ผมไปนั่งที่บูธเนชั่นใน "มหกรรมหนังสือระดับชาติครั้งที่ 19" (M49 โซน C1) ได้พบปะกับนักอ่านมากหน้าหลายตา
ยืนยันได้ว่าคนไทยยังอ่านหนังสือกันอยู่ไม่น้อย ยิ่งดูจากจำนวนผู้คนที่ไปงานหนังสืออย่างหนาแน่น ก็ยิ่งมั่นใจว่านิสัยการอ่านยังไม่หายไปไหน
อยู่ที่ว่ารัฐกับเอกชนจะประสานพลังเพื่อทำให้การผลิตงานสร้างสรรค์ให้คึกคักต่อเนื่อง และทำให้การเข้าถึงหนังสือไม่ว่าจะรูปแบบไหนเป็นเรื่องง่ายและสะดวกสำหรับประชาชนทั่วไปได้อย่างไร
นักอ่านที่แวะมาตั้งวงสนทนากับผมล้วนแล้วแต่เป็นคนที่สนใจใคร่รู้และมีความคิดความอ่านก้าวหน้า ยิ่งเห็นคุณพ่อคุณแม่พาลูกๆ มาดูหนังสือและสอบถามว่ามีหนังสืออะไรที่เหมาะกับแต่ละสมาชิกในครอบครัวด้วยแล้ว ก็ยิ่งเห็นความหวังในการสร้างคนรุ่นใหม่ที่ใฝ่หาความรู้และศึกษาสิ่งใหม่ๆ ที่กำลังจะเปลี่ยนโลกไปในทางที่คนรุ่นนี้อาจจะคาดไม่ถึง
หนังสือคือคำตอบสำหรับการสร้างสังคมทุกยุคทุกสมัย
ผมนำเสนอหนังสือแปลที่ผมเรียกว่า "ชุดอัจฉริยะโลก" ก็ด้วยเหตุผลที่อยากให้คนไทยได้รู้วิธีคิด วิธีทำงาน และวิธีฟันฝ่าอุปสรรคของคนที่สร้างสิ่งใหม่ๆ ให้กับโลกเพื่อเป็นแรงบันดาลใจว่าคนไทยต้องคิดแบบ global citizens ไม่ใช่มัวแต่ตีกันเอง แย่งอำนาจกันเอง หมกมุ่นอยู่กับเรื่องยื้อแย่งอำนาจและติดกับดักกับค่านิยมนับถือ "ศรีธนญชัย" เป็นฮีโร่ แต่ไม่คิดทำอะไรที่คนอื่นคิดว่า "เป็นไปไม่ได้" มาเป็นสิ่งที่ "เป็นไปได้" เหมือนบุคคลที่ประสบความสำเร็จระดับโลก
จึงเป็นที่มาของการขอลิขสิทธิ์แปลหนังสือดังระดับโลกอย่าง Steve Jobs โดย Walter Isaacson
ตามมาด้วย Albert Einstein โดยผู้เขียนคนเดียวกัน
และเมื่อมีคนเขียนถึงเบื้องหลังความสำเร็จด้านการออกแบบของสตีฟ จ็อปส์ คือ Jony Ive ที่กล้าถกแถลงกับเจ้านายเพื่อให้ได้ผลงานระดับเทพจริงๆ เราก็รีบควานหาลิขสิทธิ์แปลเป็นภาษาไทยอย่างมิรอช้า เพราะแม้หากเรื่องราวชีวิตของนักคิดนักสร้างระดับโลกจะกระตุ้นให้เกิดความใฝ่ฝันของคนไทยได้จำนวนหนึ่ง ผมก็ถือว่าเราประสบความสำเร็จที่จะผลักดันให้ "ความคิดก้าวไกล" เกิดขึ้นได้ในสังคมไทย
ทันทีที่ผู้จัดการทีมฟุตบอลระดับโลกอย่าง Alex Ferguson มีประสบการณ์การบริหารระดับเซียนก็เขียนอัตชีวประวัติ เราก็ไม่รอช้า ขอสิทธิ์มาแปลให้คนไทยได้รับรู้ทุกรายละเอียดของชีวิตอันโดดเด่นของเขาทันที
เมื่อ Hillary Clinton เขียน Hard Choices เล่าเบื้องหลังของชีวิตการเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศภายใต้ประธานาธิบดีบารัก โอบามา เราก็ไม่พลาดที่จะนำมาเสนอคนอ่านไทย เพราะวิธีคิดวิธีทำงานของเธอมีความสำคัญต่ออนาคตของโลก และยิ่งเธอเตรียมจะประกาศสมัครแข่งขันชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในอีกสองปีข้างหน้าค่อนข้างแน่นอน โอกาสที่เราจะได้เห็นเธอเป็นประธานาธิบดี (และบิล คลินตัน เป็นสุภาพบุรุษหมายเลข 1) ย่อมมีสูง
คนไทยจึงควรจะได้ซึมทราบถึงความเป็น "ฮิลลารี" ที่เป็นทั้งหญิงแกร่ง, เก่ง, กล้าและมุ่งมั่น
ที่สำคัญคือในหนังสือเล่มนี้เธอเผยให้รู้ว่านโยบาย Pivot to Asia หรือ "ปักหมุดเอเชีย" ของรัฐบาลโอบามานั้น แท้จริงมาจากความริเริ่มของเธอตอนเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศซึ่งทำให้เธอเดินทางไปเยือน 112 ประเทศและบินว่อนไปทั่วโลกเกือบ 1 ล้านไมล์ทีเดียว
นี่เป็นเพียงส่วนเดียวของหนังสือ "ซีรีส์อัจฉริยะ" ที่เครือเนชั่นภูมิใจเสนอต่อผู้อ่านทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่เพื่อเป็นการจุดประกายความคิดความมุ่งมั่นที่จะลุกขึ้นมาสร้างชาติสร้างสังคมให้ได้มาตรฐานโลกร่วมกัน
สมัยเป็นเด็กมัธยม ผมอ่านหนังสือ "ชีวประวัติบุคคลสำคัญ" ทุกเล่มที่ผ่านสายตา ทุกวันนี้ผมก็อ่านหนังสือของนักคิดนักประดิษฐ์ทุกคนที่ตีพิมพ์ออกมา
เพราะชีวิตอัจฉริยะโลกเติมเชื้อเพลิงแห่งความฝันที่จะทำงานเพื่อสังคมให้สำเร็จทุกครั้งไป
อ่านหนังสือสร้างคนสร้างโลกได้จริง ๆ ครับ









