร์แล้วก็ควรดึงข้อมูลมาใช้ให้เกิดประโยชน์ มากกว่ามาทำกระบวนการทางเอกสาร สิ้นเปลืองเวลา และเงินทองโดยใช่เหตุ
ประเทศไทยกำลังจะขับเคลื่อนสู่เศรษฐกิจดิจิทัลภายในเดือนมกราคม 2558 แล้ว กระบวนการทางเอกสารที่ไม่จำเป็นเหล่านี้ควรลด ละ เลิก ให้คงไว้เฉพาะเนื้องานหลัก จะเพิ่มประสิทธิภาพ ประสิทธิผล สมยุคคืนความสุข ปฏิรูปอย่างแท้จริง ซึ่งประเด็นหลักที่ภาคเอกชนแสดงความกังวลก็คือหน่วยงานรัฐจะต้องเป็นต้นแบบ กระทรวงที่มีอยู่กว่า 30 กระทรวงจะต้องนำดิจิทัลมาใช้อย่างจริงจัง ไม่ใช่ยึดโยงแต่เอกสารราชการเป็นหลัก และการเปลี่ยนแปลงต้องไม่เปลี่ยนเพียงชั่วครั้งชั่วคราว ต้องเปลี่ยนสู่ดิจิทัลถาวรไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลใด สอดคล้องกับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลง และการลงทุนด้านเทคโนโลยีที่ทั้งรัฐและเอกชนต่างทุ่มทุนกันไปมากมาย ต้องนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง และยั่งยืน






