รายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์ ระบุว่า ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) กำลังศึกษาความเป็นไปได้ของการเข้าซื้อหุ้นกู้
ในตลาดรอง ซึ่งหากอีซีบีเข้าซื้อหุ้นกู้จริงจะถือเป็นการขยายโครงการ เข้าซื้อสินทรัพย์ภาคเอกชนที่เริ่มต้นเมื่อวันจันทร์ (20 ต.ค.) ภายใต้ความหวังว่ามาตรการเหล่านี้จะส่งเสริมการปล่อยกู้แก่ธุรกิจต่างๆ อันจะส่งผลต่อเนื่องในการช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจยูโรโซน โดยอาจตัดสินใจเรื่องดังกล่าวในเดือนธ.ค. และอาจเริ่มเข้าซื้อต้นปีหน้า จากที่ผ่านมาผู้กำหนดนโยบายพากันหาทางอย่างหนักในการฟื้นฟูเศรษฐกิจยูโรโซน ซึ่งแทบไม่ขยายตัวและเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำเพียง 0.3% ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายของอีซีบีที่ 2% รายงานข่าวระบุว่า อีซีบีเริ่มเข้าซื้อตราสารหนี้ประเภท covered bonds เมื่อวันจันทร์ แต่มีความวิตกว่ามาตรการเหล่านี้มีผลกระทบพอที่จะพยุงเศรษฐกิจหรือไม่ และแรงกดดันให้เข้าซื้อหุ้นกู้มีสูงมาก แม้โฆษกของอีซีบีจะกล่าวว่าผู้มีหน้าที่รับผิดชอบยังไม่ได้ตัดสินใจเรื่องนี้
ทั้งนี้ อีซีบีได้ลดอัตราดอกเบี้ยลงเหลือระดับต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์แล้ว เพื่อให้ธนาคารต่างๆ สามารถกู้เงินโดยเสียต้นทุนที่ถูก ทั้งยังเริ่มเข้าซื้อพันธบัตรที่มีสินทรัพย์คุณภาพสูงหนุนหลัง อย่างไรก็ตาม นายมาริโอ ดรากี ประธานอีซีบี ย้ำว่าลำพังอีซีบีไม่สามารถแก้ปัญหายูโรโซนได้ พร้อมเรียกร้องให้ประเทศที่เผชิญวิกฤติ จัดการปฏิรูปเศรษฐกิจให้เข้าที่เข้าทาง การเข้าซื้อหุ้นกู้จะเปิดโอกาสให้อีซีบีกระตุ้นเศรษฐกิจได้มากขึ้น ทั้งยังเข้ากับเป้าหมายของการฟื้นฟูเศรษฐกิจโดยไม่ต้องซื้อพันธบัตรรัฐบาล อันเป็นสิ่งที่ผู้ว่าการธนาคารกลางเยอรมนีคัดค้านเพราะเห็นว่าเท่ากับเป็นการที่อีซีบีเข้าอุ้มรัฐบาลของประเทศต่างๆ การซื้อหุ้นกู้สามารถช่วยดึงอัตราดอกเบี้ยระยะยาวในยูโรโซนให้ลดลงได้ รวมถึงช่วยส่งเสริมให้ธนาคารต่างๆ ปล่อยกู้มากขึ้นอีก นอกจากนั้น ตลาดหุ้นกู้ยังมีขนาดใหญ่กว่าตราสารหนี้ประเภท covered bonds ซึ่งเป็นตราสารหนี้ที่ได้รับการหนุนหลังจากเงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัยและเงินกู้อสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์
นายจาง เกาลี รองนายกรัฐมนตรี ของจีน กล่าวในการประชุมรัฐมนตรีคลังกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก (เอเปก) ว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกยังเผชิญความยากลำบาก เพราะยังมีความเสี่ยงขาลง ขณะที่การท้าทายที่บรรดาประเทศในเอเชียแปซิฟิกเผชิญนั้น รวมถึงการที่ธนาคารกลางสหรัฐจะยุติการเข้าซื้อพันธบัตรปลายเดือนนี้ และนางศรีมุลยานี อินทราวาตี กรรมการผู้จัดการธนาคารโลก เตือนว่าโลกเผชิญความเสี่ยงต่างๆ รวมถึงราคาสินค้าโภคภัณฑ์อ่อนแอ การระบาดของไวรัสอีโบลาในแอฟริกาตะวันตก ความไร้เสถียรภาพทางการเมืองผลจากการเกิดขึ้นของกลุ่มรัฐอิสลาม และความขัดแย้งในยูเครน พร้อมเสริมว่าภาพต่างๆ เปลี่ยนแปลงไปและปีนี้อาจกลายเป็นปีที่น่าผิดหวังสำหรับเศรษฐกิจโลก
ขณะที่ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) คาดยอดการผลิตรถยนต์ปี 2557 เหลือ 1.9 ล้านคัน แต่ผู้ประกอบการรถยนต์ยังมีความหวังว่าช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้จะกระตุ้นยอดขายในประเทศจากงานแสดงรถยนต์ การเปิดตัวรถยนต์อีโคคาร์รุ่นใหม่ของบางค่ายรถยนต์ และกระตุ้นส่งออกให้ยอดผลิตกลับมาอยู่ระดับ 2.1 ล้านคันได้ แต่ก็ลดลงจากปีก่อน 14.53% แบ่งเป็น ยอดขายภายในประเทศ 9 แสนคัน ลดลง 32.62% และส่งออก 1.2 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 7.02% ซึ่งสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก และประเทศไทย ล้วนเตือนถึงความอ่อนไหวทางเศรษฐกิจ ดังนั้น การขยับลงทุนใดๆ ต้องพิจารณาระยะยาว คงยากที่จะลงทุนเพื่อหวังผลระยะสั้นๆ ได้









