วันนี้ถ้าเอ่ยถึงปัญหาภาคใต้ เป็นต้องพูดเรื่องเจรจา เรื่องพูดคุยสันติภาพ สันติสุข บางกลุ่มบางองค์กรแสดงท่าที
ประหนึ่งว่าเป็นเรื่องเดียวที่จะทำให้ไฟใต้สงบลงได้ ทั้งๆ ที่วันนี้สาเหตุของปัญหาในมุมมองของรัฐ ประชาชน และองค์กรพัฒนาเอกชน ยังแตกต่างกันสิ้นเชิง
ปัญหาใหญ่และซับซ้อนแบบนี้ต้องแก้ทุกมิติพร้อมกัน ไม่ใช่มุ่งแต่จะเปิดโต๊ะคุยกันท่าเดียว (แถมพวกที่มาคุยก็เคลื่อนไหวสบายอยู่ในต่างประเทศ ไม่ได้มาเดือดร้อน อดอยาก เจอกับราคายางดิ่งอยู่ในบ้านเรา)
ตั้งแต่ คสช.เข้ามาต้องยอมรับว่ามีความพยายามปรับแก้หลายอย่างเพื่อให้ส่งผลถึงปัญหาภาคใต้ แต่การทำงานยังมีข้อจำกัด 2 ข้อ คือ 1.มุ่งแก้ปัญหาของรัฐเองเป็นหลัก เช่น บูรณาการ เอกภาพ งบประมาณ ฯลฯ กับ 2.มองแต่มิติความมั่นคงเท่านั้น
แถมยังเป็นความมั่นคงของรัฐ ซึ่งอาจเป็นคนละอย่างกับความมั่นคงของประชาชน (ที่นั่น) ก็เป็นได้
โครงการ “ทุ่งยางแดงโมเดล” คือตัวอย่างที่ดี เพราะวัตถุประสงค์ของโครงการดี คือการระดมพลังของคนในพื้นที่ในการรักษาความสงบ ป้องกันโรงเรียนถูกเผา โดยรัฐสนับสนุนเครื่องไม้เครื่องมือ ยุทโธปกรณ์ และงบประมาณ
แต่โปรดพิจารณา...จะเห็นชัดว่าโครงการนี้มุ่งเฉพาะกรอบคิดหรือมิติความมั่นคงเท่านั้น คนที่จะมาร่วมด้วยต้องเป็นคนที่อยู่พวกรัฐ แม้จะบอกว่ารักษาหมู่บ้านตัวเอง แต่ก็รับเงินรัฐ อุปกรณ์ของรัฐ อย่างนี้ก็เท่ากับปิดพื้นที่คนที่คิดอีกแบบหนึ่ง หรือไม่เชื่อมั่นในรัฐ (ซึ่งสามารถคิดได้ ไม่ได้ผิดกฎหมาย แถมที่ชายแดนใต้มีจำนวนไม่น้อยเสียด้วย)
โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น เยาวชนที่รัฐเองนั่นแหละมองอย่างปฏิปักษ์
ผมเองใช้พื้นที่นี้เขียนเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาภาคใต้ไปไม่น้อย ซึ่งก็คงไม่ต่างจากผู้ห่วงใยสถานการณ์ท่านอื่น แต่ดูเหมือนรัฐบาลและฝ่ายความมั่นคงที่นำโดยทหารจะไม่ค่อยเชื่อถือสักเท่าไร
วันนี้ผมจึงขอนำข้อความจากครอบครัวผู้สูญเสียซึ่งเป็น “คนของรัฐเอง” และได้ส่งข้อความถึงข้าราชการที่เขาไว้ใจแทบทุกครั้งที่มีเหตุรุนแรง เผื่อจะได้เป็นแสงชี้นำให้ทราบว่าคนในพื้นที่ที่ต้องเผชิญปัญหาอยู่จริง เขาคิดกันอย่างไร
"ในความคิดเห็นส่วนตัวของฉัน..เห็นว่าท่านผู้นำที่เติบโตมาในสายทหาร การแก้ไขปัญหาก็สั่งผ่านโดยกองร้อย กองพันที่กำลังพลพร้อมจะทำตามอันเนื่องมาจากมีบทให้คุณให้โทษอยู่ จึงดูง่ายต่อการแก้ไขหรือดำเนินงาน แต่บ้านเมืองมิใช่กองร้อย ประชาชนมิใช่กำลังพลที่มีเป้าหมายเดียวกัน มีพื้นฐานทางสังคม วัฒนธรรมและทัศนคติความเชื่อที่ต่างกัน การแก้ปัญหาและการสนองความต้องการจึงต้องมีหลายรูปแบบ จะยึดแบบให้เวลากระชับและแบ่งสายแบบทหารไม่เป็นผลหรอก
ดูอย่างปัญหาภาคใต้สิ กี่ เสธ. กี่รมต.ก็ยังแก้ไม่ได้ เพราะตราบใดยังเอาตนเองเป็นเกณฑ์ของคำตอบ ไม่ได้แบ่งประเภทปัญหา และแก้ปัญหาบบเหมารวม ย่อมแก้ไม่ได้ เช่น
O ปรับทัศนคติให้เยาวชนอยากเรียนหนังสือโดยเฉพาะเด็กผู้ชาย
O เยาวชนที่มีแนวคิดรุนแรง
O เยาวชนที่มีการศึกษาทั้งในและต่างประเทศ
O การว่างงานของผู้นำครอบครัว
O ค่านิยมในการทำงานระบบเงินเดือน/ตนเอง
O การตั้งศูนย์ให้ผู้ชายได้รวมกลุ่มเพื่อการมีงาน
O ระบบยุติธรรม
O ความเป็นธรรม/การปฏิบัติที่มีความเสมอภาค
O การอาศัยสถานการณ์ความไม่สงบกอบโกยประโยชน์
O การล้างแผลใจของเยาวชน/ผู้ไม่ได้รับความเป็นธรรม (นับวันคนเหล่านี้จะมีมากขึ้นและกลายเป็นเครื่องมือได้ง่าย)
นี่ยังมีปัญหาอีกเยอะนะ ซึ่งแต่ละปัญหาก็ต้องใช้วิธีและบุคคลที่ต่างกัน สรุปคือปัญหาทุกปัญหาสามารถคลี่คลายได้ถ้าให้ใจ เพราะทุกคนพร้อมจะให้ใจกลับคืนเช่นกัน เพื่อเป็นกำลังใจให้กับคนที่เข้าใจ ทำด้วยใจและมีใจ"
เป็นบทสรุปที่ผมไม่ต้องสรุปลงท้ายเลย!






