ในที่สุดก็เปิดตัวได้สมบูรณ์ เมื่อธนาคารลงทุนโครงสร้างพื้นฐานแห่งเอเชีย ได้ฤกษ์ดำเนินการแล้ว
หลังจากที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ได้ให้การต้อนรับเจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านการเงินอีก 20 ประเทศ ซึ่งเดินทางมาร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจ หรือ MOU และร่างข้อตกลงร่วมเป็นหุ้นส่วนจัดตั้งธนาคารเพื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเอเชีย หรือเรียกว่า AIIB (Asian Infrastructure Investment Bank) ที่ศาลามหาประชาชนใจกลางกรุงปักกิ่งวานนี้ (24 ต.ค.) โดยประเทศที่มีมาร่วมลงนามจัดตั้ง AIIB คือ บังกลาเทศ บรูไน กัมพูชา คาซัคสถาน คูเวต ลาว มาเลเซีย เมียนมาร์ เนปาล โอมาน ปากีสถาน กาตาร์ ศรีลังกา อุซเบกิสถาน อินเดีย สิงคโปร์ เวียดนาม ฟิลิปปินส์ มองโกเลีย จีน และไทย
สำหรับเงินทุนในการเริ่มดำเนินการของ AIIB เบื้องต้นมีวงเงิน 50,000 ล้านดอลลาร์ และจะปรับเพิ่มขึ้นเป็น 100,000 ล้านดอลลาร์ในลำดับต่อไป โดยได้รับความสนับสนุนจากกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ ในนามของกลุ่มบริคส์ (BRICS) ที่มีจีนเป็นหัวขบวน ประกอบด้วย บราซิล รัสเซีย อินเดีย และแอฟริกาใต้ ทั้งนี้จีนจะเป็นฝ่ายนำร่องให้เงินลงทุนในวงเงิน 50% ก่อน แม้วงเงินลงทุนในระยะเริ่มต้นของเอไอไอบี จะอยู่ในระดับค่อนข้างน้อย เมื่อเทียบกับของธนาคารโลก ที่มีเงินทุน 220,000 ล้านดอลลาร์ และธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ที่มีเงินทุน 175,000 ล้านดอลลาร์ ในขณะที่ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และอินโดนีเซีย ยังคงสงวนท่าทีในการร่วมลงนามครั้งนี้ หลังจากที่ได้ส่งนายจอห์น แครี่ รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐเดินทางไปล็อบบี้มาแล้ว
การจัดตั้ง AIIB เป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น ซึ่งจะมีสำนักงานอยู่ที่เมืองเซี่ยงไฮ้ ที่เป็นศูนย์กลางทางการเงินของจีน ทั้งที่มีการเปิดเผยแนวคิดการจัดตั้ง AIIB ในช่วงเดือนต.ค.2556 และต่อมาในเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา ทางการจีนเริ่มแสวงหาพันธมิตร จนในที่สุดนำมาซึ่งการลงนามในสัญญาจัดตั้ง แต่คาดว่า จะไม่เป็นที่พอใจของสหรัฐ และพันธมิตรในภูมิภาคเอเชีย รวมถึงกลุ่มประเทศในแถบยุโรปตะวันตก เนื่องจากที่ผ่านมาสหรัฐให้การสนับสนุนการดำเนินงานของ ADB ที่มีสำนักงานอยู่ที่ฟิลิปปินส์ โดยเพิ่มบทบาทของญี่ปุ่นเป็นหัวขบวน ในการทำหน้าที่ให้เงินกู้ช่วยเหลือกับประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียควบคู่ไปกับธนาคารโลก โดยหวังตีกันให้จีนเข้ามามีบทบาทมากเกินไปในภูมิภาคเอเชียนี้
แต่ดูเหมือนความพยายามของสหรัฐจะไม่เป็นผลมากนัก เมื่อจีนที่มีทุนสำรองระหว่างประเทศสูงกว่า 3 ล้านล้านดอลลาร์ และมีขนาดเศรษฐกิจสูงถึง 10 ล้านล้านดอลลาร์ถือเป็นอันดับสองของโลกเป็นรองจากสหรัฐเท่านั้น ไม่ยอมให้สหรัฐมากำหนดเส้นทางเดินของโอกาสขยายตัวทางเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้ต่อไป โดยนายหลู จีเหว่ย รัฐมนตรีคลังของจีน แสดงความเชื่อมั่นว่าการจัดตั้ง AIIB จะเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจในด้านต่างๆ ให้มีความยั่งยืนต่อไป โดยเฉพาะในด้านการก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคสาธารณูปการ ด้านพลังงาน รวมทั้งการวางโครงข่ายระบบสื่อสารโทรคมนาคม ที่เชื่อมต่อกันได้ระหว่างประเทศสมาชิกให้มีความมั่นคง
AIIB จึงกลายเป็นอีกส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์การเงินของเอเชียว่า จะสามารถพลิกโฉมหน้าใหม่ ด้วยการพึ่งพาประเทศในเอเชียด้วยกันเอง แทนที่จะพึ่งพาแต่ประเทศในซีกตะวันตก รวมทั้งจะเป็นแหล่งเงินทุนที่เป็นทางเลือกของไทย และประเทศสมาชิกในเอเชีย ที่มีความต้องการเงินลงทุนเพื่อการพัฒนาประเทศให้มีความทันสมัย ลดความเหลื่อมล้ำ และมีความมั่งคั่งอย่างยั่งยืนในระยะยาว โดยเฉพาะการส่งผลผลิตด้านการเกษตรให้ออกสู่ตลาดเพื่อป้อนคนทั่วโลก ที่สำคัญต้องเกิดการลงทุนใหม่ๆ ของเอเชีย ที่ส่งผลให้เกิดการจ้างงานและสร้างผลิตผล โดยสามารถก้าวผ่านปัญหาที่อาจจะต้องเผชิญหน้า กับความซบเซาของเศรษฐกิจโลกในปัจจุบันไปให้ได้






