วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ป้าสังเวียน : ตัวแทนความไม่รู้ของสังคมไทย

ทันทีที่ได้ยินข่าวของป้าสังเวียน หรือ นางสังเวียน รักษาเพ็ชร ชาวบ้าน อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี ที่ก่อเหตุเผาตัวเอง

ช่วงเช้าของวันที่ 15 ต.ค.ที่ผ่านมา ด้วยเหตุของความเครียดจากปัญหาหนี้นอกระบบที่พอกพูน พลันให้คิดถึงกรณีของลุงบุญช่วยที่ราดอุจจาระใส่ตัวเองเมื่อสิบกว่าปีก่อน ด้วยเหตุที่ไม่เหมือนกัน โดยลุงบุญช่วยถูกหลอกให้ไปลงทุนในกองทุนรวมโดยที่ไม่รู้ว่าเงินฝากจะกลายเป็นเงินลงทุนซึ่งต้องมีความเสี่ยงที่จะขาดทุนได้ แม้จะต่างกรรมต่างวาระ แต่การประท้วงด้วยการทำร้ายตัวเองแบบนี้เพราะจนปัญญา มองไม่เห็นทางออกจากปัญหาด้านการเงินของประชาชนตัวเล็กๆ ที่เป็นรากหญ้าของสังคม สะท้อนว่าพัฒนาการทางด้านการเงินกับการพัฒนาสังคมไทยยังสวนทางกันอยู่มาก

แม้ประเทศไทยจะมีระบบสถาบันการเงินที่ก้าวหน้า มั่นคงแข็งแรง ด้วยสินทรัพย์กว่า 15 ล้านล้านบาท สูงกว่าจีดีพีประเทศที่ 12 ล้านล้านบาท แต่ก็ยังมีประชาชนกลุ่มใหญ่ของประเทศที่เข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน และยังคงต้องพึ่งพิงเงินกู้นอกระบบ อย่างกรณีของป้าสังเวียนมีหนี้ที่เริ่มต้นจากเงิน 4 แสนบาท แต่สุดท้ายกลายมาเป็น 1.5 ล้านบาท แม้จะจ่ายเงินต้นไปหมดแล้วก็ตาม เพราะต้องเจ้าหนี้นอกระบบรับรวมภาระหนี้ของลูกหนี้รายอื่นที่ป้าสังเวียนไปชวนมากู้เข้าไปด้วยกัน

ขณะที่ประเทศไทยยังตื่นตระหนกกับระดับหนี้ครัวเรือนที่ค่อยๆ ไต่ระดับสูงขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดมาอยู่ที่ 10 ล้านล้านบาท หรือ 84% ของจีดีพีแล้ว แม้อัตราการเพิ่มขึ้นจะไม่เร่งตัวเหมือนที่ผ่านมา แต่ระดับหนี้ที่นับๆ กันว่าสูงนี้เป็นเพียงหนี้ที่เห็นๆ กันในระบบสถาบันการเงินทั้งรัฐและเอกชน นอนแบงก์และสหกรณ์ออมทรัพย์ โดยที่ยังไม่ได้รวมถึงหนี้นอกระบบเข้ามาด้วยซ้ำ มีการคาดการณ์ว่าถ้ามีการจัดเก็บตัวเลขหนี้นอกระบบรวมเข้าไปกับหนี้ครัวเรือนคงเห็นสัดส่วนทะลุเกิน 100% ของจีดีพีอย่างแน่นอน

ก่อนหน้านี้ดิฉันได้มีโอกาสคุยกับหนึ่งในสมาชิกของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ถึงแนวทางในการปฏิรูปเศรษฐกิจของประเทศในฐานะภาคเอกชน ต้องบอกว่าสปช.ท่านนี้ไม่ต้องการเป็นข่าวและไม่อยากให้เขียนถึงแนวทางการปฏิรูปของท่าน เหตุผลคือคนไทยพูดกันมามากแล้ว รำพึงรำพันถึงความทุกข์ แต่เป็นการพูดกันโดยไม่มีทางออก (สู้พูดน้อยๆ แต่วางแผนดีๆ แล้วผลักดันให้เกิดขึ้นจริงจะดีกว่า) ซึ่งที่ผ่านมาภาคเอกชนก็มีการหารือร่วมกันถึงปัญหาต่างๆ ในระบบเศรษฐกิจและสังคมไทย และพยายามตกผลึกแนวทางแก้ปัญหาเหล่านี้ก่อนที่จะมีสภาปฏิรูปเสียอีก

โดยสรุปเขาบอกว่าประเด็นปัญหาที่รวบรวมมาได้นั้นถือเป็นความทุกข์ 108 ประการที่ในท้ายที่สุดแล้วมาจาก “สมุทัย” หรือเหตุแห่งความทุกข์เดียวกันหนึ่งในเหตุแห่งทุกข์นั้นคือการศึกษาที่ต้องเร่งปฏิรูป เพราะสังคมไทยมีความไม่รู้อยู่มาก หากยังช้าอยู่ประเทศไทยจะเสียโอกาสดีๆ ไปอีกหลายเรื่อง

จากลุงบุญช่วยสู่ป้าสังเวียน น่าจะถือเป็นหนึ่งในความไม่รู้ของสังคมไทยที่ยังมีอยู่อีกมาก เพียงแต่เราๆ ท่านๆ ยังไม่เห็นเพราะยังไม่เป็นข่าวใหญ่โต แต่ความไม่รู้ครั้งนี้กำลังนำไปสู่ความพยายามในการผลักดันนาโนไฟแนนซ์ให้เกิดเป็นรูปธรรมขึ้นมาได้ จากก่อนหน้านี้ที่เงียบหายไปนาน

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการเข้าไปดูแลระบบการเงินในระดับรากหญ้า คงต้องอาศัยการสร้างพื้นฐานของความรู้ความเข้าใจ ทางด้านการเงินของประชาชนรากหญ้าเป็นสำคัญ