บางธุรกิจก็แทบไม่ต้องไปสนใจถึงการลด หรือกำจัดจุดอ่อน แต่หากเสริมจุดแข็งจะเป็นการดีกว่า
การแข่งขันกีฬาถ้าพินิจพิจารณาให้ดีแล้วแทบไม่ต่างจากการแข่งขันทางธุรกิจ ที่ผู้เล่นจะต้องวิเคราะห์จุดแข็ง (Strength) จุดอ่อน (Weakness) โอกาส (Opportunity) และอุปสรรค (Treat) หรือมักเรียกแบบสั้นง่ายในสไตล์คุ้นเคยว่า SWOT โดยมีจุดแข็งและจุดอ่อนเป็นปัจจัยภายใน ในที่นี้ก็คือตัวนักกีฬา ระบบการเตรียมความพร้อมนักกีฬา การสอน การฝึกซ้อม โภชนาการ อุปกรณ์และเครื่องมือด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา โดยมีโอกาสและอุปสรรคเป็นปัจจัยภายนอก ในที่นี้คือ กฎกติกา สภาพอากาศ สนามที่ใช้แข่ง วัสดุอุปกรณ์ กรรมการ ผู้ชมและกองเชียร์
ซึ่งแน่นอนปัจจัยภายนอก คือสิ่งที่นักกีฬาไม่สามารถควบคุมได้ว่าจะให้เป็นเช่นไร โดยเฉพาะเมื่อต้องออกไปแข่งในต่างประเทศที่มีสภาพอากาศแตกต่างจากบ้านเราอย่างมาก ซึ่งในทางธุรกิจการที่จะออกไปลงทุนในต่างแดนหรือส่งสินค้าไปทำตลาดในที่มีวัฒนธรรมการบริโภคที่ต่างกันมาก การศึกษาทำความเข้าใจในบริบทนั้นๆจำเป็นอย่างยิ่ง ถ้าสมาคมกีฬาใดมีผู้อุปถัมภ์ที่ดีก็คงได้มีโอกาสไปเก็บตัว หรือไปก่อนล่วงหน้าเพื่อสร้างความคุ้นเคย แต่ถ้างบน้อยคงจะมีสิ่งเดียวที่น่าจะทำได้ดีที่สุด คือการหาข้อมูลให้มาก และเตรียมการรับมือ โดยอาจสมมติสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น และกำหนดแนวทางรับมือในแต่ละสถานการณ์ล่วงหน้า เพื่อที่ว่าจะสามารถนำมาใช้ได้เมื่ออยู่ในสภาพเงื่อนไขดังกล่าว และแน่นอนบางครั้งตัวนักกีฬาเองก็อาจจะมองไม่เห็นในบางจุดเมื่ออยู่ในเกม
จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำงานร่วมกันระหว่างผู้ฝึกสอนหรือโค้ช ซึ่งโค้ชอยู่วงนอกจะมีโอกาสมองเงื่อนไขสภาพแวดล้อมได้ละเอียดถี่ถ้วนกว่า สามารถจะให้คำแนะนำในการปรับรูปแบบการเล่น เพื่อช่วงชิงความได้เปรียบในการแข่งขันได้ ในทางธุรกิจก็มีโค้ชและที่ปรึกษาในด้านต่างๆที่จะคอยชี้แนะและแก้ไขปัญหาให้ ดังนั้นถ้านักกีฬาจะไม่ทะนงตนหรือเชื่อมั่นตัวเองมากเกินไป โดยไม่เพิกเฉยหรือละเลยคำแนะนำจากโค้ชก็จะแก้เกมได้ เพียงแต่ผู้เล่นต้องคิดวิเคราะห์ ประมวลผล และตัดสินใจในขั้นตอนสุดท้าย เพราะถือว่านักกีฬาอยู่ในเกม ย่อมมีมุมมองบางอย่างที่โค้ชอาจมองไม่เห็น อย่างไรก็ตามกีฬาแต่ละชนิดมีความแตกต่าง จึงต้องเลือกใช้เทคนิควิธีการให้เหมาะสม ลองมาพิจารณาลักษณะกีฬา กับการแข่งขันทางธุรกิจ ดังนี้
-กีฬาประเภทที่ต้องโต้ตอบกัน แต่ไม่มีการปะทะโดยตรง นั่นคือผู้เล่นสองฝั่งอยู่ในแดนของตนเอง ผลัดกันรุกผลัดกันรับ กรณีเช่นนี้ทั้งจุดอ่อนและจุดแข็งของผู้เล่นแต่ละฝั่ง มีผลต่อการทำคะแนนทั้งสิ้น เช่น เทเบิ้ลเทนนิส เทนนิส แบดมินตัน ในการแย่งชิงตลาดทางธุรกิจ คือสินค้าและบริการที่เหมือนกันหรือเป็นสิ่งเดียวกัน กับตลาดใหม่ๆที่ยังไม่มีใครครอบครอง ลูกค้าจำเป็นต้องเลือกว่าจะใช้สินค้าตัวใดของใคร เพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนั้นเมื่อลูกค้าเลือกของยี่ห้อหนึ่งยี่ห้อนั้นก็จะได้ “หนึ่ง” คะแนน ขณะที่ยี่ห้ออื่นๆก็จะได้ “ศูนย์” ในการแข่งขันนัดนั้น
-แต่มีกีฬาบางประเภทที่ตอบโต้กัน และอยู่ในพื้นที่การเล่นเดียวกัน แน่นอนต้องมีการปะทะเกิดขึ้น ดังนั้นนอกจากการหาจังหวะรุกและรับ ผู้เล่นหรือผู้แข่งขัน ยังจะต้องระมัดระวังที่จะไม่ให้เกิดอันตรายเกิดขึ้น เช่น เทควันโด ยูโด มวย ในการแย่งชิงตลาดทางธุรกิจนี้ คือสินค้าและบริการเหมือนกันหรือเป็นสิ่งเดียวกัน แต่แย่งชิงลูกค้าจากฝ่ายตรงข้าม นั่นคือเมื่อลูกค้าที่ใช้สินค้าและบริการนั้นๆอยู่แล้ว แต่เป็นยี่ห้อหนึ่ง เมื่อเปลี่ยนใจมาใช้อีกยี่ห้อหนึ่ง นั่นย่อมทำให้ยี่ห้อที่ได้รับเลือกจะได้ “หนึ่ง” คะแนน ในขณะที่ยี่ห้อที่ต้องเสียลูกค้าไปให้กับคู่แข่งจะติดลบ “หนึ่ง” คะแนน ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดสุดคือ การย้ายค่ายของผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ
-โดยส่วนตัวผมชื่นชอบกีฬากอล์ฟ ในแง่ที่ว่าเป็นกีฬาที่ไม่มีการปะทะ ต่างคนต่างเล่นอยู่ในเกมของตัวเอง ถึงแม้จะมีเป้าหมายเหมือนกัน อยู่ในสภาพแวดล้อมเดียวกัน แต่อยู่ที่ว่าใครจะวิเคราะห์ปัญหาและอุปสรรคที่จะต้องเจอในแต่ละหลุมได้ดีกว่า จากนั้นตัดสินใจเลือกเครื่องมือ(ไม้กอล์ฟ) เลือกวิธีการตี(แรงเหวี่ยง ทิศทาง และองศา) ได้เหมาะสมกับสถานการณ์มากกว่ากัน ในบริบททางธุรกิจเปรียบได้กับสินค้าและบริการที่ลูกค้าสามารถจะซื้อหรือใช้ได้หลายๆยี่ห้อพร้อมๆกัน โดยไม่ได้ติดยึดกับแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งเสียทั้งหมด เพียงแต่ใครสามารถสร้างแรงดึงดูดให้ลูกค้าใช้ของตัวเองได้มากกว่า ก็จะได้คะแนนไปในแต่ละครั้ง ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดสุดคือ บัตรเครดิต ที่คนส่วนใหญ่มักถือบัตรหลายใบจากหลายค่าย ขึ้นอยู่กับว่าการจับจ่ายแต่ละครั้งนั้น มีสิ่งจูงใจอะไรที่จะให้ใช้บัตรนั้นๆ หรือแม้แต่การทำธุรกรรมทางการเงิน ซึ่งปัจจุบันไม่ใช่เฉพาะธนาคารและสถาบันการเงินเท่านั้น หากแต่มีธุรกรรมบางประเภทอย่างการชำระสินค้าออนไลน์ การจ่ายค่าสาธารณูปโภค การซื้อตั๋วหนัง ที่หน่วยธุรกิจลักษณะอื่น สามารถเข้ามาช่วงชิงตลาดได้ อาทิ ไปรษณีย์ ร้านสะดวกซื้อ บริษัทให้บริการชำระเงิน เป็นต้น
แต่เหนือสิ่งอื่นใดที่สำคัญที่สุดคือ ตัวผู้เล่นจะต้องมีสมาธิ และมีความแม่นยำเพียงพอ โดยใครทำพลาดน้อยที่สุด ผู้นั้นก็จะเป็นผู้ชนะในที่สุด สำหรับผู้เล่นบางคน อาจจะใช้เวลาในการซ้อมอย่างหนักและต่อเนื่อง ทั้งการซ้อมเพื่อเสริมจุดแข็ง และลดจุดอ่อน จะเห็นว่าบางธุรกิจเราแทบไม่ต้องไปสนใจถึงการลดหรือกำจัดจุดอ่อนของตนเอง แต่ต้องมุ่งที่จะไปเสริมจุดแข็งดีกว่า ขึ้นอยู่กับว่าเรากำลังเล่นเกมลักษณะไหนอยู่นั่นเอง









