ในหนังสือเรื่อง 30 วัน รวยด้วย..รายได้ที่ไม่ต้องทำงาน มีอยู่บทหนึ่งที่ว่าด้วยเรื่อง สมการการเงินของชีวิต
คุณผู้อ่านเคยได้ยินคำว่า “สมการการเงินของชีวิต” ไหมครับ? สมการการเงินของชีวิตนั้น จะมีเพียงรายการหลักๆ เพียงไม่กี่ตัวเท่านั้น ดังสมการแรกที่ผมอยากจะหยิบยกให้คุณผู้อ่านได้เห็นภาพก็คือ
รายได้ทั้งหมด - รายจ่ายทั้งหมด = เงินออม
อ่านถึงตรงนี้แล้ว.. สมการข้างบนนี้อาจถูกมองว่า..ไม่เห็นจะมีอะไรพิเศษไปเลย ดังนั้นเพื่อให้เห็นภาพที่แตกต่างของมันออกไปจากเดิม ผมจึงอยากขอขยายภาพในส่วนของ “รายได้ทั้งหมด” ดังนี้ครับ
รายได้ทั้งหมด = รายได้ที่ต้องทำงาน + รายได้ที่ไม่ต้องทำงาน
เราเริ่มขยายความของคำว่า “รายได้ทั้งหมด” ออกมาแล้ว จากสมการเราก็จะเห็นว่าประกอบด้วยรายการ 2 ตัวด้วยกันคือ
หนึ่ง รายได้ที่ต้องทำงาน (Active Income) จะเป็นตัวที่สำคัญมากในการเริ่มต้นชีวิตเพื่อให้ไปสู่..อิสรภาพทางการเงิน
สอง รายได้ที่ไม่ต้องทำงาน (Passive Income) รายได้ตัวนี้จะเป็น “พลังเงียบ” ที่จะทำให้ชีวิตเรา..มีค่า ..มีความสุข ..และมีอิสรภาพทางการเงินอย่างยั่งยืนได้ เพื่อให้เห็นภาพได้ดีขึ้นผมจะขอขยายสมการออกมาดังนี้ครับ
(รายได้ที่ต้องทำงาน + รายได้ที่ไม่ต้องทำงาน) - รายจ่าย = เงินออม
อย่างไรก็ตาม ผมอยากจะชี้ให้เห็นถึงพลังของการออมเงินของ “รายได้ที่ต้องทำงาน” เพียงอย่างเดียวเสียก่อน เพื่อให้คุณผู้อ่านสามารถเห็นภาพดังกล่าวได้ง่ายขึ้น ผมจะขอยกตัวอย่างง่ายๆ ดังนี้ครับ
นายศักดิ์ทำงานได้เงินเดือนละ 30,000 บาท เขาเป็นคนมีแฟน และคิดอยากจะ..มีครอบครัว..มีรถ..มีบ้าน ทำให้ต้องใช้จ่ายเงินสูงถึง 90% ของรายได้หรือ 27,000 บาท ดังนั้นสมการง่ายๆ ในกรณีนี้ก็คือ
รายได้นายศักดิ์ - รายจ่ายนายศักดิ์ = เงินออมของนายศักดิ์
30,000 - 27,000 = 3,000 บาท
ระยะเวลา 5 ปีผ่านไป
เงินออมของนายศักดิ์จะเป็น 3,000 บาท x 12 เดือน x 5 ปี = 180,000 บาท
นายชายทำงานได้เงินเดือนละ 30,000 บาท เขาเป็นคนยังไม่มีแฟน และยังไม่คิดอยากจะมีรถ..ไม่คิดอยากจะมีบ้าน จึงเก็บออมเงินได้ครึ่งหนึ่งของเงินเดือน ดังนั้นสมการง่ายๆ ในกรณีนี้ก็คือ
รายได้นายชาย - รายจ่ายนายชาย = เงินออมของนายชาย
30,000 - 15,000 = 15,000 บาท
5 ปีผ่านไป
เงินออมของนายชายจะเป็น 15,000 บาท x 12 เดือน x 5 ปี= 900,000 บาท
จากทั้งสองกรณี คุณผู้อ่านก็คงจะเห็นภาพคร่าวๆ แล้วว่า ยิ่งระยะเวลาผ่านไป นายชายก็จะยิ่งมีเงินออมทิ้งห่างนายศักดิ์ออกไปเรื่อยๆ นอกจากนั้นในกรณีนี้ยังไม่ได้ใส่วิธีที่จะเพิ่มพลังเงินออมเข้ามาเลย เป็นเพียงแต่การแสดงให้เห็นถึงการออมเงินเท่านั้น เมื่อเวลาผ่านไป 5 ปี เงินออมของนายชายก็เป็น 5 เท่าของนายศักดิ์ แต่ที่สำคัญที่สุดคือ เงินจำนวน 900,000 บาท..ที่เกือบจะใกล้ล้านบาทนี้ ยังเป็นเงินเริ่มต้นที่จะมีพลังเพียงพอที่จะนำไปสู่.. “อิสรภาพทางการเงิน” ได้บ้างแล้ว
เพื่อให้เห็นภาพในระยะยาว ผมจึงขอสมมุติว่า...ระยะเวลาที่เก็บออมเป็น 40 ปี...
นายศักดิ์กับภรรยาเลี้ยงลูก 2 คนจนเติบโตหางานทำได้แล้ว แต่ลูกๆ ของนายศักดิ์ก็ไม่มีเงินเพียงพอที่จะกลับมาเลี้ยงพ่อแม่ นายศักดิ์และภรรยาจึงต้องอยู่กันตามลำพัง โดยมีรายได้รวมกันเฉลี่ยตลอด 40 ปีอยู่ที่ 100,000 บาทต่อเดือน มีรายจ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ 90% หรือ 90,000 บาท สมการจะเป็นดังนี้ครับ
รายได้ที่ต้องทำงานของนายศักดิ์ - รายจ่าย = เงินออมของนายศักดิ์
(100,000 บาท x 12 เดือน x 40 ปี) - (90,000 x 12 เดือน x 40 ปี) = เงินออมของนายศักดิ์
48,000,000 - 43,200,000 = 4,800,000
นั่นคือ นายศักดิ์กับภรรยาจะมีเงินหลังเกษียณอยู่ที่ 4.8 ล้านบาท
ส่วนนายชาย ในช่วงเวลาที่ผ่านไป 40 ปี เช่นเดียวกับ...นายศักดิ์
นายชายกับภรรยามีนิสัยอดออมมากกว่า และตั้งเป้าที่จะเก็บเงินอยู่ตลอดเวลา มีรายได้รวมกันเฉลี่ยตลอด 40 ปีอยู่ที่ 100,000 บาทต่อเดือนเหมือนกับครอบครัวของนายศักดิ์ มีรายจ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ 50% หรือ 50,000 บาท สมการจะเป็นดังนี้ครับ
รายได้ที่ต้องทำงานของนายชาย - รายจ่าย = เงินออมของนายชาย
(100,000 บาท x 12 เดือน x 40 ปี) - (50,000 x 12 เดือน x 40 ปี) = เงินออมของนายชาย
48,000,000 - 24,000,000 = 24,000,000
นั่นคือ นายชายกับภรรยาจะมีเงินหลังเกษียณอยู่ที่ 24 ล้านบาท
ในวันที่...สามีภรรยาทั้ง 2 คู่...เกษียณอายุแล้ว...ไม่ทำงานแล้ว...ไม่มีรายได้แล้ว
คุณผู้อ่านคิดว่า “สามีภรรยา...คู่ไหนจะมีความสุข...มากกว่ากัน?”









