วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เชือดครู...เซ่นสนามฟุตซอล

เปิดเทอมนี้ "ปื้ด" สังเกตว่าครูหลายคนเริ่มจับกลุ่มคุยกันด้วยสีหน้าเคร่งเครียด แล้วมักจะมองมาที่ลานซีเมนต์

หน้าอาคารเรียนบ่อยๆ

"ปื้ด" พอจะเดาออกว่าครูจับกลุ่มคุยถึงเรื่องอะไรก็เมื่อช่วงปิดเทอม พ่อกับแม่คุยกันตอนดูข่าวโทรทัศน์ รายงานข่าวว่าสำนักงานป้องกันและปราบปรามทุจริตภาครัฐ (ป.ป.ท.) ตรวจสอบงบสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่ได้จากการแปรญัตติ 689 ล้านบาทเศษ ไปให้โรงเรียน 358 โรง ใน 17 จังหวัด ภาคเหนือ และอีสาน สร้างสนามฟุตซอล งบแปรญัตติเกิดในสมัยที่ "วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล" เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ขณะที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน สอบสวนเรื่องนี้ตั้งแต่ต้นปี 2557

ป.ป.ท.สรุปผลสอบสวนในส่วนพื้นที่ จ.นครราชสีมา แล้วเสร็จเป็นจังหวัดแรก มี 54 โรงเรียน ส่วนใหญ่บริษัทผู้ชนะการประมูล เสนอราคาต่ำกว่าราคากลาง เพียง 500 บาท

ในข่าว "ปื้ด" ให้สภาพสนามฟุตซอลโรงเรียนบ้านปากช่อง 1 ใน 6 โรงเรียนของอำเภอปากช่อง ที่บริษัท พี.อาร์.เอ็น. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ชนะการประมูล ข่าวว่าบริษัทนี้มีนักการเมืองเคยเป็นหุ้นส่วน โรงเรียนนี้ก็เหมือนกับโรงเรียน "ปื้ด" ที่นำแผ่นยางปูพื้น ไปเก็บไว้ในอาคาร

ข่าวที่ "ปื้ด" ได้ยินมา บอกว่าสำนวนสอบทุจริตการสร้างสนามฟุตซอล ของโรงเรียนในจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเสร็จแล้ว เตรียมส่งให้กรรมการป.ป.ท. และสพฐ. ดำเนินการเอาผิดครู และบุคลากรทางการศึกษาที่เกี่ยวข้อง 727 ราย นอกจากนี้ยังพบว่ามีกลุ่มบริษัท และบุคคลภายนอก ร่วมทำความผิดครั้งนี้ด้วย

ตั้งแต่เปิดเทอมมา ทุกเช้าครูจะเข้าห้องประชุม เตรียมเอกสารกันวุ่นวาย เวลานี้ขวัญและกำลังใจครูทั้งที่เป็นกรรมการจัดซื้อจัดจ้าง และกรรมการตรวจรับงาน แทบไม่มี พวกเขาจำเป็นต้องทำเพราะเป็นคำสั่งผู้บริหารโรงเรียน โดยหารู้ไม่ว่า จะมีผลต่อชีวิตการรับราชการ ส่วนตัวผอ.ปีนี้ท่านเกษียณ อายุราชการไปแล้ว

ด้าน เลขา ป.ป.ท. ประยงค์ ปรียาจิตต์ ย้ำว่า การตรวจสอบครั้งนี้เป็นไปตามกฎหมาย โดย สพฐ.ต้องดำเนินการตามคำสั่ง คสช.ที่ 69 และเป็นหน้าที่ สพฐ. ต้องไปตั้งเรื่องว่าครู และบุคลากรทางการศึกษาผิดวินัยหรือไม่ ส่วนในทางอาญา อยู่ที่กรรมการ ป.ป.ท.จะพิจารณา

24 ตุลาคม ผู้บริหาร สพฐ. เข้าพบ ป.ป.ช. เพื่อวางมาตรการเอาผิดขบวนการทุจริตสร้างสนามฟุตซอล ทั้ง 17 จังหวัด โดยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กมล รอดคล้าย ได้เข้าพบกับ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สรรเสริญ พลเจียก หารือขั้นตอนป้องกันทุจริตลักษณะเดียวกับการก่อสร้างสนามฟุตซอล

แม้จะเอาผิดครูได้ แต่ยังไม่เพียงพอหากต้องการกวาดล้างขบวนการทุจริต ต้องแก้กฎหมาย ส่วนครู มีโอกาสพิสูจน์ความจริงว่าใครที่อยู่เบื้องหลังโครงการนี้ ซึ่งจะทำให้สาวถึงตัวการที่แท้จริง

กรณีสนามฟุตซอล สถานศึกษาถูกใช้เป็นเครื่องมือหาประโยชน์ของนักการเมือง ในห้วงที่ประเทศจะปฏิรูปควรห้ามนักการเมืองยุ่งเกี่ยวกับงบประมาณ

ทุจริตก่อสร้างสนามฟุตซอล เห็นชัดว่าพยานเชื่อมถึงคนบางกลุ่ม แต่กฎหมายอาญาจะลงโทษใครต้องปราศจากข้อสงสัย ทั้งที่ความผิดนี้เป็นลักษณะพิเศษ ดังนั้นต้องแก้กฎหมายให้เอาผิด ผู้ที่อยู่ในข่ายสมคบทุจริตด้วย ไม่ใช่เอาครูเป็นแพะรับบาป