ความรุ่งเรืองของธุรกิจในยุคดิจิทัล เป็นเรื่องที่ปรับเปลี่ยนได้อย่างรวดเร็วชั่วข้ามคืน จึงเป็นการท้าทาย
อย่างใหญ่หลวง สำหรับทุกวงการที่ประมาทไม่ได้แม้แต่นาทีเดียว
อยู่ดี ๆ มือถือ smartphone ยี่ห้อซัมซุงที่ซูซ่าอย่างมาก ท้าชิงตลาดไอโฟนของแอปเปิลอย่างเกรียวกราวก็ถูก “เสี่ยวหมี่” ของจีนไล่แซงขึ้นมาชนิดหายใจรดต้นคออย่างน่าตื่นตาตื่นใจ
เสี่ยวหมี่ หรือ Xiaomi (ย่อจาก小米科技 หรือ Beijing Xiaomi Technology Co Ltd) (แปลตรงตัวคือ “ลูกเดือย” หรือ “ข้าวฟ่าง”) ซึ่งเป็นบริษัทผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ของจีน มีสำนักงานใหญ่ที่ปักกิ่ง เพิ่งจะเปิดตัวโทรศัพท์มือถือของตัวเองเมื่อ 3 ปีก่อนเท่านั้น แต่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมายอดขายกระโดดขึ้นเป็นอันดับ 3 สำหรับไตรมาส 3 ของปีทันที เป็นรองก็แต่ซัมซุงและแอปเปิล
แต่เสี่ยวหมี่ก็รั้งตำแหน่งที่ 3 ได้ไม่กี่ชั่วโมง เพราะวันเดียวกันนั้น Lenovo ของจีนก็ประกาศซื้อ Motorola Mobility จาก Google ซึ่งมีผลทำให้ Lenovo อ้างตำแหน่งที่ 3 ของยอดขายมือถือ
ตำแหน่งที่ 3 กลายเป็นการแย่งชิงระหว่าง Xiaomi, Lenovo ของจีนและ LG ของเกาหลี ซึ่งจะต้องต่อสู้กันแบบตาต่อตาฟันต่อฟันกันดุเดือดอย่างแน่นอนจากนี้ไป
ณ วันนี้ส่วนแบ่งตลาดของซัมซุงอยู่ที 23.8% ของแอปเปิล 12% เสี่ยวหมี่มี 5.3% เลโนโว 5.2% (ก่อนซื้อโมโตโรล่า) และแอลจีอยู่ที่ 5.1%
นักวิเคราะห์บอกว่า หากรวมเอา Lenovo กับ Motorola ส่วนแบ่งตลาดของโทรศัพท์มือถือของบริษัทจีนแห่งนี้ก็จะมีถึง 8% ทำให้วางตำแหน่งที่ 3 ได้ทันทีเช่นกัน
ขณะที่ Huawei ของจีนก็มีส่วนแบ่งตลาดใกล้เคียงคือที่ 5.1%
ปัญหาของเบอร์หนึ่งอย่างซัมซุงคือ แม้จะขายได้มากแต่กำไรกลับหดตัวลงถึง 49% ในไตรมาสที่ 3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
แปลว่าการมีส่วนแบ่งตลาดมากที่สุดไม่ได้แปลว่า มีกำไรสูงสุด เพราะนี่คือยุคดิจิทัลที่กติกาเปลี่ยนไปแล้วโดยสิ้นเชิง
ซัมซุงกำลังถูกโทรศัพท์มือถือราคาถูกกว่าและประสิทธิภาพไม่ด้อยกว่าอย่าง Xiaomi, Lenovo และ Huawei ท้าชิงอย่างดุเดือดยิ่ง
เพียงแค่ 6 เดือนที่ผ่านมาก็เห็นความเปลี่ยนแปลงในวงการนี้อย่างน่าตกใจสำหรับแชมป์เก่าแล้ว
หากวัดกันเป็นประเทศ วันนี้ยอดขายโทรศัพท์มือถือของจีนทุกยี่ห้อในตลาดโลกรวมกันกระโดดไปที่ 38%
แปลว่ายอดขายของซัมซุงกับแอปเปิลรวมกันก็แพ้จีนแล้ว
เฉพาะเสี่ยวหมี่ก็สร้างความฮือฮาไม่น้อย เพราะในไตรมาสแรกของปีนี้ มือถือยี่ห้อ “ข้าวฟ่าง” ของจีนมีส่วนแบ่งตลาดโลกเพียง 3.9% แต่ผ่านมาถึงไตรมาสที่ 3 ก็วิ่งขึ้นไปที่ 5.6% ทีเดียว
แต่เพราะบริษัทจีนไม่ต้องแจ้งรายละเอียดตัวเลขกำไรขาดทุนต่อสาธารณะ จึงไม่อาจจะวิเคราะห์ได้ว่า การเพิ่มขึ้นของส่วนแบ่งตลาดหมายถึงกำไรที่เพิ่มขึ้นหรือลดน้อยถอยลง
ที่แน่ ๆ ก็คือว่าจีนกำลังมาแรงในด้านสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และพร้อมจะสู้กับยี่ห้อที่ติดตลาดมาก่อนไม่ว่าจะเป็นแอปเปิลหรือซัมซุงในทุกสนามไม่ว่าจะเป็นเรื่องราคา, เทคโนโลยี, การตลาดและการสร้างแบรนด์ระดับโลกที่ไม่มีใครสามารถอ้างความเป็นแชมป์ได้ยืนยาวกว่า 6 เดือนถึง 1 ปี
เพราะพฤติกรรมของผู้บริโภคปรับเปลี่ยนตลอดเวลา และเมื่อมีทางเลือกมากขึ้น ผู้คนก็ไม่จำเป็นต้องติดยึดอยู่กับยี่ห้อใดอีกต่อไป
ภาพการแข่งขันที่ดุเดือดเลือดพล่านของ smartphones สะท้อนถึงภาวะการแย่งชิงอันดับต้น ๆ ของทุกวงการอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้






